เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
Real Estate กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
“บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
Economic “บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
Columns ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
Columns คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
Finance แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
ประคับประคองเศรษฐกิจ
Columns ประคับประคองเศรษฐกิจ
COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
Finance COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
Economic ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาททรงตัว ไร้ปัจจัยใหม่

06 ส.ค. 2568 | 17:42น.
ค่าเงิน การลงทุน

ค่าเงินบาททรงตัว ไร้ปัจจัยใหม่หนุน ขณะที่เงินเฟ้อไทยยังติดลบ นักลงทุนจับตาเฟด-กนง.ประชุมดอกเบี้ยสัปดาห์หน้า

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 6 สิงหาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (6/8) ที่ระดับ 32.36/37 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (5/8) ที่ระดับ 32.39/40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ดัชนีดอลลาร์สหรัฐซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลงแตะที่ระดับ 98.782

ค่าเงินได้รับแรงกดดันจากรายงานของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 50.1 ในเดือน ก.ค. จากระดับ 50.8 ในเดือน มิ.ย. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 51.5 ดัชนีได้รับผลกระทบจากการดิ่งลงของคำสั่งซื้อใหม่

ขณะที่การจ้างงานประสบภาวะหดตัว อย่างไรก็ดีดัชนีภาคบริการยังคงปรับตัวสูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้การขยายตัวของภาคบริการ

นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐลดลง 16.0% สู่ระดับ 6.02 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือน มิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 6.25 หมื่นล้านดอลลาร์ จากระดับ 7.17 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือน พ.ค.

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือน ต.ค. และปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% สู่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือน ธ.ค.

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือน ก.ค. 68 อยู่ที่ 100.15 ลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อน -0.70% (YOY) จากตลาดคาด -0.4 ถึง -0.5% โดยอัตราเงินเฟ้อ ปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ซึ่งปัจจัยหลักมาจากการลดลงอย่างต่อเนื่องของราคาสินค้าในกลุ่มผักสด ผลไม้สด และของใช้ส่วนบุคคล ประกอบกับราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานลดลง ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิง ตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก และค่ากระแสไฟฟ้า ตามมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 7 เดือนแรกของปีนี้ สูงขึ้น 0.21%

ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือน ก.ค. 68 อยู่ที่ 101.40 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.84% ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ย 7 เดือนแรกปีนี้ สูงขึ้น 0.95% แนวโน้มเงินเฟ้อ ส.ค.ยังติดลบ คาดพลิกเป็นบวกช่วง Q4/68 ในขณะที่ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการ สนค.คาดการณ์แนวโน้มเงินเฟ้อเดือน ส.ค.ว่า จะยังอยู่ในระดับต่ำใกล้เคียงกับเดือน ก.ค.

โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อไตรมาส 3 จะยังติดลบอยู่ที่ระดับ -0.50% และจะกลับไปขยายตัวป็นบวกได้ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ทั้งนี้ยังคงประมาณการเงินเฟ้อทั้งปีนี้ไว้ที่ 0.0-1.0% หรือค่ากลางที่ 0.50% แต่อาจจะมีการทบทวนตัวเลขเงินเฟ้อใหม่อีกครั้งในช่วงสิ้นไตรมาส 3

โดยขณะนี้ต้องขอรอดูตัวเลขให้นิ่งกว่านี้ก่อน ส่วนการที่เงินเฟ้อติดลบต่อเนื่อง จะเป็นเหตุผลที่อาจทำให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย ในการประชุมรอบวันที่ 13 ส.ค.นี้หรือไม่นั้น นายพูนพงษ์กล่าวว่า ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ กนง. แต่ทั้งนี้เห็นว่าการตัดสินใจปรับดอกเบี้ยของ กนง.ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยประกอบกันไป ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.34-32.40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 32.38/39 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (6/7) ที่ระดับ 1.1565/66 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (7/8) ที่ระดับ 1.1540/41 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันอังคาร (5/8) โดยได้แรงหนุนจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาดีกว่าคาด รวมถึงความหวังครั้งใหม่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับลดดอกเบี้ยในเดือนหน้า ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1570-1.1587 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1574/76 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (6/8) ที่ระดับ 147.66/67 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (5/8) ที่ระดับ 147.63/64 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ กระทวงแรงงานญี่ปุ่น รายงานในวันนี้ (6/8) ว่า ค่าจ้างที่เป็นตัวเงิน (Nominal Wage) หรือรายได้เงินสดเฉลี่ยต่อเดือนต่อหัวลูกจ้าง ซึ่งรวมถึงเงินเดือนพื้นฐานและค่าล่วงเวลา เพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือน มิ.ย. เมื่อเทียบกับปีก่อน หลังจากที่เพิ่มขึ้น 1.4% ในเดือน พ.ค.

แม้ตัวเลขนี้จะต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 3.1% แต่ก็เพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 4 เดือน ตัวเลขดังกล่าวเป็นผลมาจากการเจรจาประจำปีกับนายจ้าง ทำให้ตลาดเริ่มคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

นอกจากนี้ ค่าจ้างพื้นฐานเพิ่มขึ้น 2.1% ขณะที่ค่าจ้างไม่รวมโบนัสและค่าล่วงเวลา ก็เพิ่มขึ้น 2.3% ข้อมูลล่าสุดนี้เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าค่าจ้างยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งน่าจะทำให้ BOJ พิจาราขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ได้จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังเสร็จสิ้นการประชุมเมื่อวันที่ 31 ก.ค.

โดยคณะกรรมการ BOJ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.5% ตามคาด และได้ปรับพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อสำหรับปีงบประมาณ 2568 ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า BOJ มีมุมมองบวกว่าการบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ จะช่วยให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นสามารถหลีกเลี่ยงการชะลอตัวลงอย่างรุนแรงได้

ในการแถลงข่าวครั้งนี้ ผู้ว่าการ BOJ ได้ส่งสัญญาณถึงแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยว่าหากเศรษฐกิจและเงินเฟ้อเคลื่อนไหวสอดคล้องกับการคาดการณ์ก็คาดว่าจะยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และปรับระดับของการสนับสนุนทางการเงินให้สอดคล้องกับการที่เศรษฐกิจและเงินเฟ้อมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่า 147.30-147.71 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 147.78/79 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับปัจจัยที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) แถลงมติอัตราดอกเบี้ย (7/8), จำนวนผู้ขอรับวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐ (7/8), สต๊อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือน มิ.ย. สหรัฐ (7/8), คอมเมนต์จาก FOMC Member

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.25/-8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6.4/-5.2 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ