ชาวไทยในเนเธอร์แลนด์ เรียกร้องให้เกิดสันติภาพระหว่างไทย-กัมพูชา รวมใจเป็นหนึ่งส่งกำลังใจให้ทหาร ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ทั้งแนวหน้าและสนับสนุน
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ที่ผ่านมา ชาวไทยบางส่วนในประเทศเนเธอร์แลนด์รวมใจเป็นหนึ่งส่งกำลังใจให้ทหารและผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ทั้งแนวหน้าและหน่วยงานสนับสนุน พร้อมไว้อาลัยแด่ความสูญเสียของทหารและผู้บริสุทธิ์เป็นเวลา 2 นาที วอนรัฐแก้ปัญหาโดยยึดประโยชน์ของชาติเป็นหลัก
นายวศิน บุญมา หัวหน้าคณะจัดงานกล่าวว่า “เราต้องการจัดงานอย่างสงบและสันติโดยต้องการแสดงออกว่าชาวไทยในเนเธอร์แลนด์ก็ห่วงใยและต้องการสันติภาพให้แก่พี่น้องชายแดน ต้องการให้หยุดการปะทะ พร้อมชี้แจงว่าการอยู่ต่างประเทศในฐานะคนไทย
เรามีสำนึกในความเป็นไทยได้อย่างภาคภูมิอยู่แล้ว เราต้องการร่วมปกป้องอธิปไตยของประเทศไทย เคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องคนไทยเช่นกัน โดยเลือกสถานที่นี้เนื่องจากเป็นลานกิจกรรมที่มักมีกลุ่มต่าง ๆ มาขออนุญาตจัดกิจกรรมได้ อย่างวันนี้ก็ต้องควบคุมเวลาเพราะมีอีกกลุ่มมาใช้สถานที่หลังจากเราเช่นกัน อีกทั้งเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เนื่องจาก ศาลโลกที่เป็นภาพฉากหลังนั้น มีอีกชื่อหนึ่งที่เรียกว่า “Peace Palace” เรามีความเข้าใจดีว่าเหตุการณ์ปะทะไม่ได้เกี่ยวข้องกับศาลนี้ แต่เป็นสถานที่ที่เหมาะสมในการแสดงออกเรื่องสันติภาพ รวมทั้งเทศบาลเมืองเฮก ก็เห็นชอบด้วย และเราปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ได้ขออนุญาตไว้ทุกอย่าง”

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมงานทุกท่านมาด้วยความเต็มใจ โดยสิ่งที่อยากมาทำร่วมกันมากที่สุดคือวัตถุประสงค์ในการร่วมให้กำลังใจทหารไทยที่ออกรบแนวหน้า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้สนับสนุนทุกฝ่ายพร้อมทั้งร่วมแสดงความอาลัยแด่ทหารที่สละชีพ พลเรือนผู้บริสุทธิ์ รวมทั้งเด็กที่เสียชีวิตในการปะทะครั้งนี้ โดยก่อนเริ่มงานนายวศินซักซ้อมขั้นตอนกับคนไทยที่มาร่วมงาน ซึ่งมีกว่า 100 คน ว่าลำดับของงานจะเป็นไปอย่างไร รวมทั้งเน้นย้ำกับทุกคนว่าต้องช่วยกันดูแลรักษาความสะอาดให้เป็นเหมือนเดิมเมื่อกิจกรรมเสร็จสิ้น เนื่องจากได้รับความไว้วางใจจากทางเทศบาลเมืองเฮกว่าคนไทยที่เคยจัดงานไม่เคยสร้างความเดือดร้อนและปฏิบัติตาม กฎระเบียบอย่างเคร่งครัดมาตลอด
นางสุนีย์ ไม้จันทร์ อาสาสมัครด้านปฐมพยาบาลและความสะอาดให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “ก่อนมาก็คิดแล้วว่าอะไรที่เราช่วยได้ก็มาช่วยด้วยความเต็มใจ การรวมตัวกันแบบนี้อาจมีอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้นได้ ในฐานะที่ตนทำงานด้านพยาบาลอยู่แล้ว จึงอาสามาช่วยในส่วนนี้เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยมากที่สุด”
ด้านนักท่องเที่ยวและชาวดัตช์ที่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์ บางท่านเดินมาสอบถามข้อมูลโดยตรง ซึ่งทีมงานจัดเตรียมทีมสื่อสารกิจกรรม สำหรับชี้แจงวัตถุประสงค์ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาดัตช์ รวมทั้งจัดทีมภาคสนามเพื่อสอบถามความรู้สึกของประชาชน ซึ่งต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เข้าใจสถานการณ์ดี ต้องการให้มีสันติภาพ อีกทั้งมองว่าประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นประเทศแห่งความเสรี และเปิดกว้างการแสดงออกทุกรูปแบบ การสนับสนุนเสียงของประชาชนของทุกชาติ ทุกกิจกรรมสามารถกระทำได้ พร้อมทั้งชื่นชมเพลงไทย ว่ามีทำนองไพเราะแม้จะไม่ทราบความหมายก็ตาม 
ภายใต้การจัดกิจกรรมหลายคนมีน้ำตา หลายคนมีรอยยิ้ม และหลายคนเอ่ยปากว่าดีใจที่ได้มีโอกาสร้องเพลงชาติไทยเป็นหมู่คณะเพราะอยู่ต่างประเทศก็ไม่สามารถไปร้องที่ไหนได้เช่นกัน ต้องการแสดงออกตามวัตถุประสงค์ข้างต้นเท่านั้น ไม่ได้ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง
ทั้งนี้ ในคำปราศรัยของนายวศิน มีบางช่วงบางตอนที่ต้องการให้กัมพูชาและไทยกลับมาเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันเมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างสงบลง พร้อมวอนรัฐบาลจัดการปัญหาให้เร็วที่สุดโดยคำนึงถึงความมั่นคงของชาติ ผลประโยชน์ของประชาชน และความปลอดภัยเป็นที่ตั้ง
