ปรับแบบรายงานเบี้ยเริ่มปี’62 ส.ประกันชีวิตแยกพอร์ตยูนิต-ยูนิเวอร์แซลไลฟ์
“สมาคมประกันชีวิตไทย” เตรียมแยกบัญชีเบี้ย “ยูนิตลิงก์-ยูนิเวอร์แซลไลฟ์” ออกจากกลุ่มเบี้ยประกันสามัญ ชี้เป็นประกันยอดฮิตมีลุ้นทดแทนประกันแบบเดิมในอนาคต “พิชา” เผยชงเข้าบอร์ดและอนุกรรมการคณิตศาสตร์ประกันภัยแล้ว จ่อประกาศใช้รายงานสถิติใหม่ ต้นปี”62
นายพิชา สิริโยธิน ผู้อำนวยการบริหารสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้สมาคมอยู่ระหว่างปรับปรุงการรายงานสถิติธุรกิจประกันชีวิตรูปโฉมใหม่ โดยเตรียมจะแยกบัญชีระหว่างเบี้ยประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิตลิงก์) และเบี้ยประกันชีวิตแบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์ ออกมาจากกลุ่มประกันภัยประเภทสามัญ เนื่องจากเบี้ยประกันชีวิตของ 2 ตัวนี้เป็นโปรดักต์ที่ได้รับความนิยมสูง ซึ่งคาดว่าในอนาคตจะยิ่งมีบทบาทและเข้ามาทดแทนโปรดักต์แบบประกันเดิมได้ค่อนข้างมาก

โดยเมื่อช่วงปลายปี 2560 สมาคมได้นำเสนอให้คณะกรรมการสมาคม (บอร์ด) พิจารณาแล้ว และทางบอร์ดได้มอบหมายให้นำกลับมาปรับปรุงรายละเอียดเพิ่มเติม หลังจากนั้นในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. 2561 ที่ผ่านมา ทางบอร์ดได้เสนอให้นำเข้าไปหารือกับคณะอนุกรรมการคณิตศาสตร์ประกันภัย ซึ่งมีผู้แทนจากภาคธุรกิจประกันชีวิตทุกบริษัทเข้าร่วมด้วย โดยในที่ประชุมผู้แทนทุกบริษัทต่างเห็นพ้องตรงกันและมีบางรายเสนอแนะเพิ่มเติม จึงคาดว่ากระบวนการน่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีและเริ่มประกาศใช้ต้นปี 2562
“สมาคมอยากที่จะปรับปรุงการรายงานสถิติใหม่ เพราะว่าแบบฟอร์มเก่าใช้มาค่อนข้างนานแล้วกว่า 10-20 ปี ซึ่งในปัจจุบันโปรดักต์ต่าง ๆ มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก การปรับปรุงจะสะท้อนความเป็นจริงและเห็นเทรนด์หรือทิศทางของตลาดประกันชีวิตได้มากที่สุด
อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีหลังนี้สมาคมจะต้องใช้เวลาเร่งสร้างแพลตฟอร์มใหม่ (ระบบไอที) เพื่อจัดการเก็บข้อมูลดังกล่าว และบริษัทประกันชีวิตก็จะได้มีเวลาดึงฐานข้อมูลจากระบบคอมพิวเตอร์เพื่อนำส่งรายงานให้กับทางสมาคมด้วย
“การปรับปรุงครั้งนี้ เพื่อให้สะท้อนภาพผลงานเบี้ยของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับผู้บริโภคและผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลไปใช้ได้ตรงตามความต้องการที่สุด” นายพิชากล่าว
ส่วนข้อกังวลเรื่องการนำเบี้ยประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิตลิงก์) ประเภทชำระครั้งเดียว (ซิงเกิลพรีเมี่ยม) ที่ให้คิดเป็น 10% ของผลงานเบี้ยปีแรกนั้น นายพิชากล่าวว่า ที่ผ่านมาบางบริษัทประกันชีวิตอาจมีความสับสนในการบันทึกข้อมูลโดยการนับรวม 100% นับเป็นผลงานในปีนั้น ๆ ทั้งหมด ซึ่งตามกฎสมาคมไม่สามารถนำมาบันทึกรวมกันได้ ขณะที่ปัจจุบันสมาคมได้ใช้มีการตรวจสอบซ้ำหากพบว่าบริษัทใดมีตัวเลขที่ผิดปกติไปจากเดิม จะให้เจ้าหน้าที่โทร.ติดต่อเพื่อยืนยันข้อมูลว่าถูกต้องหรือไม่ เพื่อให้ปรับปรุงแก้ไขก่อนที่สมาคมจะมีการเผยแพร่ข้อมูลออกไป
นอกจากนี้ ทางสมาคมยังได้ปรับปรุงช่องทางการจัดจำหน่ายเพิ่มเติม เพื่อให้สอดรับกับทิศทางการขายในปัจจุบัน โดยการเพิ่มช่องทางดิจิทัล (ออนไลน์) จากเดิมที่แยกบัญชีเบี้ยประกันชีวิตขายผ่านช่องทางตัวแทนและช่องทางธนาคารพาณิชย์ (แบงก์แอสชัวรันซ์) เป็นหลัก และต่อมาได้ขยายช่องทางเทเลมาร์เก็ตติ้งและไดเร็กเซลเข้าไป ถึงแม้ว่าเบี้ยอาจจะยังไม่เติบโตมากนัก แต่ก็สามารถสะท้อนให้เห็นว่าเป็นช่องทางหนึ่งของธุรกิจประกันชีวิต
“ในอนาคตทางสมาคมคาดว่าอาจจะแยกบัญชีเบี้ยประกันสุขภาพออกมาจากกลุ่มสัญญาเพิ่มเติม (ไรเดอร์) อื่น ๆ เนื่องจากด้วยนโยบายรัฐบาลที่สนับสนุนให้นำเบี้ยประกันสุขภาพไปหักลดหย่อนภาษีในวงเงินไม่เกิน 15,000 บาท ประกอบกับรัฐให้ความสำคัญโดยอาศัยการประกันภัยเข้ามาช่วยเหลือเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของประชาชน ซึ่งสมาคมเล็งเห็นว่าการปรับปรุงจะเป็นประโยชน์ในการมีข้อมูลไปเชื่อมต่อกับหน่วยงานราชการต่าง ๆ ได้ดีมากขึ้น” นายพิชากล่าว