เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“พรเพชร” Key Player สนช. กำกับบท ส.ว.คุมรัฐบาลหลังเลือกตั้ง

08 ก.ค. 2561 | 23:29น.

ภาพการเลือกตั้งขยับเข้าใกล้ขึ้นมาทุกขณะ4 โมเดลวันเลือกตั้ง ถูกกำหนดไว้ 4 วัน ใน 4 เดือน ตั้งแต่ ก.พ. จนถึง พ.ค.

นาทีนี้… การเลือกตั้งเกิดขึ้นแน่นอน เพียงแต่ วัน ว. เวลา น. ยังเป็นเพียงแค่ตุ๊กตา

แต่ในมุมประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ “พรเพชร วิชิตชลชัย” ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่อยู่ในวงโคจรอำนาจมาตั้งแต่ 2557 ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าควบคุมอำนาจ เมื่อ 4 ปีก่อน

และกำลังปฏิบัติภารกิจ “นั่งร้าน” ฝ่ายนิติบัญญัติครบ 4 ปี ในเดือน ก.ค.

“พรเพชร” ให้สัมภาษณ์พิเศษ “ประชาชาติธุรกิจ” โดยเชื่อมั่นเหมือนคนในฝ่ายบริหารว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในเดือน ก.พ. 2562

มั่นใจเลือกตั้ง ก.พ. 62

“ยังมั่นใจว่าจะมีการเลือกตั้ง ก.พ. 62 อย่างช้าสุด มี.ค. เม.ย. แต่พูดกันตรง ๆ ขึ้นอยู่กับพรรคการเมืองกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถ้า กกต.ไม่พร้อมคงไม่กล้าเดินต่อไปแล้วเกิดความวุ่นวาย แต่ถ้าตั้งใจจะทำจริง ๆ ก.พ.คำนวณดูแล้วว่าเลือกตั้งได้”

อย่างไรก็ตาม ก่อนฤดูการเลือกตั้งอุบัติขึ้น กฎหมายพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ จะต้องประกาศใช้ให้ครบทั้ง 4 ฉบับก่อน โดยประกาศใช้ไปแล้ว 2 ฉบับ คือ พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. ส่วนที่ยังไม่ประกาศใช้มี 2 ฉบับ คือ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการโปรดเกล้าฯ

“พรเพชร” เลือกโฟกัสไปที่ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ที่การพิจารณาร่างกฎหมายในชั้น สนช. ได้ขยายเวลาการบังคับใช้ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ออกไปอีก 90 วัน อันเป็นผลให้การเลือกตั้งต้องขยับช้าไปถึงปี”62 และทำให้ สนช.ตกเป็นจำเลยที่ทำให้โรดแมปเลือกตั้งเลื่อนออกไป

เขาแก้ต่างประเด็นนี้ว่า “พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ขยายเวลาการบังคับใช้ออกไป 90 วัน จนส่งผลให้โรดแมปเลือกตั้งขยับ ก็เพราะเป็นผลกระทบจากคำสั่ง 53/2560 และกฎหมายพรรคการเมือง มีเสียงสะท้อนมายัง สนช.มากมายว่า 1.พรรคการเมืองคัดค้านไพรมารี่โหวต 2.คัดค้านที่รัฐบาลไม่ปลดล็อก กมธ.วิสามัญของ สนช. ที่พิจารณากฎหมายฉบับนี้

มองเห็นว่าจำเป็นต้องเพิ่มเวลาให้เตรียมการทำไพรมารี่โหวต หากไม่เพิ่มเวลา เมื่อกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศใช้แล้วรัฐบาลไปปลดล็อกทันที เกรงว่าพรรคการเมืองจะทำไพรมารี่ไม่ทันแล้วเป็นปัญหาเดดล็อก เมื่อถึงทางตันจะต้องไปแก้ไขด้วยวิธีการอื่นจะทำอย่างไร”

แย้มสูตรล็อกวันเลือกตั้ง

“สู้ทำให้หลวม ๆ ขยายเวลาบังคับใช้ออกไป 90 วันดีกว่า แต่ไม่ได้แปลว่ากรอบเวลาตามรัฐธรรมนูญที่ให้เลือกตั้งภายใน 150 วัน หลังจากกฎหมายเลือกตั้ง 4 ฉบับประกาศใช้ จะต้องใช้เต็มที่ 150 วัน สามารถใช้แค่ 90 วันได้ เพราะถ้านับเต็ม 150 วัน การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นใน พ.ค. 62 ดังนั้นจึงต้องไปบีบระยะเวลาจัดการเลือกตั้ง 150 วัน ให้เหลือ 90 วัน เพื่อให้ กกต.จัดการเลือกตั้ง เมื่อรวมเวลาการขยายวันบังคับใช้ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. 90 วัน ก็จะลงล็อกที่เดือน ก.พ.ได้”

แก้ไพรมารี่ต้อง ม.44

ทว่ากระแสการเลือกตั้ง 62 มาพร้อมกับปัญหาของพรรคการเมืองทั้งพรรคเก่า พรรคใหม่ ไม่เว้นแม้แต่พรรคพลังประชารัฐ ที่อาจหาสมาชิกพรรคเพื่อทำไพรมารี่โหวตคัดเลือก ผู้สมัครไม่ทัน “พรเพชร” บอกว่าทางออกมีทางเดียวเท่านั้น…ต้องใช้คำสั่ง ม.44

“ปัญหาคือ…จะเลิกอย่างไร เมื่ออยู่ในกฎหมาย ทุกเสียงตอบตรงกันว่า ต้องให้ คสช.พิจารณา เพราะ คสช.มีอำนาจมาตรา 44 จะแก้ไขกฎหมายไม่มีทางทันเลย เพราะต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ถ้าไม่มีมาตรา 77 ทำได้ 3 วาระรวด แต่ตอนนี้ สนช.ถูกมาตรา 77 บังคับ”

“นอกจากนี้ยังมีปัญหาทางเทคนิค เมื่อสภาไปออกกฎหมายเอง แล้วจะไปแก้กฎหมายนั้น สมควรหรือ แต่ถ้าเป็น คสช. คนก็จะมองไปที่ คสช. อีกทั้งกระบวนการออกกฎหมายใหม่ยิ่งจะทำให้การเลือกตั้งช้าไปอีก ไม่มีทางออกอื่นเลย”

เคลียร์ครหาถ่วงโรดแมป

ในรอบ 4 ปี ที่แม่น้ำสายนิติบัญญัติปั๊มกฎหมายให้ คสช. “พรเพชร” ยอมรับว่าเหนื่อยมาก กับการร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 10 ฉบับ

“อยากพูดว่าการพิจารณากฎหมายลูก สนช.เหนื่อยมากในการตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาร่วมกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพราะมีเวลาจำกัดแค่ 60 วัน ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญไม่ได้บังคับให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ แต่ให้ตั้ง กมธ.ร่วมระหว่าง กรธ. กกต. ทั้งที่รัฐธรรมนูญในบทหลักกำหนดว่า กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญจะต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาทุกฉบับอยู่แล้ว ซึ่งจะสามารถคำนวณเวลาตามไทม์ไลน์เลือกตั้งได้ จะเร่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก็ได้”

“แต่เมื่อต้องตั้ง กมธ.วิสามัญร่วมกับ กรธ.ทำให้เกิดปัญหา โดยเฉพาะกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ที่เกิดปัญหาข้อโต้แย้งคือ ผู้ที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยไม่แจ้งเหตุที่สมควร ไม่ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง กับข้าราชการบริหารท้องถิ่น ผมเห็นว่าเมื่อจะรับตำแหน่งการเมืองแต่ไม่ไปใช้สิทธิทางการเมือง เราก็ลงโทษ”

“อีกเรื่องหนึ่งที่อ้างว่าขัดรัฐธรรมนูญ ช่วยคนพิการไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง หาว่าไม่ใช่ลงคะแนนลับ ผมเห็นว่าอย่าไปตีความภาษา การลงคะแนนลับต้องไม่เปิดเผยต่อสาธารณชน ที่ไปหันกระดานให้เขาเห็นเวลาลงคะแนน อย่างนี้เปิดเผย แต่ถ้ามีคนช่วยเหลือสักคน ญาติ หรือเจ้าหน้าที่มาช่วย แล้วถ้าไม่เปิดเผยก็ยังเป็นความลับอยู่ มีสนธิสัญญาที่ประเทศไทยลงนามว่าจะต้องอำนวยความสะดวกแก่คนพิการ ผมจึงมั่นใจมากว่า ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อตลอดมา”

“แต่เมื่อต้องส่ง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ก็ทำให้กฎหมายประกาศช้าไป 2 เดือนเศษ ซึ่งผมก็เสียใจ เพราะความเห็นของผมอธิบายอย่างไร สังคมไม่เข้าใจ และผมอาจมีเครดิตน้อย ผู้คนยังไม่เชื่อถือ ไม่ใช่ผมจะมาตอแยหรืออะไร แต่โชคดีที่รัฐธรรมนูญวินิจฉัยใน 2 เดือน โรดแมปขยับนิดหน่อย ซึ่งแก้ปัญหาได้โดยบริหารจัดการร่นเวลากรอบการเลือกตั้งขึ้นมาได้”

โชว์ผลงานโบแดง

ส่วนผลงานชิ้นโบแดงของ สนช. “พรเพชร” บอกว่า พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ ตัดขั้นตอนราชการต่าง ๆ รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพันธสัญญาที่ทำกับต่างประเทศ ทำให้ปัญหาการค้ามนุษย์ การละเมิดลิขสิทธิ์ อาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด ได้ถูกนำมาแก้ไข

แต่กฎหมายที่อาจเป็น “โบดำ” และถูกสังคมวิจารณ์ อย่าง กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ล็อกอนาคตไว้ 20 ปี รวมถึงกฎหมายปฏิรูปต่าง ๆ ที่ถูกชงโดยรัฐบาล คสช. “พรเพชร” แย้งว่า 1.กฎหมายพวกนี้มาจากรัฐบาล 2.ต้องกลั่นกรองโดยสภา แน่นอนสภามาจากพวกเดียวกับรัฐบาล แต่สภาต้องคำนึงถึงหลักนิติธรรม ประชาชน สังคม ประเทศชาติในอนาคต ถ้าไปถึงการล็อกอนาคตจนไม่สามารถแก้ไขได้ สมาชิกส่วนใหญ่คงไม่ยอมกับคำถามที่ว่า กฎหมายของ สนช.สร้างความได้เปรียบให้ คสช.ในเกมเลือกตั้งหรือไม่ “พรเพชร” ชี้ว่า เป็นข้อวิจารณ์โดยปกติของพรรคการเมือง-นักการเมือง

“ไม่ว่ารัฐบาลที่ไหนในโลกก็จะต้องถูกวิจารณ์ว่า กฎหมายที่ตนสร้างมาทำให้เกิดความได้เปรียบ แต่คนร่างกฎหมายต้องใช้หลักนิติศาสตร์ คนปฏิบัติตามกฎหมายใช้หลักรัฐศาสตร์ คงบริหารจัดการได้ ไม่มีกฎหมายฉบับใดที่เขียนลึกลงไปได้ว่า คะแนนเสียงต้องเป็นของพรรคนี้ พรรคนั้นไม่ได้คะแนน เรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบ มันเขียนถึงขนาดนี้ไม่ได้ บางประเทศออกกฎหมายมายุบพรรคการเมืองเสียงข้างน้อย… ของเรายังไม่ถึงขั้นนั้น แต่ถึงไม่มีกฎหมาย ประโยชน์ทางรัฐศาสตร์สำคัญกว่าที่จะช่วยเรื่องคะแนนเสียงของพรรคการเมือง”

เดินเกม ส.ว.ลากตั้งโหวตนายกฯ

แม้ไม่สามารถเขียนกฎหมายที่เฉพาะเจาะจงให้พรรคนอมินีของ คสช.ในอนาคตชนะเลือกตั้งได้ แต่กรณีที่ สนช.ชง “คำถามพ่วงประชามติ” ให้ ส.ว. 250 คน ร่วมโหวตเลือกนายกฯ 5 ในปีแรก ทำให้ สนช.กลายเป็น key player สำคัญ ที่จะให้ พล.อ.ประยุทธ์ หวนคืนสู่ตำแหน่งอีกครั้ง

“ยอมรับว่าใช่…แต่ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่า สนช.รับเรื่องเหล่านี้ตามที่รัฐบาลส่งมา การปรับปรุงในบางเรื่อง.. เช่น บทบาทของ ส.ว. เราเห็นว่า ส.ว.ต้องมีบทบาท มิเช่นนั้น แผนการปฏิรูปตามรัฐธรรมนูญจะเดินต่อไปไม่ได้ จึงต้องให้ ส.ว.มีบทบาทมากขึ้น มีการแก้ไขในบทเฉพาะกาลให้ ส.ว.มีส่วนเลือกนายกฯได้ ก็เพื่อที่จะไปดูแลว่าจะได้รัฐบาลที่ดี แต่ทำไปด้วยความมุ่งหวังให้ประเทศไทยมีรอยต่อ เชื่อมต่อที่ไปได้โดยไม่ถูกพับฐาน ไม่ได้ขาดสะบั้น เดินไปแล้วยุติ”

“ส่วนจะปูทางให้ พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯรอบสองหรือไม่…ถูกมองได้อย่างนั้น แต่จะเห็นว่าไม่ได้สะดวก เหตุผลยังไม่เพียงพอ ที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เพียงแต่ต้องการให้มี ส.ว.เปลี่ยนผ่าน ให้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปดำเนินการต่อไป”

แต่ที่สุดแล้วจะกลายเป็นการ “เปิดช่อง” ให้ “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นนายกฯหรือเปล่า “พรเพชร” ทิ้งคำตอบ

กำกวมไว้เป็นปริศนาว่า “เป็นกระบวนการทางการเมือง ผมไม่อยากพูดถึง เดี๋ยวไปกระทบคนอื่น”