เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
Biz Movement ‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Finance มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
Business Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
Politics โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
Finance ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
ดูทั้งหมด

CPF-มหิดล ชูนวัตกรรม อาหารลดความเสี่ยงโรคร้ายใกล้ตัว

24 ส.ค. 2568 | 10:10น.

โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของโลก จากข้อมูล องค์การอนามัยโลก พบว่า ในปี 2565 มีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดประมาณ 19.8 ล้านคน คิดเป็น 32% ของการเสียชีวิตทั้งหมดทั่วโลก

ในจำนวนนี้ 85% เสียชีวิตจากโรคหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งมากกว่า 3 ใน 4 ของการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเกิดขึ้นในประเทศที่มีรายได้น้อยและปานกลาง

ขณะที่การเสียชีวิตก่อนวัยอันควร (อายุต่ำกว่า 70 ปี) จากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือกลุ่มโรค NCDs อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง โรคไต มะเร็ง และโรคทางพันธุกรรม กลับมีจำนวนมากถึง 18 ล้านคนในปี 2564 ใน 38% เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด

อย่างไรก็ตาม โรคหัวใจและหลอดเลือดส่วนใหญ่นั้นสามารถป้องกันได้ ด้วยการจัดการกับปัจจัยเสี่ยงด้านพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม เช่น การสูบบุหรี่ การรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ (รวมถึงเกลือ น้ำตาล และไขมันส่วนเกิน) และโรคอ้วน การขาดการออกกำลังกาย การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก และมลพิษทางอากาศ

เปิดฉากประชุมนานาชาติ

ล่าสุด บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ หนึ่งในภาคเอกชนผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ของไทย ได้ร่วมงานประชุมวิชาการนานาชาติ สภาพแวดล้อมการทำงานและโรคหัวใจและหลอดเลือดครั้งที่ 8 (The 8th International Conference on Work Environment and Cardiovascular Diseases (ICOH-CVD) ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 20-22 สิงหาคม 2568 ณ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

มีผู้เข้าร่วมประชุม 200 คน จาก 27 ประเทศทั่วโลก โดยมี ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดี และ รศ.ดร.สราวุธ เทพานนท์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธาน
รศ.ดร.สราวุธกล่าวว่า โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของโลก ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนและผลิตภาพทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ

จะเห็นว่าการพัฒนาของเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน ทำให้สภาพแวดล้อมในการทำงานเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เช่น ต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน เกิดความเครียดสะสม ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

รศ.ดร.สราวุธ เทพานนท์
รศ.ดร.สราวุธ เทพานนท์

การประชุมทางวิชาการครั้งนี้ ถือเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ และข้อมูลระหว่างผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาอาชีพ เกี่ยวกับปัจจัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อให้เกิดโรค CVDs ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อที่จะนำมาสู่การกำหนดมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ พร้อมกับลดปัจจัยความเสี่ยงที่จะเกิดโรคในกลุ่มดังกล่าว โดยเฉพาะการพัฒนาสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีสภาพดีขึ้นสำหรับประชาชน

Advertisement

“เรามองถึงผลลัพธ์ว่าการประชุมครั้งนี้ จะทำให้เกิดความตระหนักและความเข้าใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนทำให้เกิดความมือระหว่างเครือข่ายสาขาวิชาชีพ ในการศึกษาวิจัยเพื่อเสนอร่างนโยบายในการลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงการสร้างแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานต่อไป”

คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ยึดหลัก “3P” เพื่อการพัฒนาสุขภาวะของประชาชน ประกอบด้วย การป้องกัน (Prevention), ส่งเสริม (Promotion) และปกป้อง (Protection) หลักการ 3P นี้ ถือเป็นแนวทางหลักของคณะ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสร้างสังคมที่มีสุขภาวะที่ดียิ่งขึ้น

“เรื่องเหล่านี้เป็นวิชาการบ้าน ๆ ที่เราต้องประยุกต์ใช้ให้เป็น สำคัญสุดคือ ทุกฝ่ายต้องทำให้เข้าถึงประชาชนให้ได้” รศ.ดร.สราวุธกล่าวและย้ำว่า

การที่เราได้เป็นเฟรนด์ (Friend) ทำงานร่วมกับซีพีเอฟ ซึ่งเชี่ยวชาญด้านอาหารถือเป็นโอกาสที่ดี เพื่อร่วมกันพัฒนาให้อาหารบ้านเรามีคุณภาพและเข้าถึงได้จริง ๆ ซึ่งทั้งหมดคือ Health นั่นเอง

“ความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด เราต้องเริ่มจากเรื่องอาหาร และใช้ชีวิตหรือมีพฤติกรรมการกินการอยู่แบบปกติ เพียงแต่ให้เข้าใจข้อดี ข้อเสียของอาหารแต่ละชนิด ทั้งรู้จักวิธีการปรุงให้เหมาะสม และต้องเน้นความสะอาด ความปลอดภัยเป็นหลัก ไลฟ์สไตล์กับการทำงาน ต้องมีเส้นแบ่งที่พอดี ชีวิตต้องไม่เครียด แล้วทุกอย่างจะเสริมกัน”

เลือกอาหารให้หลากหลาย

ศ.ดร.สุภา เพ่งพิศ รองคณบดีฝ่ายยุทธศาสตร์การวิจัยและพัฒนาเครือข่าย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เสริมว่า พฤติกรรมที่มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งไม่ใช่โรคติดต่อ ทุกคนสามารถเลี่ยงได้ โดยให้ทำ 5 สิ่งนี้ คือ

1.จะกินหวาน เค็ม มัน ก็ไม่เป็นไร แต่อย่ากินต่อเนื่อง หรือกินซ้ำ ๆ 2.ต้องออกกำลังกาย 3.ต้องดื่มน้ำ 4.ผ่อนคลายความเครียด 5.อย่าสูบบุหรี่ และดื่มของมึนเมา

“คนเป็นโรคความดันสูงเสี่ยงเป็นโรคหัวใจมากกว่าปกติถึง 11 เท่า โรคเบาหวานมีความเสี่ยงเพิ่ม 3 เท่า ใครเป็นโรคเหล่านี้ยิ่งต้องดูแลตัวเอง”

นสพ.ดร.มนูศักดิ์ วงศ์พัชรชัย
นสพ.ดร.มนูศักดิ์ วงศ์พัชรชัย

มุ่งพัฒนาอาหาร

นสพ.ดร.มนูศักดิ์ วงศ์พัชรชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าทีมวิจัยด้านไบโอเทค กล่าวว่า CPF มุ่งมั่นยกระดับสุขภาพของทุกคน ด้วยอาหารที่ดี สะอาด เข้าถึงง่าย และมีคุณค่าทางโภชนาการ ด้วยการพัฒนานวัตกรรมอาหาร

เพื่อให้คนไทยทุกคนมีสุขภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง การประชุมครั้งนี้บริษัทได้เสนองาน 2 ส่วน คือ ด้านความปลอดภัยอาหาร (Food Safety) และการพัฒนาอาหารทางเลือก (Functional Food)

ดังตัวอย่างเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 บริษัทได้พิชิตเป้าหมายการส่งไก่ไทยไปอวกาศได้แล้ว ผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัยสุดหินจาก NASA ครอบคลุมถึงนวัตกรรมโอเมก้า 3 จากธรรมชาติ อย่างไข่ไก่ U FARM เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคให้มีสุขภาพที่ดี ตามหลักการอาหารแทนยา (Food as Medicine)

“เราไม่ได้ขายแค่อาหาร แต่เรากำลังส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกคำที่กิน นอกจากเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยแล้ว เรายังใส่ใจคุณค่าทางโภชนาการของอาหารด้วย เพราะคนไทยกินหมูกินไก่ กินไข่กันทุกวัน แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ คือ ถ้าอาหารประจำวันเรามีสารอาหารที่ดีต่อหัวใจ อย่างไข่ไก่ U FARM มีโอเมก้า 3 สามารถช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้ ผู้บริโภคเพียงแค่กินของเดิม แต่สุขภาพดีขึ้น”