ประกันคุ้มภัย “ทีมหมูป่า” ถึง “นาข้าว” ในความโชคร้าย ยังมีความโชคดี
อุบัติเหตุเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลาและทุกสถานที่ เฉกเช่น “ทีมนักฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี” ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง “ขุนน้ำนางนอน” ในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป็นเวลานานกว่า 10 วัน ก่อนที่นักประดาน้ำจะไปเจอ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกู้ภัยนำทั้ง 13 ชีวิตออกจากถ้ำให้ได้อย่างปลอดภัย
แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะสร้างปรากฏการณ์ “น้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนไทยทั้งชาติ” แต่นับเป็นบทเรียนหนึ่งที่สะท้อนถึงความเสี่ยงภัย ที่อาจจะทำให้หลายชีวิตฉุกคิดถึงการป้องกันความเสี่ยงจากหลักการประกันภัย เพราะถือเป็นหลักคุ้มครองชีวิตรูปแบบหนึ่งเพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงได้
ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) หนึ่งในหน่วยงานที่กำกับดูแลธุรกิจประกันภัยในประเทศไทย นำโดยหัวเรือใหญ่อย่าง “ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ” เลขาธิการ คปภ. ก็ไม่รีรอที่จะสั่งการให้สำนักงาน คปภ.ภาค 1 จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดเชียงราย ติดตามและประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
3 ประกันภัยพร้อมเคลมผู้ติดถ้ำ
โดยในเบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า ทีมนักฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีมีการจัดทำประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มนักเรียน คือ จำนวน 6 คน ที่อยู่โรงเรียนแม่สายประสิทธิศาสตร์ ประกอบด้วย ด.ช.สมพงษ์ ใจวงศ์ อายุ 13 ปี, ด.ช.ดวงเพชร พรหมเทพ อายุ 13 ปี, ด.ช.ภานุมาศ แสงดี อายุ 13 ปี, ด.ช.ประจักษ์ สุธรรม อายุ 14 ปี, ด.ช.ณัฐวุฒิ ทาคำทราย อายุ 14 ปี, นายพีรพัฒน์ สมเพียงใจ อายุ 16 ปี ทางโรงเรียนได้ทำประกันภัยกับ บมจ.สหประกันชีวิต ซึ่งจะได้รับค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10,000 บาทต่อคน ค่าชดเชยผู้ป่วยในคืนละ 500 บาท และค่าชดเชยผู้ป่วยนอกครั้งละ 300 บาท
ส่วน ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม อายุ 13 ปี ที่อยู่โรงเรียนบ้านป่าเหมือด, นายพิพัฒน์ โพธิ อายุ 15 ปี นักเรียนโรงเรียนบ้านสันทราย, ด.ช.ชนินทร์ วิบูลย์รุ่งเรือง อายุ 11 ปี นักเรียนโรงเรียนอนุบาลแม่สาย, นายพรชัย คำหลวง อายุ 16 ปี นักเรียนโรงเรียนบ้านป่ายาง ซึ่งทั้ง 4 โรงเรียนนี้ได้ทำประกันภัยกับ บมจ.อาคเนย์ประกันภัย โดยนักเรียนจะได้รับค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10,000 บาทต่อคน ค่าชดเชยผู้ป่วยในคืนละ 500 บาท และค่าชดเชยผู้ป่วยนอกครั้งละ 300 บาท
ขณะที่ ด.ช.เอกรัตน์ วงศ์สุขจันทร์ อายุ 14 ปี นักเรียนจากโรงเรียนดรุณราษฎร์วิทยา ได้ทำประกันภัยกับ เอไอเอ ประเทศไทย โดยได้รับค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 6,000 บาทต่อคน และสำหรับ ด.ช.อดุลย์ สามออน อายุ 14 ปี นักเรียนจากโรงเรียนบ้านเวียงพาน ซึ่งเป็นชาวเมียนมา จะได้รับเงินช่วยเหลือจากกองทุนของโรงเรียน ซึ่งทางสำนักงาน คปภ.ได้ประสานงานและกำชับให้บริษัทดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่แต่สำหรับนายเอกพล จันทรวงค์ อายุ 25 ปี โค้ชผู้ฝึกสอนทีมนักฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี ไม่พบว่ามีการทำประกันภัยไว้แต่อย่างใด
นายหลักชัย สุทธิชูจิต กรรมการผู้จัดการ บมจ.อาคเนย์ประกันภัยกล่าวว่า บริษัทได้ตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัยเป็นที่เรียบร้อย คาดว่าจะเยียวยาให้ความช่วยเหลือด้านค่าสินไหมทดแทนให้กับนักเรียนทั้ง 4 คน โดยนักเรียนจะได้รับค่ารักษาพยาบาลเต็มสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ นอกจากนี้ อาคเนย์ฯจะให้เงินช่วยเหลือแก่ผู้ปกครองเป็นกรณีพิเศษด้วย
แหล่งข่าวจากสำนักงาน คปภ.ระบุว่า ขณะนี้ทางสำนักงาน คปภ.ได้ประสานกับทางโรงพยาบาลเชียงรายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงเร่งบริษัทประกันภัยทั้ง 3 รายให้ความช่วยเหลือครอบครัวทีมนักฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีโดยเร็ว
ระบายน้ำท่วมนารับเงินประกัน
สำหรับประเด็นพื้นที่เกษตรที่ได้รับความเสียหายจากการระบายน้ำออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ทางเลขาธิการ คปภ.ก็ได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ.จังหวัดเชียงรายเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำจนน้ำท่วมนา ซึ่งมีเกษตรกรเสียหายราว 101 ราย ในพื้นที่ 3 ตำบล 7 หมู่บ้าน ดังนี้ 1.ตำบลศรีเมืองชุม หมู่ 6 บ้านทุ่งเกลี้ยง พื้นที่นาเสียหาย 27 ไร่ และหมู่ 9 บ้านศรีป่าสัก นาเสียหาย 88 ไร่, 2.ตำบลโป่งผา หมู่ 2 บ้านหนองอ้อ นาเสียหาย 350 ไร่ และหมู่ 6 บ้านสันทรายมูล นาเสียหาย 104 ไร่, 3.ตำบลบ้านด้าย หมู่ 4 บ้านสันทรายน้อย นาเสียหาย 104 ไร่ และหมู่ 5 บ้านสันปูเลย นาเสียหาย 295.50 ไร่ และหมู่ 8 บ้านป่าก๋อย นาเสียหาย 400 ไร่ รวมพื้นที่นาเสียหายมากกว่า 1,397.50 ไร่ หรือคิดเป็น 8.39% ที่ขึ้นทะเบียนการปลูกข้าวนาปี 2560/2561 จำนวน 16,646 ไร่ โดยข้าวนาปีที่ได้รับผลกระทบมีอายุระหว่าง 15-20 วัน ซึ่งกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ได้ประกาศเป็น “พื้นที่ประสบสาธารณภัย” ในพื้นที่ดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย. 2561 เพื่อประโยชน์ในการจัดการสาธารณภัยให้เป็นไปตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558
และเมื่อผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว จึงเข้าหลักเกณฑ์การได้รับความคุ้มครองจากกรมธรรม์ประกันภัยข้าวนาปีในทันที ซึ่งนอกจากที่เกษตรกรจะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว ยังจะได้รับเงินสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์ประกันภัยข้าวนาปีวงเงินความคุ้มครองสูงสุดอยู่ที่ 1,260 บาทต่อไร่
“ผมได้สั่งการให้มีการเร่งจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกระบวนการโดยเร็ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เอาประกันภัยข้าวนาปีที่ได้รับความเสียหาย” ดร.สุทธิพลกล่าว
ธ.ก.ส.เยียวยาทางการเงินเต็มที่
นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคาร ธ.ก.ส.กล่าวว่า ธ.ก.ส.จะมอบเงินจากกองทุนบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัยให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำครัวเรือนละ 3,000 บาท โดยโอนเงินเข้าบัญชีโดยตรง ส่วนการเยียวยาจากภาครัฐกรณีนาข้าวเสียหายจะได้รับเงินช่วยเหลือในอัตราไร่ละ 1,113 บาท และในกรณีที่เกษตรกรทำประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2561 จะได้รับเงินชดเชยค่าเสียหายไร่ละ 1,260 บาท รวมทั้งสิ้นไร่ละ 2,373 บาท ซึ่ง ธ.ก.ส.จะเร่งประสานสมาคมประกันวินาศภัยไทยให้ดำเนินการจ่ายเงินชดเชยความเสียหายให้กับเกษตรกรโดยเร็ว
“สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป ธ.ก.ส.และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเข้าไปดูแลฟื้นฟูตามสภาพความเป็นจริง เพื่อให้เกษตรกรประกอบอาชีพได้ตามปกติ ส่วนการปรับแผนการระบายน้ำที่อาจส่งผลกระทบไปยังชาวบ้านในตำบลอื่น ๆ เช่น ต.โป่งงาม ธ.ก.ส.จะเร่งสำรวจและช่วยเหลือเช่นเดียวกัน” นายอภิรมย์กล่าว
ในยามโชคร้ายบดบังหนทาง แต่ก็ยังคงมีแสงสว่างแห่งความโชคดีแฝงอยู่ หากรู้จักป้องกันความเสี่ยงด้วยการทำประกันภัย ก็จะช่วยบรรเทาและบริหารความเสี่ยงแก่ชีวิตและทรัพย์สินได้บ้าง ซึ่งเหตุการณ์กู้ชีพทีมหมูป่าติดถ้ำหลวงฯ คงทำให้ใครหลายคนเชื่อมั่นในการประกันภัยไม่มากก็น้อย และคงไม่มีใครโชคร้ายและโชคดีในเวลาเดียวกันเท่า ๆ กับน้อง ๆ นักเตะทีมหมูป่าอีกแล้ว