Skip to content

3 พรรค 6 นายกรัฐมนตรี ‘เพื่อไทย’ ลุ้นถอนพิษ “นิติสงคราม”

25 ส.ค. 2568 | 16:37น.
3 พรรค 6 นายกรัฐมนตรี ‘เพื่อไทย’ ลุ้นถอนพิษ “นิติสงคราม”

3 พรรค 6 นายกรัฐมนตรี ในคดีการเมือง “ไชยา พรหมา” ถอดบทเรียน DNA คนไทยรักไทย สู่ยุคพรรคเพื่อไทย เกือบ 2 ทศวรรษ ยังหนีไม่พ้นพิษการเมือง-นิติสงคราม

นับจากยุคพรรคไทยรักไทย สู่พรรคพลังประชาชน มาจนถึงพรรคเพื่อไทย ตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษ บนถนนการเมืองไทย นอกจากการใช้กำลังทหารเพื่อเปลี่ยนแปลงอำนาจ อีกเกมการเมืองคือใช้ “นิติสงคราม” ภายใต้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พรป.) จัดการผ่านคดียุบพรรคและตัดสิทธิทางการเมือง

ซีรีส์ที่ถูกตัดตอนทางการเมืองฉากซ้ำ ๆ เกิดแต่กับพรรคและนักการเมือง DNA ไทยรักไทย ถูกยุบอย่างเป็นทางการแล้ว 3 พรรค และอีก 6 นายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ ทักษิณ ชินวัตร, สมัคร สุนทรเวช, สมชาย วงศ์สวัสดิ์, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, เศรษฐา ทวีสิน และที่กำลังรอลุ้นเร็ว ๆ  นี้ แพทองธาร ชินวัตร ผู้นำประเทศไทย คนที่ 31

ทันทีที่ “ไชยา พรหมา” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดหนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ถูกดันขึ้นบัลลังก์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เขาชิงปิดประชุมสภา ก่อนที่จะมาลงนัดสนทนาพิเศษ กับ “ประชาชาติธุรกิจ”

หลังเสียงกดออดปิดประชุมสภาจบลง “ไชยา” เปิดบทสนทนา ตอบคำถามที่ว่า การเมืองไทยจะหลุดพ้นจากนิติสงครามได้หรือไม่? และทุกบรรทัดจากนี้ไป คือประสบการณ์ สส. 9 สมัย ในสังกัด 4 พรรค

ลุ้นเงื่อนไขใหม่ ซ้ำรอยบทเรียน 20 ปี ?   

ไชยา คนรุ่นบุกเบิกค่ายการเมืองสีแดง ยอมรับว่า จากยุคไทยรักไทย มาจนถึงเพื่อไทย ยังไม่หลุดพ้นบ่วงเรื่องนี้ (นิติสงคราม) ถือเป็นบทเรียนที่ต้องระมัดระวัง เพราะไม่มีใครอยากเจอ แต่หากมองมุมบวกอาจเป็นความโชคมาดีของเพื่อไทยก็เป็นได้ ต้องเจอทุกครั้งที่เป็นรัฐบาล จนทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ เพราะส่วนตัวเชื่อว่าประชาชนเฝ้าดูอยู่

ต่อข้อถาม การเมืองไทยจะหลุดพ้นจากนิติสงครามได้หรือไม่ นักการเมืองรุ่นเก๋าถิ่นอีสานเหนือ มองว่า ไม่ควรทำให้เกิดจุดอ่อนหรือเป็นเงื่อนไข ฉะนั้นเมื่อมีบทเรียนมาแล้วต้องระมัดระวัง และคิดว่า “อันนี้ต้องพึงสังวรกับทุกคน ว่าอย่าสร้างเงื่อนไขให้เกิดปัญหาที่จะนำไปสู่จุดที่เราไม่พึงปรารถนา”

ก่อนย้ำว่า ตลอดรยะเวลาเกือบ 20 ปี ประวัติศาสตร์พรรคเพื่อไทย ก็เป็นเช่นนั้นมาตลอด แต่ก็เป็นบทเรียนของพรรค รวมถึงครั้งนี้ (คดีคลิปเสียงนายกฯ) ว่าเราจะผ่านด่านนี้ไปได้ยังไง ซึ่งต้องอดใจรอ ว่าจะผ่านจุดนั้นไปได้หรือไม่

2 ปีเพื่อไทย เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม

ไชยา สะท้อนถึงสถานการณ์รัฐบาลเพื่อไทย ตลอด 2 ปี ยอมรับสถานการณ์แตกต่างจากในอดีตตั้งแต่พรรคไทยรักไทย หากเทียบกับสิ่งที่ประชาชนคาดหวังซึ่งสามารถขับเคลื่อนนโยบายนำไปสู่การปฏิบัติเป็นรูปธรรมได้ง่าย จึงทำให้ประชาชนเชื่อมั่น

แต่วันนี้จากผลเลือกตั้งปี 2566 ผลคะแนนพรรคเพื่อไทย ที่ไม่สะเด็ดน้ำ ทำให้การเดินนโยบายบางอย่างไม่สามารถดำเนินการได้เต็มที่ โดยหนึ่งในนั้นคือปัจจัยภายในพรรคร่วมรัฐบาล ถือเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งในการขับเคลื่อนของนโยบายที่มีทั้งหมด ยากต่อการนำไปสู่การปฏิบัติ

“สังคมเขาคาดหวังว่า เมื่อก่อนเพื่อไทยเป็นรัฐบาลทำได้ทุกอย่าง ปัจจุบันไม่มันใช่อย่างนั้น เมื่อก่อนเรา (ไทยรักไทย) มีเสียงข้างมาก การเสนอกฎหมาย ผลักดันนโยบายต่าง ๆ พรรคแกนนำหลักสามารถขับเคลื่อนได้ วันนี้เราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็ต้องแคร์ความรู้สึกฟังเสียงพรรคร่วมรัฐบาล ฉะนั้นสถานการณ์วันนี้มันไม่ใช่เรื่องง่าย” ไชยา มองอุปสรรคที่ทำให้เรือธงเพื่อไทย ไปช้า

ก่อนย้ำว่า สถานการณ์รัฐบาลเพื่อไทย วันนี้ไม่เหมือนเดิม แต่ก็ไม่ได้เลวร้าย

ไชยา อธิบายเพิ่มเติมว่า 2 ปีที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทย ไม่ใช่ไม่อยากทำตามคำพูด แต่กลไกนำไปสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริงไม่ง่าย ก่อนยกตัวอย่างเสียงสะท้อนประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มชาวนาและประชาชนพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งเป็นฐานเสียงหลักว่า ประชาชนต้องการให้แก้เรื่องปากท้อง ความเป็นอยู่ โดยเฉพาะพืชผลการเกษตร

แต่วันนี้ยังตอบคำถามได้ไม่เต็มที่ เพราะพรรคเพื่อไทย ไม่ได้ดูแลกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับปากท้องหรือกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรอย่างแท้จริง ทำให้การดำเนินนโยบายไม่ราบรื่น ถือเป็นเรื่องท้าทายพอสมควร แต่ที่ผ่านมา สส.เพื่อไทย พยายามสะท้อนปัญหาไปยังรัฐบาลอยู่ตลอด จากนั้นเป็นหน้าที่รัฐบาลไปคุยกันในพรรคร่วม ฉะนั้นต้องทำความเข้าใจตรงนี้ให้ได้

ไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ในฐานะ สส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย

สัญชาตญาณนับถอยหลังเลือกตั้ง

ต่อข้อถามว่า พรรคเพื่อไทยจากนี้จนนับถอยหลังสู่การเลือกตั้งเหนื่อยหรือไม่ สส.หลายสมัย เพื่อไทย มองว่า เวลาจากนี้จนเข้าสู่การเลือกตั้งใหม่จะมาถึงหากอยู่ครบเทอมปี 2570 เวลาที่เหลือสามารถขับเคลื่อนนโยบายได้ อย่างน้อยก็สามารถกู้สถานการณ์กลับคืนมา ซึ่งต้องพิจารณาจากสถานการณ์นำมาเป็นองค์ประกอบในการแก้ปัญหา

ส่วนการเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อไทยจะเอาผลงานนโยบายอะไรหาเสียงเพื่อซื้อใจประชาชน ไชยาบอกว่า ระยะเวลาที่เหลือ เพื่อไทยต้องเร่งรัดผลักดันนโยบายองค์รวมของความเป็นรัฐบาลให้ได้ ต้องเป็นฝีมือของรัฐมนตรีในการขับเคลื่อน ส่วนตนวันนี้อยู่ฝ่ายนิติบัญญัติไม่สมควรก้าวกายฝ่ายบริหาร แต่คิดว่าอะไรที่ไม่สามารถทำได้ ต้องกล้าพูดความจริงกับประชาชน

สส.พรรคเพื่อไทย วัย 65 ยอมรับว่า ขณะนี้สมาชิกพรรคมีการพูดคุยถกเถียงเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาแล้ว แต่ตนภายหลังรับตำแหน่งรองประธานสภา ต้องวางตัวเป็นกลาง

ไชยา ทิ้งท้ายด้วยคำถามเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อไทยจะอยู่จุดไหนของการเมืองว่า วันข้างหน้าสถานการณ์บริบทการเมืองต้องเปลี่ยนแปลงไป คู่ต่อสู้ก็เพิ่มขึ้นมา ซึ่งสนามเลือกตั้งมีเรื่องท้าทายมาตลอด

“การเมืองวันนี้เราต้องพูดความจริงกับประชาชน ไม่ใช่ไปหลอกชาวบ้านหรือบิดเบือนสาร ไม่ได้”