เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ครม.อนุมัติลดภาษีสรรพสามิต E20 และ B20 นาน 3 เดือน
Politics ครม.อนุมัติลดภาษีสรรพสามิต E20 และ B20 นาน 3 เดือน
เอเอเอสกรุ๊ปรุกธุรกิจรีเทลรถ ดึง Voyah เข้าพอร์ตเล็งขึ้นโรงงานในไทย
Automotive เอเอเอสกรุ๊ปรุกธุรกิจรีเทลรถ ดึง Voyah เข้าพอร์ตเล็งขึ้นโรงงานในไทย
ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
5 ศูนย์วิจัยแบงก์ คาด กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% เพื่อประคองเศรษฐกิจ
Finance 5 ศูนย์วิจัยแบงก์ คาด กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% เพื่อประคองเศรษฐกิจ
Better Living Project ‘ชนาพรรณ ไทยซัมมิท’ ถ่ายทอดมุมคิดผู้นำต่อการเปลี่ยนแปลง
Biz Movement Better Living Project ‘ชนาพรรณ ไทยซัมมิท’ ถ่ายทอดมุมคิดผู้นำต่อการเปลี่ยนแปลง
‘วรศิษฎ์’ ยันงบเยียวยาน้ำท่วม 4 พันล้าน กทม.ช่วย 300 ล้าน ย้ำไม่ใช่หารคนละครึ่ง
Politics ‘วรศิษฎ์’ ยันงบเยียวยาน้ำท่วม 4 พันล้าน กทม.ช่วย 300 ล้าน ย้ำไม่ใช่หารคนละครึ่ง
ข่าวดีทางออก ‘แอชตัน อโศก’ กฤษฎีกาเปิดทางออก ปูทาง รฟม. ไฟเขียวใช้ทางเข้า-ออก
Real Estate ข่าวดีทางออก ‘แอชตัน อโศก’ กฤษฎีกาเปิดทางออก ปูทาง รฟม. ไฟเขียวใช้ทางเข้า-ออก
จ่อเริ่ม ‘บ้านมั่นคงชายแดน’ พ.ย.นี้ 4 พันหลัง เริ่มอีสาน ก่อนลุยต่อภาคใต้
Politics จ่อเริ่ม ‘บ้านมั่นคงชายแดน’ พ.ย.นี้ 4 พันหลัง เริ่มอีสาน ก่อนลุยต่อภาคใต้
รมช.เกษตร โต้ปมของบประชาสัมพันธ์พืชสวนโลก เพิ่ม 200 ล้าน ยันคุ้มค่า
Politics รมช.เกษตร โต้ปมของบประชาสัมพันธ์พืชสวนโลก เพิ่ม 200 ล้าน ยันคุ้มค่า
เพื่อไทย เล็งส่ง ‘สรวงศ์’ ทวงคืนเก้าอี้ สส.สระแก้ว มั่นใจได้พื้นที่คืน
Politics เพื่อไทย เล็งส่ง ‘สรวงศ์’ ทวงคืนเก้าอี้ สส.สระแก้ว มั่นใจได้พื้นที่คืน
ดูทั้งหมด

BEM–บีทีเอส ไฟเขียวปรับสัญญา รถไฟฟ้า 20 บาท รัฐได้ส่วนแบ่งเพิ่ม หากผู้โดยสารโต 25%

26 ส.ค. 2568 | 18:29น.

สุริยะ ยืนยันโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เดินหน้าต่อไม่ต้องต่ออายุรายปี ขยายเวลาใช้ได้ถึงกันยายน 2569 พร้อมเร่งแก้สัญญาสัมปทาน 4 สายหลักให้รัฐได้ส่วนแบ่งเพิ่ม

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผย เพิ่มเติมถึงมาตรการ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ว่า ขณะนี้โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วง ที่นำร่องใช้อัตราค่าโดยสารดังกล่าว ยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องขอต่ออายุเป็นรายปีเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากได้มีการปรับมติให้สามารถขยายระยะเวลาได้ยาวไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้แล้ว จนกว่ามีกฎหมายรองรับอย่างเป็นทางการ

นายสุริยะ กล่าวว่า แต่เพื่อให้นโยบายเดินหน้าต่อ จึงจำเป็นต้องมีแผนแก้ไขสัญญาสัมปทานกับเอกชน ผู้รับสัมปทานทั้ง 4 เส้นทาง ประกอบด้วย รถไฟฟ้าสายสีชมพู,รถไฟฟ้าสายสีเหลือง,รถไฟฟ้าสายสีเขียว และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน โดยในสัญญาใหม่จะมีการระบุสัญญาแนบท้ายโดยกำหนดเมื่อดำเนินการตามนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายแล้ว ใน กรณีที่มีปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 25% เอกชนผู้รับสัมปทานต้องแบ่งส่วนแบ่งรายได้เพิ่มให้รัฐเข้ากองทุนรฟม. จากเดิมที่มีการกำหนดสัดส่วนอยู่ที่ 15%

นายสุริยะ กล่าวว่า ส่วนการแก้ไขสัญญาสัมปทานของรถไฟฟ้าสายสีเขียว เบื้องต้นทางกรมการขนส่งทางราง (ขร.) อยู่ระหว่างดำเนินการประสานงานร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อหารือถึงเรื่องดังกล่าวต่อไป

นายสุริยะ กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงได้มีการหารือร่วมกับเอกชน 2 เจ้า ทั้งบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM และบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส อย่างไม่เป็นทางการ ถึงการแก้ไขสัญญาสัมปทานแล้ว เบื้องต้นเอกชนทั้ง 2 ราย เห็นด้วยและยอมรับแล้วว่าสามารถดำเนินการ ในขณะที่ BEM ยืนยัน ว่าการแบ่งสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้น 25% เป็นตัวเลขที่เหมาะสมจากต้นทุนที่เอกชนต้องเดินรถและการเพิ่มความถี่ของขบวนรถ

เร่งจบขั้นตอนแก้-ตรวจสัญญา ต้นพ.ย.68

นายสุริยะ กล่าวว่า ด้านการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้วางกำหนดการดำเนินการไว้ชัดเจน เกี่ยวกับ การแก้สัญญา เริ่มจากวันที่ 31 สิงหาคม 2568 จะสรุปประเด็นการแก้ไขสัญญาเสนอกระทรวงคมนาคม ต่อมา วันที่ 9 กันยายน 2568 เสนอต่อคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟม. วันที่ 16 กันยายน 2568 เสนอเข้าคณะกรรมการกำกับการแก้ไขสัญญา โดยมีรองปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน

และหลังจากนั้นส่งให้อัยการสูงสุดตรวจสอบภายใน 45 วัน เบื้องต้นจะมีการหารือกับอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาการตรวจร่างสัญญาเร็วขึ้นภายใน 30 วัน ก่อนนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการ PPP (ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน) และเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบภายในต้น พฤศจิกายน 2568 เพื่อให้มีผลบังคับใช้นโยบายทันในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568