เอเอเอสกรุ๊ป รุกธุรกิจรีเทลรถ ดึง Voyah เข้าพอร์ตเล็งขึ้นโรงงานในไทย
เอเอเอส กรุ๊ป เผยหลังคว้าแบรนด์ “โวยาห์” จาก “ตงเฟิง มอเตอร์” ลุยตลาด เร่งศึกษาแผนตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ในไทย หลังไทยเตรียมปรับโครงสร้างภาษี ตั้งเป้าขาย 500 คันในปีนี้ ส่วนยอดขายทั้งเครือเฉียด “สองหมื่น” คัน
นายอนุวัชร อินทรภูวศักดิ์ กรรมการบริหาร บริษัทในเครือ AAS Group เปิดเผยถึงกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของบริษัท หลังจากได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อ โวยาห์ (Voyah) เป็นแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ระดับพรีเมี่ยม (New Energy Vehicle – NEV) ในเครือของ ตงเฟิง มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น (Dongfeng Motor Corporation) แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย
โดยบริษัทจะเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการในวันที่ 20 พ.ย. 2569 โดยเปิดตัวรถเอ็มพีวีรุ่นแรก dream 9 ออกสู่ตลาด
เบื้องต้นตั้งเป้ายอดจองไว้ที่ 500 คัน จากเดิมที่คาดว่าจะมีมากกว่านั้น เเต่เนื่องจากข้อจำกัด และความไม่ชัดเจนด้านแนวคิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาษีรถยนต์ในประเทศไทย ทำให้บริษัทต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ส่วนในปี 2570 คาดว่าโวยาห์จะมียอดจองเพิ่มเป็น 1,200 คัน จากรถ dream 9 เพียงรุ่นเดียวเท่านั้น
“เราหวังว่ายอดจอง 500 คันนั้นมีความเป็นไปได้ และถือเป็นตัวเลขที่เราวางไว้เดิมไม่มีการเปลี่ยน คนที่จองรถก่อนสิ้นปีไม่ได้รับผลกระทบอะไร จากเดิมยอดขายเรามองที่ 2,500-2,800 คันในปีถัดไป แต่เนื่องจากโครงสร้างภาษีอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในปีหน้า ดังนั้น เราจำเป็นต้องปรับเป้า”
นายอนุวัชรกล่าวว่า หลังจากเปิดตัวแล้วปี 2570 บริษัทมีแผนจะแนะนำรถรุ่นอื่น ๆ เข้ามาทำตลาดเพิ่มเติมด้วย

ขณะที่แผนขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายโดยเบื้องต้นจะมีโชว์รูมและศูนย์บริการ 4 แห่งกระจายยังพื้นที่ 4 มุมเมืองของกรุงเทพฯ ทั้งย่านรามอินทรา, เอกมัย, บางนา ฯลฯ โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณในการลงทุนต่อสาขาไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท เป็นการลงทุนเองโดยบริษัท คาดว่าจะได้เห็นภายในสิ้นปีนี้
ส่วนตลาดต่างจังหวัดนั้น จะมีการทำตลาดขยายไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั้งเชียงใหม่ ขอนแก่น และภาคใต้
“สำหรับตัวแทนจำหน่ายนั้นบริษัทมีนโยบายหาพันธมิตรร่วมธุรกิจ โดยมองเป้าหมายเดียวกันในการทำตลาดรถยนต์อีวี ด้วยการให้ความสำคัญกับงานบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ดังนั้นผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีความรู้และความเข้าใจพื้นที่ หรือมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตรงนี้ด้วย”
นอกจากนี้แผนการตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศไทยของโวยาห์นั้น นายอนุวัชร์เปิดเผยว่า อนาคตมีโอกาสที่ตงเฟิง มอเตอร์ จะเข้ามาลงทุนส่วนนี้ในไทยแน่นอน แต่จะเป็นการลงทุนตั้งโรงงานเอง หรือการจ้างโรงงานประกอบอาจจะต้องศึกษารายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

ส่วนแบบของการลงทุนนั้นก็อาจจะต้องดูรายละเอียดอีกครั้งว่าจะเป็นในรูปแบบใด มีทั้งการลงทุนกับตงเฟิง กลุ่มเอเอเอส และหาพาร์ตเนอร์เพิ่มเติม อย่างไรก็ตามหากมีการลงทุนตรงนี้อาจจะต้องมีการผลิตอย่างน้อย 20,000-30,000 คัน ซึ่งไทยจะเป็นฐานผลิตรถโวยาห์พวงมาลัยขวา เพื่อรองรับตลาดภูมิภาคอาเซียนและส่งออกด้วย ก็มีความเป็นไปได้
สำหรับรถ Voyah dream 9 หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานมหกรรมยานยนต์ หรือมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2026 บริษัทมีรถพร้อมทยอยส่งมอบได้ทันที
นอกจากนี้กลุ่มเอเอเอสตั้งเป้ายอดขายรถยนต์แบรนด์ต่าง ๆ ที่เป็นตัวแทนจัดจำหน่ายไว้ที่ระดับใกล้เคียง 20,000 คันในปีนี้ แบ่งเป็นฉางอาน จำนวน 15,000 คัน, อวาตาร์ จำนวน 1,500 คัน, ปอร์เช่ 2,000 คัน, เบนท์ลี่ย์ จำนวน 70 คัน ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน จำนวน 500 คัน, ดูคาติ จำนวน 120 คัน และล่าสุดคือ โวยาห์ อีก 500 คัน
ส่วนในปี 2570 นายอนุวัชรเชื่อว่ายอดขายรถยนต์ และการบริการหลังการขายของกลุ่มเอเอเอสจะเติบโตเพิ่มขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องรอประเมินสภาพเศรษฐกิจโดยรวม และนโยบายต่าง ๆ ของภาครัฐด้วย
ส่วนแผนการขยายแบรนด์ใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่มมากขึ้น นายอนุวัชรยอมรับว่าขณะนี้บริษัทไม่ปิดรับโอกาสสำหรับแบรนด์ใหม่ที่จะเข้ามา เพียงแต่อาจจะต้องศึกษารายละเอียด และมีความ “เหมาะสม” กับธุรกิจของกลุ่มเอเอเอส เนื่องจากนโยบายของบริษัทมองไปถึงความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ เพื่อลงรายละเอียดในเชิงลึกของแต่ละแบรนด์ให้ดีที่สุด