Skip to content

ภูเก็ตเร่งยกระดับเมืองท่องเที่ยวยั่งยืน เตรียมรับประชุม GSTC 2026

01 ก.ย. 2568 | 11:45น.
ภูเก็ตเร่งยกระดับเมืองท่องเที่ยวยั่งยืน เตรียมรับประชุม GSTC 2026

มูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน เผยผลประเมิน 4 เสาหลักความยั่งยืนในภูเก็ต ชูแนวทางจัดตั้ง Green Team-ส่งเสริม Green Hotel Plus พร้อมเตรียมจัดประชุมการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลกในปี 2569

พรทิพย์ ปรินายก กรรมการมูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน เปิดเผยในงาน PHIST 2025 (Phuket Hotels for Islands Sustaining Tourism) ว่ามูลนิธิได้ร่วมงานการประชุมเพื่อสรุปผลการประเมินความยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

โดยเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแนวทางของ GSTC (Global Sustainable Tourism Council) ซึ่งครอบคลุม 4 เสาหลัก ได้แก่ การจัดการอย่างยั่งยืน, สังคมและเศรษฐกิจ, วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม โดยผลการประเมินชี้ให้เห็นถึงจุดแข็งและจุดที่ยังต้องพัฒนา เพื่อผลักดันภูเก็ตให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในระดับสากล

เสาหลักที่ 1 : การจัดการอย่างยั่งยืน

การประเมินพบว่าภูเก็ตมีนโยบายและเอกสารด้านสิ่งแวดล้อมครบถ้วน แต่ขาดการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การไม่มีรายงานประจำปีเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศของเกาะ ไม่มีหน่วยงานท้องถิ่นที่รับผิดชอบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยตรง ขณะที่หน่วยงานกลางอย่างกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในกรุงเทพฯ มีเจ้าหน้าที่เพียง 200 คน ที่ต้องดูแลทั่วประเทศ ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง

เสาหลักที่ 2 : สังคมและเศรษฐกิจ

มีการเสนอแนะให้มีการติดตามประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนการท่องเที่ยวโดยชุมชน เช่น บ้านรมณีย์ พร้อมทั้งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้รองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม เช่น การเข้าถึงชายหาดสำหรับผู้ใช้วีลแชร์

เสาหลักที่ 3 : วัฒนธรรม

มีความจำเป็นต้องมีระบบในการปกป้องและฟื้นฟูมรดกทางวัฒนธรรม พร้อมทั้งมีแนวทางใช้รายได้จากการท่องเที่ยวในการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น รวมถึงการออกแนวปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยว (Code of Conduct) ซึ่งยังขาดอยู่ในขณะนี้

เสาหลักที่ 4 : สิ่งแวดล้อม

แม้จะไม่มีปัจจัยใดที่อยู่ใน “พื้นที่เสี่ยงสูงสุด” (Red Zone) แต่ก็มีหลายปัจจัยที่อยู่ในระดับเสี่ยงปานกลาง (Orange Zone) ซึ่งต้องให้ความสำคัญทันที โดยเฉพาะเรื่องการจัดการน้ำ ที่พบว่าภูเก็ตมีปัญหาขาดแคลนน้ำ และส่วนใหญ่โรงแรมใช้น้ำจากบ่อบาดาลเอกชน ซึ่งยากต่อการควบคุม ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำของคนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีความท้าทายด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งยังขาดระบบการติดตามและแผนปฏิบัติการลดผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศ

เพื่อยกระดับความยั่งยืนในการท่องเที่ยวในภูเก็ต มีข้อเสนอแนะที่สำคัญ อาทิ จัดตั้ง “Green Team” ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานงานกับทุกภาคส่วน อีกทั้งยังมีการส่งเสริมการจัดการนักท่องเที่ยว (Visitor Management) เช่น การใช้ระบบ CCTV และ AI เพื่อติดตามและควบคุมจำนวนผู้เยี่ยมชมในสถานที่ท่องเที่ยวที่อ่อนไหว และส่งเสริมแนวทางการอนุรักษ์ผ่านกิจกรรมของนักท่องเที่ยว เช่น การรณรงค์ประหยัดน้ำในโรงแรม

นอกจากนี้ ยังยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบน้ำ ไฟฟ้า และถนน ให้สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน และจัดตั้งกลไกทางการเงินเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง

Green Hotel Plus : แนวทางยกระดับโรงแรมสู่มาตรฐานสากล

อีกหนึ่งโครงการสำคัญที่มูลนิธิได้ดำเนินการร่วมกับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคือ “Green Hotel Plus” ซึ่งเป็นมาตรฐานท้องถิ่นของไทยที่ได้รับการรับรองจาก GSTC โดยเปิดโอกาสให้โรงแรมในภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมโครงการเพื่อยกระดับสู่การเป็นโรงแรมที่ยั่งยืน

ในปีนี้มีโรงแรมเข้าร่วมโครงการแล้วเกือบ 100 แห่ง อยู่ระหว่างกระบวนการอบรมและเตรียมการตรวจประเมิน โดยใช้ผู้ตรวจจากท้องถิ่น เช่น มหาวิทยาลัยในภูเก็ตหรือกระบี่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก SME Bank

อย่างไรก็ตาม จังหวัดภูเก็ตได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Global Sustainable Tourism Conference (GSTC) ครั้งแรกในปี 2026 ระหว่างวันที่ 21-24 เมษายน 2569 โดยจะใช้สถานที่ในย่านเมืองเก่า พร้อมระบบขนส่ง EV Bus เพื่ออำนวยความสะดวกและลดการปล่อยคาร์บอน ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะนำเสนอศักยภาพของภูเก็ตบนเวทีระดับโลก

ซึ่งงาน GSTC 2026 นี้จะจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Regenerative Tourism” เพื่อส่งเสริมธุรกิจที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และการสร้างความสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว และเพื่อยกระดับศักยภาพของภูเก็ตและประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism Hub) ในระดับโลก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ท่องเที่ยวยั่งยืน ภูเก็ต