“จตุพร” มั่นใจแม้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง การดูแลเกษตรกร การเดินหน้าเจรจาภาษีสหรัฐ ยังคงเดินหน้าไปได้ไม่มีปัญหา เหตุได้พูดคุยกับข้าราชการกระทรวงพาณิชย์แล้ว พร้อมเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ แม้จะยังไม่มีรัฐบาลก็ตาม
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานมอบรางวัลการประกวดข้าวหอมมะลิของประเทศไทย ปี 2567 (ครั้งที่ 42) THAI HOM MALI RICE AWARD 2024 รางวัลแห่งเกียรติยศและเชิดชูชาวนาไทย “ผู้สืบสานวิถีข้าวไทย สู่เวทีโลก” ว่ากรณีที่สถานการณ์การเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลงในตอนนี้ จะมีผลต่อนโยบายดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหรือไม่นั้น ก่อนหน้าผมได้มีการประชุมผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ถึงทิศทางการทำงาน หากจะมีหรือไม่มีรัฐบาลก็ยังคงให้เดินหน้าต่อไป เพราะข้าราชการถือว่าเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนการงานช่วยเหลือประชาชน 
“รมต.คือผู้กำหนดนโยบาย แต่การทำงานงานขับเคลื่อนนโยบายเป็นข้าราชการ เชื่อว่าข้าราชการกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ที่มีคุณภาพ ซึ่งผมก็ได้มอบนโยบายก่อนที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแล้ว ให้ทำงานเต็มที่โดยไม่ต้องห่วงว่าการเมืองเป็นอย่างไร งานยังต้องเดินเพื่อดูแลประชาชน รอการช่วยเหลือ”
โดยการทำงานนั้นไม่ต้องรอ รมต. งานก็ต้องเดินหน้าไป ส่วนการเมืองนั้นก็ให้เดินหน้าเป็นไปตามกรอบกฎหมาย ดังนั้น ก็เชื่อว่าข้าราชการทุกคนทำงานได้ และเราก็คุยตลอดเวลาไม่น่ามีปัญหา ขณะที่นโยบายการดูแลชาวนา ทั้งข้าวนาปรัง และนาปี 2568/69 ก็ยังเป็นไปตามมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ โดยช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ต่อครัวเรือน ซึ่งตอนนี้ก็ได้ดำเนินการจ่ายเงินให้กับเกษตรกรผู้ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว
ส่วนประเด็นภาษีของสหรัฐ แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองก็เชื่อว่าไม่มีปัญหา เพราะกระทรวงพาณิชย์ก็อยู่ในคณะเจรจา ซึ่งก็สามารถเดินหน้าเจรจาต่อไปได้ เพราะเรายึดพื้นฐานผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งอยู่แล้ว ซึ่งก็เดินหน้าได้ปกติ ส่วนในประเด็นการเจรจา บางประเด็นที่อาจจะต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก็คงต้องดูในแต่ละประเด็น ดูในแต่ละเรื่อง
นายจตุพรกล่าวอีกว่า ประเด็นการเมืองนั้นก็เป็นเรื่องของวัฏจักร แต่ขอให้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ หากจะเล่นการเมืองมากไปก็เหนื่อย และประชาชนจะอย่างไร ดีที่เรามีระบบราชการดี และผมมาจากระบบราชการจึงเข้าใจ ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือไม่ ข้าราชการก็ต้องเดินหน้าอยู่แล้ว เพราะเป็นหน้าที่
“ผมเป็นนักการเมือง ผมเองก็ต้องเดินหน้าต่อไปอยู่แล้ว เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องของความพร้อมในเรื่องของการลงสนามเลือกตั้งหรือไม่ ก็คงต้องดูการเมืองตอนนี้จะเป็นทิศทางไหน เพราะผมเองก็ยังไม่รู้ โดยทุกอย่างนั้นขอเพียงให้เดินหน้าไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งเดินหน้าอย่างไรก็ให้เป็นไปตามนั้น จะเลือกนายกฯใหม่ก็เลือก จะยุบสภาก็ยุบ เพราะนักการเมืองเองก็ต้องมีความพร้อม”
สำหรับการเข้ามาทำงาน ผมไม่ได้เสียดายเวลาในการเข้ามาทำหน้าที่ รมต. และทุกอย่างเห็นว่าก็ต้องเดินหน้าต่อไป เพราะตั้งแต่ที่ผมเข้ามารับตำแหน่ง จะกี่วัน กี่เดือน กี่ปี หรือ 1 วัน 1 ชั่วโมง เราเข้ามารับตำแหน่งหน้าที่นี้เราจะเท่าไรเราก็ต้องทำงาน จะอยู่แค่ไหน สิ่งที่สำคัญคือเราได้เข้ามาทำงานหรือไม่ เต็มที่ ผมก็ดีใจ ซึ่งเราก็เจอคนที่เป็นมืออาชีพ และหากจะมาแล้วไม่ทำอะไรก็อย่าอยู่เลย อย่าเป็นเลย รมต.
อย่างไรก็ดี หากมองในมุมประชาชนกับการเปลี่ยนแปลงการเมืองในตอนนี้ คงเป็นเรื่องของการเสียโอกาสของประชาชน แต่ทั้งนี้ ทุกอย่างเองก็ต้องเดินหน้าซึ่งหวังว่าพวกเราต้องทำงานอย่างเต็มที่ อย่ามองว่าอยู่กี่วัน ตอนนี้ผมก็ยังทำหน้าที่อยู่ ก็จะทำอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะ 10 ภารกิจสำคัญ เช่น การค้า ภาษีสหรัฐ ส่วนอนาคตจะทำอย่างไรให้การเมืองดีขึ้น เรื่องนี้ก็คงขึ้นอยู่กับจิตสำนึก ถ้าเรามุ่งมั่นทำงานไม่มองผลประโยชน์ส่วนตัว โดยมองผลประโยชน์ส่วนรวม มองประชาชนเป็นที่ตั้ง ก็เชื่อว่าเป็นแรงขับเคลื่อนการเมืองที่ดีได้ รวมไปถึงเรื่องของกฎ กติกา มารยาทด้วย และเราก็ต้องเน้นโอกาสใหม่ ๆ ให้คนไทย
การประกวดครั้งนี้ได้ผู้ชนะ 21 ราย จากหลายหน่วยงาน และชี้ให้เห็นว่าข้าวหอมมะลิไทยเป็นหัวใจสำคัญของตลาดส่งออกข้าวไทยที่ขายได้ตลอดเวลาและปัจจุบันเกษตรกรชาวนาก็ยังคงรักษามาตรฐานข้าวหอมมะลิไทยได้ไว้คงอยู่ ซึ่งต้องยอมรับว่าปัจจุบันลดลงมาก คาดหวังว่าจากนี้ชาวนาไทยจะยังคงรักษามาตรฐานและปลูกข้าวหอมมะลิไทยที่มีคุณภาพ ซึ่งข้าวหอมมะลิไทยยังคงได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ และยังมีคำสั่งซื้อเข้ามาต่อเนื่อง

“สภาพอากาศตอนนี้ยอมรับว่ามีการเปลี่ยนแปลง เป็นสิ่งที่เราอาจจะต้องร่วมมือกับหลายหน่วยงานเข้ามาให้ความรู้ เพื่อตั้งรับกับสภาพอากาศที่เปลี่ยน สามารถยังคงคุณภาพข้าวและผลผลิตให้ได้”