Skip to content

จ๋า-ธนนนท์ อยู่กินฉันภรรยา อนุทิน ไม่มีทะเบียน แต่ครอบครองชีวิต

11 ก.ย. 2568 | 14:03น.
จ๋า-ธนนนท์ อยู่กินฉันภรรยา อนุทิน ไม่มีทะเบียน แต่ครอบครองชีวิต

จ๋า-ธนนนท์ แม่ค้าที่ไม่เคยเลือกข้าง ต้องเลือกขั้วการเมือง หัวขบวนฝ่ายอนุรักษนิยมคนใหม่ ปฏิบัติหน้าที่ภรรยานายกรัฐมนตรี คนที่ 32 เคียงข้างครอบครองชีวิต อนุทิน ชาญวีรกูล

หลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล ขึ้นดำรงดำแหน่งนายกรัฐมนตรี สปอตไลต์ทุกดวงส่องไปที่ คุณจ๋าธนนนท์ นิรามิษ” สาวสวยเมืองระนอง วัย 40 นิด ๆ คู่ชีวิตคนปัจจุบันของนายกฯ คนที่ 32 สาวสวยลุกหวานที่มีเสน่ห์โดยเฉพาะรอยยิ้ม

ในช่วงที่นายอนุทินบารมีแก่กล้า ผงาดในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เจ้าของรหัส มท.1 “ประชาชาติธุรกิจ” คุยกับ “คุณจ๋า” โดยตำแหน่งนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ผู้มีบทบาท ทั้งช้างเท้าหลัง และเท้าหน้า

คุณจ๋าธนนนท์” เปิดเผย-เปลือยใจถึงเส้นทางชีวิตการก้าวเดินจากลูกสาวคนสุดท้องนักธุรกิจเมืองระนอง สู่การเป็นหวานใจนักการเมืองดัง ผู้เป็นตัวแปรทางการเมือง เจ้าของกิจการบริษัทรับเหมาระดับประเทศ รวมถึงการวางตัวท่ามกลางแวดวงสังคมไฮโซฯ และธุรกิจส่วนตัวของเธอ

ก่อนหน้านี้ นายอนุทินแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีทรัพย์สิน 3.9 พันล้านบาท ขณะที่ จ๋า-ธนนนท์ คู่สมรสแจ้งว่ามีทรัพย์สินมากกว่า 56 ล้านบาท

แม่ค้าสาวสวย ลูกเถ้าแก่เมืองระนอง

จ๋า-ธนนนท์ เป็นลูกสาวคนสุดท้องของครอบครัวนักธุรกิจค้าขายอะไหล่รถยนต์ในจังหวัดระนอง มีพี่สาว 3 คน คุณแม่ชื้อ “จี้จิ้น” คุณพ่อชื่อ “เห้ง” หรือรู้จักกันในชื่อโกเห้ง บ้านเปิดร้านอะไหล่จึงนำชื่อของทั้งสองคนมาตั้งในการทำธุรกิจ “จิ้นเห้งอะไหล่” หรือ “จิ้นเห้งกระจกรถยนต์”

การศึกษาของเธอตั้งแต่เล็ก ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นเรียนโรงเรียนประจำจังหวัดระนอง จนชั้น ม.4 สอบเข้าเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ระดับชั้นปริญญาตรี สอบติดคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีดีกรีเป็นดรัมเมเยอร์ธรรมศาสตร์

หลังจบ ป.ตรี เธอกลับไปช่วยธุรกิจครอบครัว แต่ทำอยู่ได้ไม่นาน จนช่วงปี 2550 มีไอเดียเปิดไลน์ธุรกิจใหม่ในครอบครัว ลองทำร้านอาหารและคาเฟ่ “Jajaa Coffee-จ่าจ้า คอฟฟี่” กลางเมืองระนอง หน้าสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดระยอง

“เปิดร้านจ่าจ้าคอฟฟี่ ที่ระนอง 17 ปีก่อน เพราะเมื่อก่อนจังหวัดระนองเป็นเมืองเล็ก ๆ เงียบ ๆ ไม่มีห้างเหมือนทุกวันนี้ ที่สำคัญไม่มีร้านอาหารบรรยากาศชิว ๆ ที่จะเป็นแหล่งนัดรวมตัวในเมือง จึงเป็นจุดเริ่มต้นมาทำร้านอาหารและกาแฟ”

คุณจ๋าเล่าว่า ตอนทำร้านช่วงแรก แม่คิดว่าจะขายกาแฟร้านเล็ก ๆ แก้วละ 5 บาท 10 บาท แบบกาแฟถุงโบราณ แต่ส่วนตัวที่เคยอยู่กรุงเทพฯ ไปตระเวนชิมและเห็นร้านคาเฟ่มาเยอะ จึงนำโมเดลกลับมาเปิดที่บ้านเกิด ขายอาหาร กาแฟสดในห้องแอร์แห่งแรก ๆ ของจังหวัด

สำหรับการเริ่มธุรกิจช่วงแรกยอมรับว่ายาก เพราะครอบครัวไม่มีประสบการณ์ร้านอาหารเลย ทำแต่ขายอะไรรถยนต์ จึงเริ่มต้นธุรกิจนี้จากศูนย์ ซึ่งหากคิดว่าอยากขายอะไรก็ได้ แต่มันไม่ใช่ จากนั้นจึงเริ่มศึกษาวิถีชีวิตกลุ่มลูกค้าคนพื้นที่ พร้อมกับฝึกทักษะและเรียนรู้การทำอาหารและกาแฟ “ไม่ใช่อยากขายอะไรก็ขายได้ เราต้องรู้ว่าลูกค้าอยากซื้ออะไร เพื่อที่จะขายได้”

17 ปีผ่านมา คุณจ๋าบอกว่าร้าน Jajaa Coffee ที่ระยอง เมื่อเริ่มเป็นที่รู้จัก วันนี้จึงต่อยอดขยายธุรกิจมาเปิดกรุงเทพฯ ในชื่อร้าน “จาริสต้าร์  JARISTAA” ตั้งอยู่ใกล้กรมป่าไม้ ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร ซึ่งจากที่ดำเนินการมาไม่ถึงปี ถือว่าได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี

เจ้าของร้าน JARISTAA สาวสวยเผยถึงจุดมุ่งหมายการทำธุรกิจว่า อยากขยายสาขา ขยายแบรนด์ ไปพร้อมกับให้ร้านเล็ก ๆ แห่งนี้เป็นพื้นที่ซึ่งจะเป็นแรงกระเพื่อมเล็ก ๆ ให้คนหันมาช่วยกันสนับสนุนสินค้าจากชุมชนต่าง ๆ

ที่วัตถุดิบเมนูส่วนใหญ่นำมาจากท้องถิ่นต่าง ๆ เช่น เมล็ดกาแฟ ใช้ของภาคเหนือ รวมถึงเมล็ดกาหยู (เม็ดมะม่วงหิมพานต์) นำมาจากภาคใต้ ซึ่งส่วนตัวอยากเห็นร้านอื่น ๆ นำไปลองทำบ้าง

ต้นรักนักการเมืองใหญ่ กับสาวแดนใต้

เมื่อถูกถาม “มองคำว่านักการเมืองยังไง” ธนนนท์ยอมรับว่า เมื่อก่อนเป็นคนที่ไม่ชอบ ไม่สนใจเรื่องการเมืองเลย ใครเป็นรัฐมนตรีก็ยังไม่รู้ พร้อมอธิบายเหตุผลอย่างตรงไปตรงมา เพราะได้รับการสอนมาว่า เราเป็นนักธุรกิจและแม่ค้า ไม่ควรเข้าข้างฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ทุกคนคือลูกค้า ฉะนั้น ต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่เลือกฝั่ง นี่จึงทำให้ตั้งแต่เด็กไม่สนใจการเมือง แม้ภาคใต้จะมีนักการเมืองชื่อดังเยอะ

ส่วนการรู้จักผู้ชายที่ชื่ออนุทิน หลังบ้านหัวหน้าพรรคการเมืองสีน้ำเงินเผยว่าเริ่มเมื่อราว 5 ปีก่อน ขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านมีโอกาสเดินทางไปราชการจังหวัดระนอง และไปรับประทานอาหารที่ร้าน Jajaa Coffee ซึ่งนั่นเป็นการพบกันครั้งแรก แต่ไม่ได้พูดคุยอะไรกันต่อ

หลังจากนั้นรองนายกฯ มาราชการครั้งที่ 2 ทางจังหวัดขอความร่วมมือให้ไปช่วยต้อนรับคณะรองนายกฯ ที่สนามบิน ช่วงแรกก็ไม่อยากไป แต่ด้วยความที่เกรงใจเพราะคณะรองนายกฯ จะมากินข้าวที่ร้านจึงตกลง นั่นถือเป็นการพบกันอีกครั้งในรูปแบบเป็นทางการ

“แรกเห็นรู้สึกตกใจ ว่าคนนี้เหมือนคุณพ่อมาก (หัวเราะ) วันนี้ทุกคนที่เห็นก็พูดแบบนั้น เพราะรูปทรงใบหน้าท่านอนุทิน ละม้ายคล้ายคุณพ่อมาก” คุณจ๋าเล่าถึงความรู้สึกที่ได้เห็นอนุทินครั้งแรก

พร้อมอธิบายเพิ่มเติม ตอนแรกส่วนตัวไม่ได้รู้สึกปิ๊งในมุมความรัก เพราะเห็นว่าท่านเป็นผู้ใหญ่น่าเคารพ และน่าจะเมตตาตน เพราะแวะเวียนมาอุดหนุนบ่อย ๆ ซึ่งความประทับใจแรกที่จำได้คือ ตอนไปต้อนรับที่สนามบิน ท่านอนุทินจำได้ พร้อมกับสอบถามถึงคุณแม่ จึงเป็นจุดทำให้รู้สึกประทับใจแรก ว่าบุคคลระดับรองนายกฯ จำรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้

แต่หลังจากที่ไปต้อนรับครั้งนั้น ก็ไม่ได้มีการพูดคุยติดต่อกัน จนวันหนึ่งเผอิญเพื่อนท่านอนุทินเป็นเจ้านายเพื่อนตน ทำให้จากนั้นมีโอกาสพูดคุยกัน และคุยกันมาเรื่อย ๆ รวมถึงแวะเวียนมาบ้านบ่อย ๆ จนได้ทำความรู้จักกันเพิ่มขึ้น จากวันนั้นจนปัจจุบันกว่า 5 ปีแล้ว จากช่วงแรก ๆ รู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ แต่พอทำความรู้จักกันมากขึ้น ได้เห็นถึงมุมน่ารัก ๆ จึงทำให้เปิดใจ

พร้อมเผยว่ามุขที่นักการเมือใหญ่ชื่ออนุทินใช้จีบคือ เข้าทางคุณแม่ค่ะ คุณแม่ไฟเขียว

คุณจ๋าบอกว่า เมื่อรู้จักผู้ชายคนนี้มากขึ้น สิ่งที่ทำให้ประทับใจไปอีก เขาเป็นคนให้ความสำคัญและรักครอบครัวมาก ๆ เห็นได้จากทุกวันนี้แม้งานยุ่ง มักจะหาเวลาไปพบคุณพ่อ คุณแม่ ลูก ๆ หลาน ๆ เป็นประจำ

พื้นที่ปลอดภัย ผู้นำระดับชาติ

เบื้องหลังผู้ชายที่ชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล หลังฉากการเมือง คุณจ๋า บอกว่า หน้ากล้องหลังกล้องไม่ต่างกัน เป็นคนอบอุ่น อารมณ์ขัน กวน ๆ ขณะที่เวลางานเป็นคนละเอียด แต่ให้เกียรติคนข้าง ๆ ที่ร่วมงานทุกคนเสมอ พร้อมกับคอยสนับสนุนอยู่ตลอด

ส่วนการใช้ชีวิตในบ้านหลังพ้นเวลางานการเมือง มักแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวชัดเจน ไม่นำความเครียดหรือความกดดันเรื่องงานกลับเข้าไปในบ้าน แม้จะเจอสถานการณ์การเมืองหนักแค่ไหน เพราะส่วนตัวมองว่าท่านอนุทินคิดว่าบ้านคือมุมพักผ่อนอย่างแท้จริง จะไม่นำเรื่องงานที่ไม่สบายใจไปลงที่บ้าน เพื่อทำให้เกิดปัญหา

แต่เวลาหากไม่สบายใจ สังเกตได้ว่ากลับบ้านมักจะเล่นดนตรี แซกโซโฟน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ชื่นชอบ ทำให้รีแลกซ์ พร้อมย้ำว่าคู่ชีวิตไม่ค่อยแสดงความเครียดให้เห็นที่บ้าน

แต่ตนในฐานะคนหลังบ้านก็จะต้องช่วยทำให้บรรยากาศภายในบ้านเป็นบ้านที่กลับมาแล้วได้ชาร์จพลัง เพื่อนำไปสู้กับงานใหม่วันถัดไปได้ ไม่สร้างภาระทางจิตใจให้เพิ่มมากขึ้น

นอกจากนั้น เวลาว่างมักชวนกันออกไปใช้ชีวิตเหมือนคนปกติกันสองคน เช่น ดูหนัง กินข้าวสตรีตฟู้ด ซึ่งเมนูโปรดของคุณอนุทินคือก๋วยเตี๋ยว ต้มเลือดหมู โจ๊ก

ส่วนการเป็นหลังบ้านนักการเมืองระดับผู้นำประเทศ จ๋า-ธนนนท์ ยอมรับว่าหากจะบอกว่าไม่กดดันเลยคงไม่ใช่ แต่ก็ไม่ได้มากจนเกินไป ซึ่งตนนำความกดดันมาเป็นโอกาสในการพัฒนาตัวเอง เพื่อให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น แต่การใช้ชีวิตทั่วไปยังคงปกติธรรมดาเหมือนเดิม ส่วนงานทางการเมืองก็มีโอกาสช่วยในภารกิจของแม่บ้านบ้าง

การเป็นหลังบ้านของผู้นำระดับประเทศ ความสำคัญที่สุดคือกำลังใจ อย่างน้อยเราเป็นเซฟโซนพื้นที่ปลอดภัย เวลาเค้า (อนุทิน) กลับมาจากทำงานเหนื่อย ๆ เราก็คอยซัพพอร์ต บางทีการที่เราเงียบที่สุดเป็นผู้ฟังที่ดีอาจจะดีที่สุดก็ได้

คู่ชีวิตผู้นำระดับประเทศทิ้งท้ายว่า วันนี้ยังต้องเรียนรู้พัฒนาตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเริ่มต้นกับคำว่าการเมืองจากศูนย์ แต่วันนี้ก็เริ่มชินแล้ว

ภาพ : เฟซบุ๊ก anutin charnvirakul / อินสตาแกรม jaa.thananon

 

 

 

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อนุทิน อนุทิน ชาญวีรกูล