Skip to content

ยูโอบีไทย คว้า 7 รางวัล ด้านความยั่งยืนจากเวทีระดับนานาชาติ

13 ก.ย. 2568 | 10:10น.
ยูโอบีไทย คว้า 7 รางวัล ด้านความยั่งยืนจากเวทีระดับนานาชาติ

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จในการคว้ารางวัลด้านความยั่งยืนจำนวน 7 รางวัลอันทรงเกียรติจากเวทีระดับนานาชาติ สะท้อนถึงบทบาทความเป็นผู้นำในการสนับสนุนภาคธุรกิจให้เปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทย รางวัลที่ได้รับครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของธนาคารในการเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ

รางวัลทั้ง 7 รายการที่ยูโอบี ประเทศไทย ได้รับประกอบด้วย รางวัล Thailand’s Best Bank for ESG จากเวที Euromoney Awards for Excellence 2025 ซึ่งเป็นการยอมรับในความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล รางวัล Thailand International Green Financing Bank of the Year จากเวที ABF Wholesale Banking Awards 2025 ที่แสดงถึงความโดดเด่นในการให้บริการทางการเงินสีเขียวในระดับนานาชาติ และ รางวัล Best Sustainable Bank | International พร้อม รางวัล Biggest Sustainable Impact-Banks | International จากเวที FinanceAsia Awards 2025 ที่สะท้อนถึงผลกระทบเชิงบวกที่ธนาคารสร้างให้กับการพัฒนาที่ยั่งยืน

นอกจากนี้ ยูโอบี ประเทศไทย ยังได้รับรางวัลอีก 3 รายการจากเวที The Digital Banker-Global Sustainable Finance Awards 2025 ได้แก่ รางวัล Best SME Bank for Sustainable Finance-Thailand ที่แสดงถึงความเป็นเลิศในการสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน รางวัล Best Wholesale/Transaction Bank for Sustainable Finance-Thailand ที่ยืนยันความสามารถในการให้บริการธุรกรรมทางการเงินที่ยั่งยืนสำหรับลูกค้าองค์กร และ รางวัล Best Decarbonisation Solution ที่สะท้อนถึงนวัตกรรมในการพัฒนาโซลูชั่นเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจก

รางวัลเหล่านี้เป็นผลมาจากความมุ่งมั่นของยูโอบี ประเทศไทย ในการขับเคลื่อนความยั่งยืนผ่านกรอบการให้สินเชื่อเพื่อความยั่งยืนที่ครอบคลุมและได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล ซึ่งสนับสนุนโครงการในหลากหลายภาคส่วน ตั้งแต่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สีเขียว เมืองอัจฉริยะ เศรษฐกิจหมุนเวียน ไปจนถึงการเงินการค้าที่ยั่งยืน ธนาคารได้ใช้ความเชี่ยวชาญและเครือข่ายในระดับภูมิภาคเพื่อส่งมอบโซลูชั่นทางการเงินที่มีนวัตกรรมและสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งในระดับประเทศและระดับโลก

วีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล กรรมการผู้จัดการ Deputy CEO และ Wholesale Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย แสดงความภาคภูมิใจต่อความสำเร็จครั้งนี้ โดยกล่าวว่า “รางวัลเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของยูโอบีในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เราภูมิใจที่ได้ร่วมสนับสนุนลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อส่งมอบโซลูชั่นทางการเงินที่มีนวัตกรรมและสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งในระดับประเทศและระดับโลก”

ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นผ่านธุรกรรมสำคัญหลายรายการที่ยูโอบี ประเทศไทย ได้ดำเนินการในปี 2567 โดยเฉพาะการให้สินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านมูลค่า 6,500 ล้านบาทให้กับกลุ่มบริษัทบางจาก ซึ่งเป็นการมอบสินเชื่อภายใต้กรอบการสนับสนุนทางการเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Transition Finance Framework) ให้กับบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย เพื่อใช้ในการพัฒนาก่อสร้างและเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับโครงการน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel-SAF) แห่งแรกของประเทศไทย

โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสนับสนุนทางการเงิน เพื่อการเปลี่ยนผ่านสำหรับอุตสาหกรรมที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากธุรกิจปัจจุบันได้ยากครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมการบินของไทยเปลี่ยนผ่านสู่การใช้เชื้อเพลิงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการขนส่งทางอากาศอย่างมีนัยสำคัญ การสนับสนุนโครงการนี้แสดงถึงวิสัยทัศน์ของยูโอบีในการเป็นพันธมิตรทางการเงินที่สำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว

ธุรกรรมสำคัญอีกรายการหนึ่งคือ การเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายตราสารหนี้และผู้ดูแลสมุดรายชื่อเพียงรายเดียวสำหรับการออกตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนมูลค่า 8,000 ล้านบาทให้กับบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ซึ่งเป็นการออกพันธบัตรเพื่อความยั่งยืนครั้งแรกโดยบริษัทอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกในประเทศไทย โดยมี International Finance Corporation (IFC) สมาชิกของกลุ่มธนาคารโลก เป็นนักลงทุนหลัก และได้รับการสนับสนุนด้านเทคนิคจากธนาคารพัฒนาเอเชีย การออกตราสารหนี้ครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สีเขียวและการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของ CPN

นอกจากนี้ ยูโอบี ประเทศไทย ยังได้อนุมัติสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan : SLL) วงเงิน 1,500 ล้านบาท ให้แก่บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่อันดับ 4 ของโลก โดยสินเชื่อดังกล่าวจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินธุรกิจของบริษัท พร้อมทั้งสนับสนุนให้บริษัทบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้ซึ่งรวมถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการส่งเสริมความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ยูโอบี ประเทศไทย ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการให้บริการทางการเงินแก่ลูกค้าองค์กรเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าองค์กรและลูกค้าสถาบันรายใหญ่ร่วมสนับสนุนความยั่งยืนผ่านผลิตภัณฑ์เงินฝากสีเขียว (Green Term Deposit) ในสกุลเงินบาท สกุลเงินดอลลาร์สิงคโปร์ และสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้มีส่วนร่วมในโครงการที่ให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เงินฝากประเภทนี้ช่วยให้ลูกค้าสามารถลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทน ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน

สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ยูโอบี ประเทศไทย ได้พัฒนาเครื่องมือประเมินความพร้อมด้าน ESG ออนไลน์แห่งแรกของไทย ที่มีชื่อว่า “UOB Sustainability Compass” ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถประเมินและพัฒนาขีดความสามารถด้านความยั่งยืนของธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ ปัจจุบันเครื่องมือนี้มีผู้ใช้งานแล้วกว่า 1,600 ราย สะท้อนถึงความต้องการของตลาดในการเข้าใจและปรับปรุงการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของธุรกิจ

ในด้านการดำเนินงานภายในองค์กร ยูโอบี ประเทศไทย ยังคงรักษาสถานะความเป็นกลางทางคาร์บอนตั้งแต่ปี 2564 โดยในปี 2567 ได้ใช้ใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (RECs) จากพลังงานแสงอาทิตย์ครอบคลุมการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดของธนาคาร ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเป็นแบบอย่างที่ดีด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม

พร้อมกันนี้ ธนาคารยังได้เปิดตัวแผนลดคาร์บอนสำหรับพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ โดยตั้งเป้าหมายลดความเข้มข้นการใช้พลังงานลงร้อยละ 28 ภายในปี 2573 ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานของธนาคาร

การได้รับรางวัลทั้ง 7 รายการในครั้งนี้ ตอกย้ำบทบาทของธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ในฐานะผู้นำด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน และความมุ่งมั่นในการสนับสนุนภาคธุรกิจและชุมชนให้ร่วมสร้างประเทศไทยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยืดหยุ่น เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของยูโอบีในการเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

UOB-ธนาคารยูโอบี