เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เปิดแผนปั้นสุวรรณภูมิ ขึ้นแท่น ‘Aviation Hub’

18 ก.ย. 2568 | 09:19น.
manus มนัส ชวนะประยูร

manus มนัส ชวนะประยูร

ธุรกิจการบินฟื้นแรง กพท.เร่งขับเคลื่อนแผนแม่บท “Suvarnabhumi Aviation Hub” ครบวงจรของภูมิภาค เผยครอบคลุมพื้นที่กว่า 700 ไร่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งศูนย์กลางซ่อม พื้นที่ Free Zone ศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรการบิน พื้นที่ให้บริการ Private Jet หวังสร้าง Ecosystem ให้ไทยมีศักยภาพเป็นฮับของภูมิภาคในทุกมิติ

นายมนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT เปิดเผยถึงความคืบหน้าการขับเคลื่อนแผนแม่บท (Master Plan) “Suvarnabhumi Aviation Hub” หรือการพัฒนาสุวรรณภูมิให้เป็นศูนย์กลางด้านการบินครบวงจรของภูมิภาคว่า แผนการดังกล่าวได้รับการบรรจุไว้ใน Master Plan ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT และเตรียมจะเปิดเผยต่อสาธารณะในเดือนตุลาคมนี้

โดยแผนการพัฒนา Aviation Hub ดังกล่าวจะครอบคลุมพื้นที่รอบสนามบินสุวรรณภูมิกว่า 700 ไร่ ประกอบด้วยหลายองค์ประกอบหลัก ได้แก่ ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO-Maintenance Repair & Overhaul) ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างในพื้นที่ด้านเหนือของสนามบิน และจะมีการขยายเพิ่มเติมทางด้านใต้เมื่อมีการสร้าง South Terminal

มีพื้นที่ Free Zone สำหรับผู้ผลิตอะไหล่รายใหญ่ของโลก โดย Boeing และ Airbus ได้ตอบรับที่จะเข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะนำอะไหล่มาเก็บสต๊อกไว้ในพื้นที่ เพื่อเร่งระยะเวลาส่งมอบให้ลูกค้า (Lead Time) ของการซ่อมบำรุงและลดต้นทุนการบริหารจัดการให้กับสายการบิน

ขณะเดียวกันยังมี Training Center และศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านการบิน ซึ่งจะรวมถึงที่พักสำหรับลูกเรือที่เดินทางมารับการอบรม โดยให้ความสำคัญกับประเด็น “Safety” ในด้านเวลาการพักผ่อนของลูกเรือก่อนปฏิบัติงาน

นอกจากนี้ยังมีศูนย์ปฏิบัติการและให้บริการ Private Jet ซึ่ง AOT ได้จัดสรรพื้นที่ฝั่งตะวันตกของสนามบินไว้อย่างเป็นระบบตั้งแต่เริ่มก่อสร้างสนามบิน โดยมีถนนเชื่อมต่อกับถนนกิ่งแก้วเรียบร้อย เพียงแต่ปัจจุบันยังไม่ได้ใช้งาน

“แผน Aviation Hub ของสุวรรณภูมิจะเกิดขึ้นก่อนการก่อสร้าง South Terminal โดยเฉพาะ MRO เฟสแรก ซึ่งบริษัททั้งไทยและต่างชาติก็ให้ความสนใจเข้าร่วมจำนวนมาก ส่งหนังสือแสดงเจตจำนง หรือ LOI เข้ามาแล้ว” นายมนัทกล่าว

นายมนัทกล่าวด้วยว่า แม้โครงการ Aviation Hub จะเริ่มจากสนามบินสุวรรณภูมิ แต่คณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ดูแลการพัฒนาด้านการบินทั่วประเทศรวม 39 สนามบินสาธารณะยังอยู่ระหว่างทำการศึกษาความเป็นไปได้ในแต่ละพื้นที่ เช่น สนามบินภูเก็ต ซึ่งมีแผนจะขอพื้นที่จากเอกชนเพื่อขยายลานจอดและ Terminal ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อรองรับความต้องการเชิงพาณิชย์ Private Jet ศูนย์ซ่อมบำรุง และศูนย์กระจายสินค้า

หรือสนามบินอู่ตะเภา ที่มองเป็นฐานการซ่อมบำรุงเครื่องบินระดับลึก (Overhaul) เนื่องจากมีพื้นที่รองรับการดำเนินการระยะยาว รวมถึงสนับสนุนเป็น Cargo Hub ในพื้นที่อู่ตะเภา โดยเฉพาะสายการบินขนส่งสินค้า เป็นต้น

“การจะทำให้สนามบินใดสนามบินหนึ่งกลายเป็นฮับได้จริงต้องดูดีมานด์เป็นหลัก ไม่ใช่สร้างแล้วรอคนมา เราต้องออกแบบเพื่อตอบโจทย์การใช้งาน ทั้ง Passenger Hub, Cargo Hub และ Private Jet Hub ในพื้นที่ที่เหมาะสม”

นายมนัทกล่าวและว่า ปัจจุบันสนามบินสุวรรณภูมิยังมีผู้ให้บริการ MRO เพียงรายเดียวคือการบินไทย และให้บริการเฉพาะฝูงบินของตนเอง ยังไม่มีโรงซ่อมที่ให้บริการสายการบินอื่นในระดับกว้าง ขณะเดียวกันผู้โดยสารที่เป็น Transit ก็ยังมีสัดส่วนไม่ถึง 5% ของทั้งหมด

“คนอยากมาเมืองไทยไม่ได้อยากแค่เปลี่ยนเครื่อง เราต้องเป็น Destination มากกว่า Transit แต่ถ้าเรายกระดับบริการ โดยเฉพาะ Free Zone MRO และพื้นที่พักผ่อนลูกเรือก็จะทำให้สายการบินเลือกใช้สุวรรณภูมิเป็นจุดเปลี่ยนเครื่องมากขึ้น ขณะเดียวกันเรายังมีความพยายามกระตุ้นนักท่องเที่ยวกลุ่ม High Spending โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้ Private Jet หรือมีความต้องการบริการพิเศษ เพื่อเพิ่มรายได้จากนักท่องเที่ยวคุณภาพ ไม่ใช่เพียงแค่จำนวน” นายมนัทกล่าว

โดยต้องการให้ Aviation Hub ไทยเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่การลงทุนครั้งเดียวจากต่างประเทศแล้วจบ แต่คือการสร้าง Ecosystem ที่ไทยมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคในทุกมิติ ทั้งการบินพาณิชย์ การซ่อมบำรุง การฝึกอบรม และโลจิสติกส์การขนส่งสินค้าระดับโลก

ทั้งนี้ จากสถิติ ณ ต้นเดือนกันยายน 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทย ทะลุยอดรวมของปี 2567 แล้วเรียบร้อย แสดงถึงทิศทางบวกของการฟื้นตัวภาคการท่องเที่ยวอย่างชัดเจน ดังนั้นประเทศไทยจึงมองว่ากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสมในการยกระดับตัวเองจากประเทศท่องเที่ยวสู่ศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง