บาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ จับตาตัวเลขเศรษฐกิจที่จะเผยแพร่สัปดาห์นี้
บาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขณะนักลงทุนจับตาตัวเลขเศรษฐกิจที่จะมีการเผยแพร่สัปดาห์นี้
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 22 กันยายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (22/09) 31.83/85 ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (19/09) ที่ระดับ 31.84/85 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งล่าสุด แต่ส่งสัญญาณไม่เร่งรีบในการผ่อนคลายนโยบายการเงินในอนาคต ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับตลาดแรงงาน
โดยนักลงทุนยังคงจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่จะมีการเผยแพร่ในอนาคตเพื่อหาสัญญาณการปรับลดดอกเบี้ยของเฟด โดยนายสตีเฟน มิแรน ซึ่งเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวยืนยันว่า เขาไม่ได้หารือกับประธานาธิบดีทรัมป์เกี่ยวกับการลงมติอัตราดอกเบี้ย ก่อนการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของฟด (FOMC) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
นอกจากนี้สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า การสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (19/09) เป็นไปอย่างมีเหตุผล ในเชิงบวก และเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ โดยก่อนหน้านี้สำนักข่าว CNN รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวกำลังเตรียมการสำหรับการเดินทางเยือนเกาหลีใต้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐในเดือนตุลาคม เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเปค ซึ่ง ปธน.ทรัมป์อาจมีการเจรจาทวิภาคีกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน นอกรอบการประชุมดังกล่าว
อย่างไรก็ดี ดอลลาร์สหรัฐทยอยปรับตัวอ่อนค่าในเวลาต่อมา เนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งทวีความรุนแรงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 3,715 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ในวันนี้ (22/09)
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ยังไม่เห็นสัญญาณการเก็งกำไรในค่าเงินบาทที่ผิดปกติ โดยสาเหตุที่ค่าเงินบาทแข็งค่ามากกว่าสกุลเงินในภูมิภาค มีปัจจัยหลักประมาณ 80-90% มาจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ ทาง ธปท.ได้มีการเข้าไปดูแลค่าเงินบาทอย่างต่อเนื่องไม่ให้ผันผวนเร็วและแรงจนเกินไป เพื่อให้ผู้ประกอบการในประเทศสามารถปรับตัวได้ ในขณะเดียวกัน ธปท.พยายามหารือกับผู้เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ค้าทองคำ และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับค่าเงินสูงขึ้นเฉลี่ย 0.7% และสูงกว่าในช่วงที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ดุลบัญชีเดินสะพัดมากกว่าที่คาด และการเมืองที่มีความชัดเจนขึ้น ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่ากว่าภูมิภาค ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.77-31.87 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 31.79/81 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (22/09) ที่ระดับ 1.1734/35 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนคาจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (19/09) ที่ระดับ 1.1761/62 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (19/09) คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ DRTV ของเดนมาร์กว่า ECB สามารถบรรลุเป้าหมายในการควบคุมระดับราคาสินค้าได้แล้ว แต่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจก็ยังคงอยู่ แม้ว่าสหภาพยุโรป (EU) และสหรัฐ ตกลงกันได้เรื่องอัตราภาษีการค้าก็ตาม
โดยลาการ์ดระบุว่าระดับความไม่แน่นอนลดลงประมาณ 50% ซึ่งถือเป็นความคืบหน้าที่สำคัญ แต่สถานการณ์ก็ยังไม่ชัดเจนเท่ากับช่วงก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มเก็บภาษีการค้า นอกจากนี้ ลาการ์ดกล่าวในการสัมภาษณ์ว่า อัตราดอกเบี้ยต้องมีเป้าหมายต่อระดับเงินเฟ้อ ซึ่ง ECB ตั้งไว้ และตอนนี้สามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวแล้ว
โดยในการประชุมที่ผ่านมา ECB คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับเปิดเป็นครั้งที่สอง หลังจากลดดอกเบี้ยไปแล้ว 8 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ในรอบ 1 ปี โดยผู้กำหนดนโยบายคาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ราว 2% ตามเป้าหมาย หลังจากช่วงเงินเฟ้อต่ำกว่าเป้าหมายชั่วคราวในปีหน้า และเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวในไตรมาสต่อ ๆ ไป
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่หลายคน ระบุว่า ยังไม่เห็นควรจำเป็นต้องผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติม ตราบใดที่ไม่มีเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบครั้งใหญ่ต่อเศรษฐกิจ แต่บางคนก็เห็นว่าควรเปิดโอกาสไว้เผื่อดำเนินมาตรการเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1725-1.1769 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1765/68 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (22/09) ที่ระดับ 148.20/21 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (19/09) ที่ระดับ 147.91/92 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ซานาเอะ ทากาอิจิ นักการเมืองสายอนุรักษ์นิยม หนึ่งในผู้สมัครตัวเต็งตำแหน่งหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของญี่ปุ่นยืนยันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (19/09) ว่า หากได้รับเลือกตั้งเป็นผู้นำพรรค เธอจะเดินหน้ามาตรการลดหย่อนภาษีและแจกเงินสดให้กับภาคครัวเรืน มาตรการดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปที่การปรับเพิ่มเกณฑ์รายได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษีและการยกเลิกภาษีน้ำมันเบนซิน
นอกจากนี้ ชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีเกษตรของญี่ปุ่นประกาศในวันเสาร์ที่ผ่านมา (20/09) ว่าจะลงสมัครเลือกตั้งประธานพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ในเดือนหน้า โดยให้คำมั่นว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจญี่ปุ่นและฟื้นฟูพรรค หลังจากผลงานย่ำแย่ในการเลือกตั้งระดับชาติครั้งที่ผ่านมา
โดยจากการสำรวจล่าสุดของสื่อระบุว่า โคอิซูมิ และซานาเอะ ทากาอิจิ อดีตรัฐมนตรีกิจการภายในประเทศเป็นตัวเก็งชนะการเลือกตั้ง แซงหน้า โยชิมาสะ ฮายาชิ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี, โทชิมิตสึ โมเตกิ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ และทาคายูกิ โคบายาช อดีตรัฐมนตรีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ทั้งในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 147.78-148.37 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 147.87/91 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ ในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรมการบริการของสหรัฐเดือน ก.ย. (23/09), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของสหรัฐเดือน ก.ย. (23/09), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศขั้นสุดท้ายของสหรัฐ (24/09), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (24/09) และดชัชนีคำสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ (24/09), ดัชนีราคาค่าใช้จ่ายการบริโภคส่วนบุคคลของสหรัฐ (25/09)
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญอื่น ๆ ในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรมการบริการของยูโรโซนเดือน ก.ย. (23/09), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของยูโรโซนเดือน ก.ย. (23/09), ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของโตเกียว (26/09)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.5/-7.2 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือน ต่างประเทศอยู่ที่ -6.4/-4.4 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ