เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เปิดมุมมอง ‘อ.สุทธิศักดิ์’ หลุมยักษ์กลางกรุง อุบัติเหตุหรือบกพร่องเชิงระบบ?

24 ก.ย. 2568 | 20:01น.

สัมภาษณ์พิเศษ: โดยสุวัฑ แซงลาด

“ถนนสามเสนทรุด” อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ อ.สุทธิศักดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านดินถล่ม เตือนสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างเมืองใหญ่ ก่อสร้างเร่งรีบ-ระบบใต้ดินซับซ้อน ขาดการตรวจสอบเข้มงวด เสี่ยงลามกระทบอาคารรอบข้าง

รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านดินถล่ม เปิดเผยกับประชาชาติธุรกิจ ว่า กรณีเกิดเหตุถนนทรุดตัวเป็นหลุมขนาดใหญ่บริเวณถนนสามเสน ถือเป็นเรื่องที่ไม่ปกติ เพราะเป็นเหตุที่ในทางวิศวกรรมจะหาวิธีป้องกัน หรือมีมาตรการในการไม่ให้เกิดเหตุได้ แต่กรณีนี้ต้องไปดูรายละเอียดว่าแท้จริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้น

“ถ้ามองในภาพเมืองใหญ่ มันก็มีโอกาสเกิดขึ้น เพราะว่าเมืองใหญ่ มันมีความซับซ้อน เช่น สาธารณูปโภคที่เยอะแยะไปหมด เวลาทำงานใต้ดินบางทีการสำรวจก็อาจจะไม่ไม่ชัดเจนนะ หรือว่าโครงการก่อสร้างก็ต้องรีบๆ ทำ เพราะมีปัจจัยหลายอย่าง เช่น สามารถทำได้เฉพาะกลางคืน กลางวันไม่สามารถทำได้ เป็นต้น”

สาเหตุหลักที่ทำให้ถนนเกิดการทรุด เกิดจากอะไรได้บ้าง?

รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ กล่าวต่อว่า หลัก ๆ น่าจะเป็นเรื่อง กระบวนการก่อสร้าง Quality Assurance (QA) หรือ การประกันคุณภาพ ที่เป็นกระบวนการวางแผนและสร้างระบบอย่างมีแบบแผน รวมความปลอดภัยนะครับของการก่อสร้าง

ดังนั้น ในเชิงนโยบายควรมีการจัดการความปลอดภัยด้วยงบประมาณที่เหมาะสม แล้วก็ด้วยการติดตามการใช้งบประมาณที่มุ่งไปสู่ความปลอดภัยอย่างจริงจัง และเป็นเรื่องที่ต้องทำ

กรณีถนนทรุดเป็นหลุมใหญ่ดังกล่าว คืนก่อนหน้านี้มีหลายคนแชร์ข้อมูลว่า มันมีสัญญาณการยุบแล้ว และเจ้าหน้าที่คงทราบอยู่ เพราะการยุบตัวของถนนระหว่างก่อสร้าง เมื่อมีการยุบไปอย่างนี้ดินมันต้องมีที่ไป ดังนั้น เมื่อดินมันยุบลง เชื่อว่าทางผู้ก่อสร้างเขาคงมีข้อมูลอยู่แล้ว ว่ากำลังแก้ไขอะไรกันอยู่ แต่เราไม่ทราบแค่นั้นเอง

“เมื่อเริ่มมีสัญญาณการยุบตัวของดินแล้วมันอาจจะไปถูกกระตุ้นต่อว่า เขากำลังแก้ไขอยู่ แต่มันเกิดเหตุท่อประปาแตกพอดี แล้วมันก็ไปกระทบท่อประปาส่งผลทำให้ดินมันไหลตัวได้เร็วขึ้น สิ่งเหล่านี้ก็อาจจะเป็นปัญหาหลัก ซึ่งการทรุดตัวของดิน สามารถที่จะติดตามได้ด้วยเครื่องมือวัด ทางวิศวกรรมธรณี ซึ่งโครงการเหล่านี้ มีเครื่องมือวัดเยอะแยะไปหมดเลย” รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ กล่าว

ปัจจัยโครงสร้างพื้นฐานมีผลต่อการทรุดตัวของกรุงเทพฯ ?

รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ กล่าวต่อว่า ในภาพรวมกรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่หลายคนอาจตั้งข้อสังเกตุว่า ทำไมการพัฒนาหรือการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานไม่เป็นระบบ ทำไมมันเดี๋ยวขุด เดี๋ยวเปิดอะไรบ่อยๆ แต่เนื่องจากกรุงเทพฯ ตอนนี้เป็นเมืองขยายจากขอบเขตพื้นที่เมืองเล็ก ๆ เมื่อเทียบกับสมัยก่อนที่เมืองก็อยู่แค่สนามหลวงกับรอบ ๆ แค่นั้นเอง แต่การขยายโดยไม่ได้วางแผนถึง ระบบทางวิศวกรรมในอนาคตแล้วต้องมาเสริมทีหลัง มันก็จะเป็นปัญหาแบบนี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ต้องตำหนิกัน เพราะเป็นเรื่องของการพัฒนาที่ทำตามสภาพเศรษฐกิจที่ในแต่ละช่วง

ดังนั้น การให้น้ำหนักการสำรวจโครงสร้างพื้นฐานที่มันอยู่ใต้ดินเดิม ซึ่งอาจจะมีท่อระบายน้ำเก่า อาจจะมีท่อประปา อาจจะมีไฟฟ้าหรืออะไรเต็มไปหมดเลย การสำรวจตรงจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ขณะเดียวกันการให้ความสำคัญกับการสำรวจสภาพของอาคารที่ตามแนวการก่อสร้างที่จะต้องผ่านไป ว่าสภาพอาคารเป็นอย่างไร มีอาคารเก่า ที่อาจจะได้รับผลกระทบถ้าเกิดมันเกิดการเคลื่อนตัว เรื่องเหล่านี้ต้องประเมินความเสี่ยงให้ชัดเจน แล้วสุดท้ายต้องไปติดเครื่องมือเพื่อที่จะวัดพฤติกรรมของมันซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องลงทุน และต้องให้ความเข้มงวดในการตรวจสอบต่อไป

รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์
รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์

เมืองก่อสร้างหนาแน่น ต้องมีมาตรการป้องกันเชิงวิศวกรรมยังไง?

รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ให้มุมมองว่า ถ้าเราเปรียบเทียบกับประเทศญี่ปุ่น ที่เขามีความเข้มงวดมากว่านี้ มาตรการเขาเยอะแยะไปหมด แต่สิ่งที่มันตามมาด้วยคือราคาค่าก่อสร้างที่แพงมาก ซึ่งราคาค่าก่อสร้างก็ส่วนหนึ่ง ราคาค่าลดผลกระทบ หรือเพิ่มความปลอดภัยเป็นราคาที่ต้องพร้อมจ่าย ขณะที่ประเทศเราตอนนี้ก็ต้องพร้อมที่จะต้องจ่ายกันแล้ว แม้มันอาจจะได้โครงการที่ไม่เสร็จได้ทันใจ แต่ค่อย ๆ ทำไปยังดีกว่า เพราะทำแล้วก็อยู่ภายใต้มาตรฐาน

ความเสี่ยงลามโครงสร้างอาคารใกล้เคียง ?

สำหรับความเสี่ยงที่จะลุกลามไปยังโครงสร้างอาคารที่อยู่ใกล้เคียง รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ให้ความเห็นว่า มีโอกาสเป็นไปได้อย่างมากเพราะ ล่าสุด สถานีตำรวจนครบาลสามเสน ก็เป็นหนึ่งในอาคารที่ได้รับผลกระทบแล้วอย่างชัดเจน และมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะลามไปถึงอาคารอื่น ดังนั้น ขั้นตอนในการดำเนินการตอนนี้ก็ต้องรีบทำกำแพงป้องกัน หรือทำโครงสร้างชั่วคราวป้องกันก่อน ต้องลงเหล็กชีทไพล์ กันเอาไว้ไม่ให้ลุกลาม แล้วก็ป้องกันไม่ให้น้ำจากฝนไหลลงไปสร้างความเสียหายที่ใหญ่กว่านี้

ภาครัฐควรมีแนวทางป้องกันหรือมาตรการใด ?

รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ สิ่งที่ต้องรีบทำคือ ต้องเปิดใจ เอาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาคุยว่า ปัญหาจริง ๆ แล้วมันเกิดจากอะไร เกิดจากการผิดพลาดในการกำหนดขั้นตอนการก่อสร้างหรือไม่ ถ้าเกิดผิดพลาดจากการกำหนดวิธีการหรือขั้นตอนการก่อสร้าง อันนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่เพราะตำแหน่งอื่น ๆจะต้องก่อสร้างด้วยขั้นตอนในแบบเดียวกัน ดังนั้นต้องรีบไปแก้ขั้นตอนการก่อสร้างให้เหมาะสม

ขณะเดียวกัน ในกรณีที่ขั้นตอนการก่อสร้างหรือออกแบบเช็กดูแล้วก็รัดกุมทุกอย่าง ไม่มีปัญหาอะไร แต่มันเป็นเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดจากความบกพร่องของคน หรือของใครก็แล้วแต่ กรณีแบบนี้ต้องหามาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้นนะ ไม่เฉพาะแค่กระบวนการการก่อสร้าง แต่ต้องรวมไปถึงกระบวนการอนุมัติ กระบวนการการรีเช็ค ตรวจสอบซ้ำ หรือต้องมีกลุ่มบุคคลที่สาม หรือ Independent Party เข้ามาตรวจสอบในทางเทคนิคให้มากขึ้น

กระบวนการในการกำหนดขั้นตอนการก่อสร้าง กระบวนการในการเพิ่มระดับของความปลอดภัย มันมักจะมาพร้อมกับงบประมาณที่เพิ่มขึ้น เราก็ไม่อยากให้งบประมาณมันเพิ่มนะ แต่ว่ามันก็จำเป็น เอาจริง ๆ มันบางกรณีก็ไม่ต้องเพิ่มมาก เช่น การเอา Third Party เข้ามาเค้าเรียกว่าเป็น Independent Party ซึ่งอาจจะมาจากต่างประเทศมาช่วยเราในการรีวิว หรือในประเทศไทยเราก็มีผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ก็ในระดับหนึ่งให้มาช่วยกัน

ซึ่งเราน่าจะต้องมีหน่วยงานกลางที่ดูแลเรื่องความปลอดภัยโดยรวมโดยเฉพาะ เป็นอีกหน่วยงานที่มากำหนดเป็นมาตรการในเชิงของภาพใหญ่ หรือมี พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องเข้ามาบังคับใช้ กำหนดมาตรการในภาพรวมซึ่งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างต้องทำ มีการกำหนดบทลงโทษ กำหนดแนวทางแนะนำ การให้งบประมาณที่เหมาะสม กับความปลอดภัยได้