โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน พลิกโฉมสู่ Flagship Hub ด้าน Healthcare ยุคใหม่ “ป้องกันก่อนรักษาเป็นเรื่องสำคัญ” ชูแนวคิด “Value Personalized Care ราคาเข้าถึงได้ บริการเข้าใจคุณ”
นายปาณิพันธ์ ตันตยาภรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการและบริหารธุรกิจ รพ.พญาไท พหลโยธิน กล่าวว่า โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลหลักภายใต้ เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล ในกลุ่ม BDMS ซึ่งเปิดให้บริการมากว่า 50 ปี ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 6 ไร่ ย่านพหลโยธิน–สะพานควาย ให้บริการทั้งด้านการดูแลสุขภาพและ Wellness Program สำหรับองค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ กว่า 1,900 องค์กร ครอบคลุมทั้งการตรวจสุขภาพประจำปี การจัดการด้านอาชีวเวชศาสตร์ และโครงการเสริมสร้างสุขภาพเชิงป้องกัน โดยให้บริการทั้งผู้ป่วยชาวไทยและชาวต่างชาติ คิดเป็นสัดส่วนชาวไทย 94.5% และชาวต่างชาติ 5.5 %
ล่าสุด พลิกโฉมสู่การเป็น “Flagship Healthcare Hub” ของย่านพหลโยธิน ด้วยความเป็นเลิศด้านการรักษา (Clinical Excellence) การออกแบบเส้นทางการดูแลผู้ป่วย (Patient Journey) ที่ทันสมัย และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Wellness & Preventive) เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม New Age ที่ใส่ใจสุขภาพและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
ด้านทิศทางการขยายบริการ โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน เดินหน้าพัฒนาเพื่อเป็น Strategic Hub ของกรุงเทพฯ ผ่าน 4 แกนหลัก ประกอบด้วย 1.Facility Upgrade ปรับปรุงอาคารและโครงสร้างพื้นฐาน เพิ่มความสะดวกสบายและประสบการณ์ที่ทันสมัย 2.Advanced Medical Technology: ลงทุนในเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ล้ำสมัย แม่นยำและปลอดภัย 3.Specialized Excellence: ยกระดับศูนย์ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในสาขาที่มีความต้องการสูง และ 4.Wellness & Preventive Care: พัฒนาบริการตรวจสุขภาพและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันสำหรับบุคคลและองค์กร

โดยมีแนวคิด “Value Personalized Care” (ราคาเข้าถึงได้ บริการเข้าใจคุณ) มุ่งเน้น 2 แกนหลัก ได้แก่ Personalized Care หรือการดูแลเฉพาะบุคคล เข้าใจความต้องการและความแตกต่างของผู้ป่วย และ Value คือการรักษาที่ได้มาตรฐานคุณภาพระดับพญาไท ในราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้ โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน เป็นมากกว่า “โรงพยาบาลรักษาโรค” แต่เป็น “โรงพยาบาลที่ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม”
การที่โรงพยาบาลชูจุดเด่น “ราคาเข้าถึงได้ บริการเข้าใจคุณ” คือการพยายามชะลอความเจ็บป่วย ดังนั้น การเข้าถึงบริการทางการแพทย์จึงเป็นเรื่องสำคัญ บางครั้งการเจ็บป่วยเล็ก คนไข้เลือกที่จะไม่พบแพทย์ เพราะการเข้าถึงแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายและภาระ ยิ่งสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดี ถ้าทำราคาให้ข้าถึงได้จะเป็นการเพิ่มโอกาสทางการรักษาและการป้องกัน
ในด้านการปรับปรุงอาคารและโครงสร้างพื้นฐาน จะอยู่บนความต้องการของคนไข้เป็นหลัก ลงลึกในทุกรายละเอียดที่คนไข้ต้องใช้งาน ประกอบกับคงมาตรฐานด้านการรักษาไว้ มีทีมแพทย์ผู้เชียวชาญดูแลด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะ เช่น Anti Aging และ Wellness เป็นต้น สะท้อนให้เห็นการมุ่งสู่ Flagship Healthcare Hub อย่างแท้จริง
“ร้อยละ 90 ในชีวิตเราไม่ได้ป่วย โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน จึงอยากดูแลส่วนนี้ให้ดีขึ้น ส่วนเรื่องการรักษาอีกร้อยละ 10 ก็ไม่ต้องห่วง มั่นใจในความเป็นพญาไท พหลโยธิน”

ป้องกัน ดีกว่าแก้ไข
นพ.ธนารักษ์ สถาพรวรศักดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ รพ.พญาไท 1, รพ.พญาไท 2 และ รพ.พญาไท พหลโยธิน กล่าวว่า โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน ปรับโฉมใหม่หลายอย่าง ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน และแนวคิด Value Personalized Care ราคาเข้าถึงได้ บริการเข้าใจคุณ
เป็นการมอบความคุ้มค่าที่เข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรักษาที่ได้มาตรฐาน แบบการลงรายละเอียดเฉพาะบุคคล เพราะคนไข้แต่ละคนมีความต้องการต่างกกัน โรงพยาบาลจะดูแลตั้งแต่การรักษา ไปจนถึงหลังการรักษา และการใช้ชีวิตตามที่คนไข้ต้องการ
ปัจจุบัน โรงพยาบาลไม่ใช่สถานที่รักษาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการป้องกันก่อนรักษา เทรนด์ต่อจากนี้จะเป็น Wellness ซึ่งเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ แน่นอนว่าพาร์ตหลักของโรงพยาบาลคือการรักษา แต่ด้านการป้องกันไม่ให่เกิดก็ต้องควบคุมให้ดี เช่น โรคเบาหวาน และไขมันต่าง ๆ ตลอดจนการฉีดวัคซีนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ตามช่วงอายุ
“โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน ตั้งอยู่บนพื้นที่ศูนย์กลางของกรุงเทพฯ และมีประชากรหนาแน่น นอกจากจะดูแลประชากรบริเวณโดยรอบแล้ว ยังครอบคลุมพื้นที่ภาคกลางด้วย โดยเราพยายามทำราคาให้เข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาหรือป้องกัน พร้อมทั้งประสานงานและดูแลคนไข้ร่วมกันได้กับโรงพยาบาลในกลุ่ม BDMS อย่างพญาไท 1 และพญาไท 2”
ด้าน พญ.ถนอมศิริ สติฐิต ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพหญิง รพ.พญาไท พหลโยธิน กล่าวว่า การป้องกันดีกว่าการแก้ไข โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน จึงเน้นเรื่องการป้องกัน และการตรวจสุขภาพประจำปีเป็นเรื่องสำคัญ

โรงพยาบาลมีศูนย์เช็กอัพครบวงจรภายในชั้นเดียวกันภายใต้บรรยากาศแบบโรงแรม เพราะไม่อยากให้คนไข้รู้สึกการกลัวการมาโรงพยาบาล และอยากให้เปลี่ยนทัศนคติใหม่
มีทั้งศูนย์ตรวจสุขภาพและ Wellness ซึ่งเป็นศูนย์แบบองค์รวมเพื่อความสะดวกของคนไข้ ไม่จำเป็นต้งเดินไปหลายแผนก ตลอดจนแผนกศัลยกรรมส่องกล้อง สถาบันกระดูกและข้อ ศูนย์ทางเดินอาหารและการส่องกล้อง ศูนย์หัวใจ (Cardiology & Heart Center)
พร้อมกันนี้ พญ.ถนอมศิริ ได้ยกตัวอย่างการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ซึ่งมีระยะก่อนเป็นมะเร็ง โดยไม่มีอาการ ถ้าตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ จะสามารถตรวจเจอได้ในระยะก่อนมะเร็ง
การรักษาในขั้นนี้ราคาถูกมาก ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล แต่เมื่อเป็นมะเร็งแล้ว นอกจากอาจจะไม่หาย ยังต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายขึ้นจำนวนมาก “การป้องกัน การตรวจสุขภาพ การคัดกรองจึงเป็นเรื่องสำคัญ”