เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
ดูทั้งหมด

อุตฯเที่ยวไทยสะดุด ‘บาทแข็ง’ ทุบสหรัฐ-ญี่ปุ่นร่วง-ดันยุโรปโต

02 ต.ค. 2568 | 07:01น.

ท่องเที่ยวไทยสะดุดบาทแข็ง ชี้ดันค่าใช้จ่ายนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทยสูงขึ้นยกแผง ทั้งค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าตั๋วเครื่องบิน ทุบขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ต่างชาติมองต้นทุนเที่ยวไทยแพงกว่าคู่แข่ง เริ่มชะลอการเดินทาง ปรับลดการใช้จ่าย หนีไปเที่ยวประเทศคู่แข่ง เผยตลาด “สหรัฐ-ญี่ปุ่น” เริ่มติดลบชัดเจน ส่วน “จีน” ปัจจัยลบอื่นหนักกว่า ขณะที่ตลาด “ยุโรป” ติดลมบน ทั้งอานิสงส์ค่าเงิน ยอดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกเดือน

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า แนวโน้มค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องในปีนี้กำลังเป็นอุปสรรคต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เนื่องจากส่งผลให้ค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทยสูงขึ้น ทั้งค่าที่พัก อาหาร ตั๋วโดยสารเครื่องบิน และบริการต่าง ๆ โดยค่าเงินบาทที่แข็งค่านี้ทำให้ต่างชาติมองว่าต้นทุนการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยแพงกว่าประเทศคู่แข่ง ทำให้เกิดการชะลอการเดินทาง คนที่เดินทางมาก็มีการใช้จ่ายลดลง และบางคนก็หนีไปเที่ยวประเทศที่ค่าเงินถูกกว่า

ทุบขีดความสามารถการแข่งขัน

นางสาวฐาปนีย์กล่าวว่า ประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันในด้านการท่องเที่ยวของประเทศลดลงเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง เช่น ญี่ปุ่น จีน เวียดนาม ที่สกุลเงินอ่อนค่าลงในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งอาจทำให้ประเทศสูญเสียรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้ สูงถึงราว 15-17%

จากข้อมูลสถิตินักท่องเที่ยวรายวัน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระบุว่า ระหว่างวันที่ 1 มกราคม-28 กันยายน 2568 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาประเทศไทยจำนวน 23.969 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 7.52% โดยมองว่าปัจจัยหลักมาจากประเทศไทยเผชิญกับหลากหลายเหตุการณ์ที่กระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงที่ผ่านมา อาทิ ภาพลักษณ์ด้านความไม่ปลอดภัย ปัญหาด้านเศรษฐกิจ การเงินและการลงทุน มาตรการภาษีตอบโต้ทางการค้ากับสหรัฐอเมริกา รวมทั้งปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา

ทุบตลาดสหรัฐเริ่มติดลบ

รวมถึงปัจจัยค่าเงินบาทแข็งค่าก็มีผลต่อภาคการท่องเที่ยวของประเทศโดยตรง โดยพบว่าตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม 2568 เป็นต้นมา ปัจจัยค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่องถือเป็นปัจจัยลบที่ส่งผลต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติในบางตลาด โดยตลาดที่นักท่องเที่ยวลดลงมาก และชัดเจนที่สุด คือ สหรัฐอเมริกา

“นับจากช่วงต้นปี 2568 เป็นต้นมา เงินบาทแข็งค่าขึ้นถึงประมาณ 7% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ และส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกาเข้าไทยอย่างชัดเจน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา” นางสาวฐาปนีย์กล่าวและว่า

เดิมนักท่องเที่ยวตลาดสหรัฐอเมริกามีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกเดือน โดยเดือนมกราคมเพิ่มขึ้นประมาณ 22% กุมภาพันธ์-เมษายน 2568 เพิ่มขึ้นประมาณ 7-12% แต่นับจากพฤษภาคม-สิงหาคม 2568 พบว่า ตลาดสหรัฐอเมริกาเริ่มหดตัวเล็กน้อยราว 2% และจากสถิติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองล่าสุดระบุว่า ระหว่าง 1-21 กันยายน 2568 มีนักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกา จำนวน 36,800 คน ลดลง 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2567

“สหรัฐอเมริกาเป็นตลาดระยะไกล หรือ Super Long Haul การเดินทางมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าจึงเป็นปัจจัยสำคัญ เนื่องจากแลกเงินไทยได้น้อยลง รวมทั้งมีความกังวลต่อเศรษฐกิจสหรัฐที่คาดว่า ค่าสินค้าอุปโภคบริโภคที่นำเข้าไปขายในสหรัฐจะเริ่มเห็นว่ามีราคาแพงขึ้น จึงมีความระมัดระวังด้านการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น”

“จีน” กระทบจากปัจจัยอื่น

สำหรับตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักนั้น นางสาวฐาปนีย์กล่าวว่า เป็นตลาดที่ได้รับผลกระทบเล็กน้อย ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง แต่มีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบมากกว่า เช่น ภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยจากกรณีหวังซิง เหตุแผ่นดินไหว และการเดินทางไปยังประเทศคู่แข่งขัน เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เวียดนาม เป็นต้น

โดยจะเห็นได้ว่าหลังจากเดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา จำนวนนักท่องเที่ยวจีนมีอัตราการหดตัวที่น้อยลง สวนทางกับค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากขึ้น โดยจากตัวเลขของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพบว่า ระหว่าง 1-21 กันยายน 2568 นักท่องเที่ยวจีนมีจำนวนประมาณ 205,200 คน ลดลง 33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2567 ขณะที่ในช่วงต้นปี นักท่องเที่ยวจีนปรับตัวลดลงกว่า 40%

เกาหลี-สหรัฐ-ไต้หวันแห่ดึงญี่ปุ่น

ส่วนตลาดญี่ปุ่น นางสาวฐาปนีย์กล่าวว่า ค่าเงินบาทต่อเงินเยนเดือนกันยายน 2568 แข็งค่าขึ้น 1% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2568 และค่าเงินเยนอ่อนค่าต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2566 ซึ่งจะเห็นได้ว่าในปี 2568 นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นประมาณ 15-18% ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2568 แต่เริ่มหดตัวในเดือนเมษายน แม้ว่าค่าเงินเยนจะแข็งค่ามากที่สุดในรอบปีนี้ โดยการหดตัวเกิดจากภาพลักษณ์ความไม่ปลอดภัยมาตรฐานโครงสร้างตึกสูงจากการเกิดแผ่นดินไหวในประเทศไทย และหดตัวอีกครั้งในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม จากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาที่รุนแรงขึ้น

นอกจากนี้ ปัจจัยด้านคู่แข่งขันถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ดึงนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นในปี 2568 โดยเฉพาะเกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา และไต้หวัน โดยล่าสุดพบว่าระหว่าง 1-21 กันยายน 2568 นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นมีจำนวนลดลงประมาณ 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2567 หรือมีจำนวน 68,900 คน

หนุนตลาด “ยุโรป” โต

นางสาวฐาปนีย์กล่าวด้วยว่า สำหรับตลาดที่ได้เปรียบในเรื่องของค่าเงิน คือ ตลาดยุโรป เนื่องจากค่าเงินปอนด์และค่าเงินยูโรเป็น 2 สกุลเงินที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินบาท สามารถแลกเงินบาทได้มากขึ้น โดยพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวยุโรปในภาพรวมเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยกลุ่มตลาดหลักในยุโรปที่ใช้เงินยูโร ค่าเงินบาทต่อค่าเงินยูโรเดือนกันยายน 2568 อ่อนค่าลง 6% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2568 และจำนวนนักท่องเที่ยวยุโรปภาพรวมมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นเกือบทุกเดือน

“ค่าเงินยูโรไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญในภาพรวม ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศยูโรโซนเดินทางเข้าไทยเป็นไปตามฤดูกาลเดินทางท่องเที่ยว” นางสาวฐาปนีย์กล่าวและว่า ตลาดที่สำคัญ คือ เยอรมนี พบว่ามีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น ยกเว้นเดือนมีนาคม 2568 โดยในปีนี้เทศกาลวันหยุดอีสเตอร์ตรงกับช่วงเดือนเมษายน ทำให้ในเดือนเมษายน 2568 มีอัตราการเติบโตสูงถึง 38%

ส่วนฝรั่งเศสมีอัตราการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน 2568 เช่นกัน โดยในเดือนกันยายน 2568 (1-21 ก.ย.) เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2567

ขณะที่โดยสหราชอาณาจักร (UK) ค่าเงินบาทต่อค่าเงินปอนด์เดือนกันยายน 2568 อ่อนค่าลง 2% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2568 และจำนวนนักท่องเที่ยวสหราชอาณาจักร มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกเดือนนับตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน 2568

“ยุโรป” เศรษฐกิจดี-GDP โต

สอดรับกับ นางสาวสุลัดดา ศรุติลาวัณย์ ผู้อำนวยการภูมิภาคยุโรป การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ประเด็นเรื่องค่าเงินนับเป็นปัจจัยบวกหนึ่งสำหรับตลาดยุโรป แต่ปัจจัยที่ส่งผลทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวในตลาดยุโรปเติบโตต่อเนื่อง คือ ประเด็นการเพิ่มขึ้นของจำนวนเที่ยวบิน และเส้นทางบินตรงที่เพิ่มขึ้นตามนโยบาย Airline Focus และปัจจัยเรื่องของการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคยุโรป

โดยเศรษฐกิจสหภาพยุโรป (EU) ในปีนี้ ถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตประมาณ 1.1% และเพิ่มขึ้นเป็นราว 1.5% ในปี 2569 ขณะที่เขตยูโร (Euro Area) ที่คาดว่าปีนี้จะอยู่ในทิศทางใกล้เคียงกันราว 0.9-1.0% และปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในปีถัดไป

“ปัจจัยบวกหลักคือการใช้จ่ายภายในประเทศที่แข็งแรงขึ้น การลงทุนจากกองทุนของอียู โดยเฉพาะในโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานสะอาด เช่น โปแลนด์ คาดการณ์ GDP ปีนี้ว่าจะเติบโต 3.3% และ 3.0% ในปีหน้า สเปน คาดว่าปีนี้ GDP จะโต 2.5-2.7% ไอร์แลนด์ คาดว่าปีนี้ GDP จะโตประมาณ 3.3% เป็นต้น” นางสาวสุลัดดากล่าว