Skip to content

ส่องความเหมือนที่แตกต่าง “สลากการออม” VS “หวยเกษียณ” แนวคิดหนุนออมเพื่อวัยเกษียณ

03 ต.ค. 2568 | 17:33น.
ส่องความเหมือนที่แตกต่าง “สลากการออม” VS “หวยเกษียณ” แนวคิดหนุนออมเพื่อวัยเกษียณ

นโยบายด้านการออมเพื่อวัยเกษียณ กลายเป็นนโยบาย “คู่เทียบ” ของ 2 รัฐบาลใหญ่พรรคเพื่อไทย VS พรรคภูมิใจไทย ที่ต่างชูเครื่องมือใหม่เพื่อให้ประชาชน “เล่นหวยแล้วได้ออม” ไม่ว่าจะเป็น “หวยเกษียณ” ของรัฐบาลที่แล้ว หรือ “สลากการออม” ของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

แม้จะดูคล้ายกันในแง่ “ซื้อหวยแล้วได้เงินออม” แต่เมื่อพิจารณาโครงสร้าง กลไก และผลลัพธ์ ก็จะพบว่ามีความแตกต่างกันอยู่ในรายละเอียด

สลากการออม : ไม่ถูกรางวัลคืนให้บางส่วนเป็นเงินออม

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ระบุว่า รัฐบาลเตรียมผลักดันให้ประชาชนมีแรงจูงใจในการออมผ่าน สลากดิจิทัล L6 (ลอตเตอรี่เลข 6 หลัก ซื้อผ่านแอปเป๋าตัง ราคาใบละ 80 บาท)

  • เงื่อนไขสำคัญ : หากไม่ถูกรางวัล เงินบางส่วนของที่ซื้อ จะถูกกันไว้สะสมเป็นเงินออมเพื่อเกษียณ

  • วิธีการออม : สำนักงานสลากฯ จะหักจากสัดส่วนรายได้ที่จัดสรรไว้ใช้ในงานบริหารจัดการ (สูงสุด 17%) เพื่อแบ่งคืนเป็นเงินออมสะสม

  • ผลลัพธ์ที่ได้ : หากซื้อสลาก 80 บาท จะมีเงินสะสมเข้าบัญชีเพียง ประมาณ 5-10 บาท ต่อใบ ขึ้นกับโครงสร้างการจัดสรรรายได้ของกองสลาก

  • การถอนเงิน : สะสมไว้จนถึงอายุ 60 ปี จึงจะถอนออกได้ แต่หากซื้อในวัยใกล้เกษียณ สามารถใช้เงื่อนไข 5 ปีขึ้นไปเพื่อถอนเงิน

เรียกได้ว่า สลากการออมคือ “หวยรัฐบาลแบบเดิม” ที่มีเงินคืนให้บางส่วนเป็นเงินออมยามเกษียณ

ขณะที่นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงแนวคิด “สลากเพื่อการออม” ว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังและสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอยู่ระหว่างการออกรูปแบบการซื้อสลากเพื่อสร้างวินัยการออมให้กับประชาชน โดยอ้างอิงจากพฤติกรรมการซื้อสลากดิจิทัล L6 บนแอปเป๋าตัง ที่มีผู้ซื้อเฉลี่ยกว่า 3 ล้านคนต่อ 1 งวด

โดยหลักการคือ เมื่อผู้ซื้อสลากดิจิทัล L6 ไม่ถูกรางวัล แทนที่จะสูญเสียเงินไปทั้งหมด จะมีการกันเงินส่วนหนึ่งคืนกลับมาในรูปแบบเงินออมสะสม โดยจะถูกนำไปลงทุนต่อเพื่อให้เกิดดอกผล และผู้ซื้อสามารถตรวจสอบยอดเงินสะสมของตนเองได้อย่างโปร่งใส ทั้งนี้ เบื้องต้นยังอยู่ระหว่างการพิจารณาสัดส่วนการคืนเงินและวิธีบริหารจัดการ

สำหรับโครงสร้างรายได้ของสลากในปัจจุบัน เงินจากการขาย 1 ใบจะถูกจัดสรร 60% เป็นเงินรางวัล, 23% ส่งเป็นรายได้แผ่นดิน และ 17% เป็นค่าบริหารจัดการ ซึ่งแนวคิดใหม่คือการนำบางส่วนจากงบฯค่าบริหารจัดการมาใช้คืนให้ผู้ซื้อในรูปแบบเงินออม

หวยเกษียณ : จูงใจออมเงิน ซื้อเท่าไร ออมเท่านั้น

ขณะที่ในส่วนของรัฐบาลก่อน ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล อดีต รมช.คลัง เคยเสนอ “หวยเกษียณ” ซึ่งมีแนวคิดแตกต่างกันอยู่พอสมควร

  • เงื่อนไขสำคัญ : ทุกบาททุกสตางค์ที่ประชาชนซื้อหวยจะถูกเก็บเป็นเงินออม 100% เช่น ซื้อ 50 บาท ได้เงินเข้าบัญชีออม 50 บาททันที

  • โครงสร้างกฎหมาย : มีการแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ จัดตั้งกองทุนใหม่โดยตรง ทำให้เงินที่ซื้อหวยไม่ถูกนำไปเฉลี่ยเป็นรายได้รัฐ แต่เข้าสู่บัญชีออมส่วนบุคคล (Private Account)

  • ผลลัพธ์ที่ได้ : ซื้อ 50 บาท = ออมเต็ม 50 บาท ต่างจากสลากการออมที่ได้เพียง 5-10 บาท จากยอดซื้อ 80 บาท

  • การออกสลาก : ใช้กลไกสำนักงานสลากฯ เป็นผู้ดำเนินการ แต่แยกเป็นหวยพิเศษ ออกรางวัลทุกวันศุกร์ 17.00 น.

  • ช่องทางการซื้อ : มีระบบกระจายศูนย์ ไม่จำกัดที่เป๋าตัง แต่เข้าถึงได้ทั้งออนไลน์ (ผ่านแอป กอช., TrueMoney, AIS, Shopee ฯลฯ) และออฟไลน์ (ร้านสะดวกซื้อ, ธนาคาร)

ที่สำคัญ การแก้กฎหมายทำให้ “หวยเกษียณ” มีความมั่นคงระยะยาว ไม่ขึ้นกับมติ ครม. ที่เปลี่ยนแปลงได้ตามรัฐบาล

จุดต่างเชิงนโยบาย

  1. สัดส่วนเงินออม

    • สลากการออม : ออมได้ 5-10% ของเงินซื้อ

    • หวยเกษียณ : ออมได้ 100% ของเงินซื้อ

  2. ฐานกฎหมาย

    • สลากการออม : อิง พ.ร.บ.สลากกินแบ่งรัฐบาล ใช้ “มติ ครม.” ปรับโครงสร้างชั่วคราว

    • หวยเกษียณ : ออกกฎหมายใหม่ (พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ) รองรับระยะยาว

  3. มิติระยะสั้น-ยาว

    • สลากการออม : มาตรการเสริมชั่วคราว เปลี่ยนตามรัฐบาล

    • หวยเกษียณ : ตั้งเป้าเป็น “เสาหลัก” การออมระดับประเทศ

  4. ช่องทางเข้าถึง

    • สลากการออม : ซื้อผ่าน “เป๋าตัง” เท่านั้น

    • หวยเกษียณ : ระบบกระจายศูนย์ ทั้งออนไลน์-ออฟไลน์ ครอบคลุมกว้าง

ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล อดีต รมช.คลัง ระบุว่า “สลากเกษียณ” กับ “หวยเกษียณ” มีคอนเซ็ปต์เดียวกัน แต่กระบวนการต่างกัน ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ต่างกัน ซึ่งในส่วนของหวยเกษียณ เป็นฟีเจอร์สำคัญของหวยเกษียณ คือทุกบาททุกสตางค์ที่พี่น้องประชาชนซื้อหวย ก็จะได้รับเงินคืน 100% เช่น หวยใบละ 50 บาท ก็จะได้รับเงินเป็นเงินออม 50 บาททันที โดยใส่เข้าไปในบัญชีเงินออมของพี่น้องประชาชนเป็น Private Account ของใครของมัน อันนี้เป็นเรื่องที่แตกต่างกัน

“ถามว่าทำไมเราถึงทำอย่างงั้นได้ เราทำอย่างงั้นได้เพราะเราเลือกที่จะแก้ไขกฎหมายนะครับ แก้ไขกฎหมายทำเป็น พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติเลย เพื่อที่จะทำให้สามารถทำในลักษณะแบบนี้ได้นะครับ แต่ในส่วนของรัฐบาลที่ปัจจุบันเสนอเนี่ย สลากเพื่อการออมที่ใช้ L6 มันเป็นออปชั่นที่เราดูไว้ ช่วงแรกเมื่อประมาณปีกว่า ๆ ที่ผ่านมา แล้วเราก็เลือกที่จะไม่ทำ เพราะด้วยกฎหมายของตัวสลากกินแบ่งรัฐบาลมันจะจัดสรรตรงนั้นได้จริง ๆ แค่อย่างมากที่สุดเลยแค่ 17% ซึ่งเป็นไปไม่ได้ด้วย

เพราะ 17% ต้องใช้ในการบริหารจัดการ 60% ต้องเป็นเรื่องของเงินรางวัล 23% ต้องเป็นรายได้เข้ารัฐ 17% เป็นเงินที่บริหารจัดการนะครับ เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องไปกระเบียดกระเสียนเอาจาก 17% นั้นนะครับ ตัวเลขที่แว่ว ๆ เข้าหูผมมาก็คือว่าจะได้ประมาณสัก 5-10% นั่นหมายถึง เงิน 80 บาท ที่ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจะถูกเก็บออมแค่ 5 บาทเท่านั้น เมื่อเทียบกับหวยเกษียณซึ่งถ้าจ่าย 50 บาท จะเก็บออมทั้ง 50 บาท” ดร.เผ่าภูมิกล่าว

ดร.เผ่าภูมิกล่าวต่อว่า ดังนั้น ที่กล่าวมาข้างต้นในแง่หนึ่ง คือ การกระตุ้นใช้แรงจูงใจกระตุ้นให้เกิดการออมเพื่อยามเกษียณ อีกแง่หนึ่ง เปรียบเสมือนแค่การลดราคาสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นหวยที่ออกเป็นกรณีพิเศษ ออกในนามของกองทุนการออมแห่งชาติ ใช้กลไกของสำนักงานสลากฯเหมือนกัน เพียงแต่แยกกัน โดยออกทุกวันศุกร์ตอน 17.00 น. หรือเรียกให้เข้าใจอย่างง่ายว่า ใช้สำนักงานสลากเป็นคนออกหวยให้ เพียงแค่ว่าอาศัยอำนาจตามกฎหมายคนละฉบับ

“เราเลือกที่จะใช้การแก้ไขกฎหมาย อีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะนำเรียนเพราะว่า การที่เราแก้ไขกฎหมายเนี่ย นั่นหมายความว่าสิ่งสิ่งนี้อยู่กับสังคมไทยตลอดไป แต่ในส่วนของสลากการออมเขาจะใช้มติ ครม.ในการมาปรับ 17% อันนั้น ซึ่งคำว่ามติ ครม.เปลี่ยนรัฐบาลก็เปลี่ยนแล้ว ถือว่าเป็นโครงการระยะสั้นนะครับ ซึ่งไม่ใช้เป็นเสาหลักการออมสำหรับประเทศอะไร”

ดร.เผ่าภูมิกล่าวในช่วงท้ายว่า หวยเกษียณ 50 บาทของรัฐบาลก่อนหน้านี้ สามารถซื้อผ่านได้หลายช่องทางของทางสลากกินแบ่งรัฐบาล อย่างที่ทราบกันคือ เป็นระบบรวมศูนย์ซื้อในเป๋าตังที่เดียว แม้ตอนแรกจะคิดออปชั่นเป็นการซื้อผ่านเป๋าตังที่เดียว แต่เมื่อพิจารณาแล้วจึงเลือกใช้ระบบกระจายศูนย์ที่เหมาะสมกว่า หมายความว่าใครก็ตามที่สามารถเข้ามาร่วมกับตัวระบบแพลตฟอร์มนี้ได้ ก็จะสามารถเข้ามาร่วมกันได้เพื่อประโยชน์ที่ทำให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงได้ ทำให้ในระบบออนไลน์เรามีพาร์ตเนอร์ค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นตัวแอปพลิเคชั่น กอช.เอง ไม่ว่าจะเป็น True Money ไม่ว่าจะเป็น AIS ไม่ว่าจะเป็น Shopee เขาสามารถซื้อในแอปพลิเคชั่นของเขาได้

นอกจากนี้ ยังมีธนาคารอีก 3-4 แห่งที่ยังไม่ได้เปิดตัว แต่ไม่สามารถพูดชื่อได้ แล้วอย่างหนึ่งที่อยากจะแจ้งให้ทราบ คือสามารถซื้อได้ในระบบออฟไลน์ด้วยสำหรับคนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ผ่านร้านสะดวกซื้อยักษ์ใหญ่ 2 เจ้าของประเทศ โดยประชาชนสามารถถือบัตรประชาชนใบเดียวไปเสียบในเครื่องตอนจ่ายเงิน 50 บาท แล้วพรินต์สลิปออกมาเป็นตัวเลข แล้วนำสลิปนั้นไปลุ้นรางวัล ถ้าสมมุติถูกรางวัลเงินก็ถูกโอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์อัตโนมัติ เพื่อความสะดวกของพี่น้องประชาชน

ประชาชนได้อะไร ?

แม้ทั้ง 2 โมเดลยังอยู่ในขั้นแนวคิด แต่สะท้อนแนวทางรัฐไทยที่พยายาม “ดึงพลังการเล่นหวย” มาผูกเข้ากับการออมอย่างเป็นระบบ

  • สลากการออม : เหมาะกับคนที่ซื้อหวยอยู่แล้วและอยากได้โบนัสออมเล็กน้อย

  • หวยเกษียณ : ตั้งใจให้ทุกการซื้อกลายเป็นเงินออมจริงจัง เป็นระบบยั่งยืน

ทั้ง “สลากการออม” และ “หวยเกษียณ” ต่างเป็นนวัตกรรมทางการเงินสังคม ที่ใช้พฤติกรรม “ซื้อหวย” เป็นจุดตั้งต้น แต่ผลลัพธ์ต่างกัน

  • สลากการออม = หวยเดิม + ออมเล็กน้อย (5-10%)

  • หวยเกษียณ = หวยพิเศษ + ออมเต็มจำนวน (100%)

ดูแล้วทั้ง 2 นโยบายอาจจะเทียบกันแบบตรง ๆ ไม่ได้ เพราะหวยเกษียณผ่านกลไก กอช. เป็น “การออมเพื่อเกษียณ” แต่เอารางวัลมาจูงใจเหมือนซื้อหวย ขณะที่ “สลากการออม” เป็นการเอาใจคนซื้อหวยเป็นประจำ แต่ไม่ถูกรางวัล เพื่อให้คนเหล่านี้ได้มีเงินเหลือออม