ลูกชายคนเล็ก Gen Z ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ มีทรัพย์สินแตะ 150 ล้านดอลลาร์ แซงหน้าเมลาเนียแม่ตัวเอง
บาร์รอน ทรัมป์ (Barron Trump) ลูกชายคนเล็กวัย 19 ปีของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังกลายเป็น “มหาเศรษฐีหน้าใหม่” หลังจากสื่อหลายสำนักรวมถึง Forbes รายงานว่า เขามีทรัพย์สินรวมสูงถึง 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,800 ล้านบาท) ส่วนใหญ่เป็นผลกำไรจากการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีและโครงการร่วมทุนในโลกดิจิทัล
จุดเริ่มต้นความมั่งคั่งจากคริปโต
รายงานระบุว่า บาร์รอนเป็นผู้นำพาพ่อเข้าสู่โลกของคริปโต และมีบทบาทสำคัญในการร่วมก่อตั้งบริษัท World Liberty Financial (WLFI) ร่วมกับโดนัลด์ ทรัมป์ และพี่ชาย ก่อนการเลือกตั้งสหรัฐ ปี 2024 เพียงไม่กี่สัปดาห์
หลังจากทรัมป์ชนะการเลือกตั้งเหนือ กมลา แฮร์ริส มูลค่าบริษัทพุ่งสูงทันที ส่งผลให้ตระกูลทรัมป์มีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ โดยส่วนแบ่งของบาร์รอนเพียงคนเดียวมีมูลค่าประมาณ 150 ล้านดอลลาร์
80 ล้าน สู่ 150 ล้าน ภายในไม่กี่เดือน
รายงานจาก Vanity Fair ระบุว่า มูลค่าคริปโตในพอร์ตของบาร์รอนพุ่งจาก 80 ล้าน เป็น 150 ล้านดอลลาร์ในเวลาไม่กี่เดือน เขาถือครองโทเค็นมากกว่า 2.3 พันล้านเหรียญ WLFI ซึ่งอาจขายได้ถึง 525 ล้านดอลลาร์ หากปลดล็อกในอนาคต
“เขามีกระเป๋าเงินดิจิทัลอยู่ 4 ใบ ผมยังต้องถามเลยว่า ‘กระเป๋าเงินคืออะไร’” โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวติดตลกระหว่างเปิดตัวบริษัท
หลังชัยชนะการเลือกตั้ง นักลงทุนคริปโตชื่อดัง จัสติน ซัน (Justin Sun) ลงทุนกว่า 75 ล้านดอลลาร์ ใน World Liberty Financial ส่งผลให้ยอดขาย โทเค็นพุ่งแตะ 675 ล้านดอลลาร์ ขณะที่บาร์รอนได้ส่วนแบ่งหลังหักภาษีราว 38 ล้านดอลลาร์
ต่อมาครอบครัวทรัมป์เปิดตัวเหรียญ Stablecoin ที่ตรึงค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ มูลค่ารวม 2.6 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มผลกำไรของบาร์รอนอีก 34 ล้านดอลลาร์ และในดีลร่วมกับบริษัทเฮลท์แคร์ Alt5 Sigma มูลค่า 750 ล้านดอลลาร์ เขายังทำกำไรอีก 41 ล้านดอลลาร์
รวยกว่าแม่ แต่ยังห่างพ่อ
ข้อมูลจาก Forbes ระบุว่า ขณะนี้บาร์รอนมีทรัพย์สินสภาพคล่องราว 150 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่า เมลาเนีย ทรัมป์ แม่ของเขา ที่มีอยู่ประมาณ 20 ล้านดอลลาร์
ส่วนโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงรั้งตำแหน่งหัวหน้าครอบครัวด้วยทรัพย์สินไกลห่างลิบลิ่ว รวมกว่า 7.3 พันล้านดอลลาร์
แม้จะหลีกเลี่ยงการปรากฏตัวในที่สาธารณะ แต่บาร์รอนถูกมองว่าเป็น “ผู้กุมกุญแจเทคโนโลยี” ของตระกูล เพราะเข้าใจเรื่องบล็อกเชนและระบบการเงินดิจิทัลอย่างลึกซึ้ง เป็นแรงผลักดันสำคัญให้ครอบครัวเข้าสู่อุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีเต็มตัว