สมชาย แทงทะลุหัวใจ เจ๊หน่อย “วงศ์สวัสดิ์” กุมบังเหียนเพื่อไทยให้ “ชินวัตร”
ซีน-หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยังเบียด-แข่งช่วงชิงกันหนัก ระหว่างหัวหน้าก๊กต่าง ๆ
ชื่อ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ที่เหาะเหินเกินลงกา มาตั้งแต่ยังไม่ได้รับอนุมัติเป็น “สมาชิกพรรค” นำลิ่วเป็นม้าตีนต้น
กระนั้นก็มีชื่อ “พิชัย นริพทะพันธ์” สมาชิกตลอดกาล ผู้มีตั๋วพิเศษ-เข้าพบ “ทักษิณ ชินวัตร” ได้แทบทุกวาระ เบียดมาหายใจรดต้นคอ
ยังมีชื่อ “พงษ์เทพ เทพกาญจนา” สมาชิกสามัญแห่งบ้านจันทร์ส่องหล้า เข้าประชิด-พร้อมเสียบ ในเวลา-สถานการณ์ที่เหมาะสม การลั่นวาจา-ขีดเส้นวาระตัวเองไว้เงียบ ๆ ว่า “จะเล่นการเมืองอีก 1 สมัยเท่านั้น” เป็นอีกเงื่อนไข-ข้อเสนอ ที่อาจถูกเลือก
ที่เกาะกระแส-ขึ้น-ลง ตามหน้าสื่อโซเชียล อย่าง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ก็แหลมคม พร้อมขยับขึ้นกุมบังเหียน
ชื่อที่อยู่ในโผเสมอ-ทุกสถานการณ์ เช่น “จาตุรนต์ ฉายแสง” ยังคงเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แห่งถ้ำเพื่อไทย
ระหว่างที่หน่วยเหนือ-ต่างประเทศ ยังไม่ตัดสินใจให้ใครขึ้นเป็น “หัว” พวก “หาง” ที่อยู่ห่างศูนย์อำนาจ พากันหนีญญ่ายพ่ายจแจ้น
อดีต ส.ส.เพื่อไทย บางเขตไม่อาจต้านพลังดูด จากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่อ้างว่าได้อาณัติสัญญาณว่าเป็น “พรรค คสช.”
ที่ยังยืนเด่นโดยท้าทาย-ยังเป็นอดีต ส.ส.อีสาน ที่มีฐานเสียงและผลโพลยืนยันมั่นเหมาะว่าได้เสียงเป็นกอบเป็นกำ ทั้งระบบเขต-ปาร์ตี้ลิสต์
แม้อดีต ส.ส.บางราย จะขาสั่น ประกาศล่วงหน้า ไม่ขอลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่ยังมีคนใหม่ใจถึง-กล้าเซ้ง “ซื้อเขตเลือกตั้ง” ตั้งราคาขั้นสูง เขตละ 30 ล้านบาท ขาดตัว
แม้ว่าเวลานี้ โรดแมปเลือกตั้ง จะถูกกำหนดอย่างเร็ว ก.พ. 62 อย่างช้า พ.ค.62 แต่มี 5 เงื่อนไขไม่เลือกตั้ง-ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ กำกับแนบท้าย
พื้นที่อีสานของ พท.จึงหอมหวาน ทั้ง “พรรค คสช.” และพรรคขนาดกลางอย่าง “ภูมิใจไทย” หวังเจาะไข่แดง
ระหว่างที่เกมเลือกหัวหน้าเพื่อไทย ยังชุลมุน “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” อดีตนายกรัฐมนตรี และ “ก๊กเจ๊แดง” จึงชิงลงมือ กางโรดแมป เดินสายอีสานเหนือ-อีสานใต้ พบปะหัวคะแนน-อดีต ส.ส. และฐานเสียง แบบทริปต่อทริป ตลอดตั้งแต่กลางเดือน ก.ค.ยาวถึงส.ค.ก่อนถึงคิวปลดล็อกในเดือน ก.ย.
ทางหนึ่งหวังต้านพลังดูดของกลุ่ม “สามมิตร” ในนามพรรคพลังประชารัฐ
ทางหนึ่งหาฉันทานุมัติ เบียดซีน “เจ๊หน่อย” ขึ้นเป็นตัวเลือก ชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอีกสมัย
เสียงก้องของนักการเมืองในเพื่อไทย สนทนากันขวักไขว่ ตั้งแต่ใต้ถุนตึกชินวัตรไปถึงที่ทำการพรรคบนถนนเพชรบุรี “เหตุผลที่ยอมถูกดูด…ตั้งแต่ คสช.อยู่มากว่า 4 ปี ไม่มีท่อน้ำเลี้ยง หัวหน้ามุ้งก็หาย ที่เคยจ่ายก็ไม่จ่าย อดีต ส.ส.อยู่ด้วยความลำบาก บางคนไม่มีธุรกิจ ติดหนี้ มีคดีติดตัว ทั้งที่ ป.ป.ช. ทั้งคดีการเมือง ทุจริต ไร้ข้อต่อรอง จึงต้องยอมจำนนกับข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธ”
สถานการณ์ปัจจุบันพื้นที่อีสานยังคงปั่นป่วน เพราะไม่เพียงแค่ “กลุ่มสามมิตร” ที่เดินสายดูดอีสานตอนบน อย่าง “ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข” ไปแล้ว แต่เพื่อไทยยังต้องเผชิญหน้ากับ “มหามิตร” ของ คสช. อย่างกลุ่มวังพญานาค ของนายพินิจ จารุสมบัติ นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ แท็กทีมกับ “สิทธิชัย โควสุรัตน์” ที่ทำพื้นที่อีสานใต้อย่างหนัก
เมื่อทุกขั้วการเมืองรุมกินโต๊ะเพื่อไทย “ชินวัตร” ต้านจากต่างประเทศไม่ไหว “วงศ์สวัสดิ์” จึงต้องออกโรง-ออกรอบ
เดิมทีคิวสัญจรเยี่ยมเยียน ส.ส.อีสาน ของ “สมชาย” วางโปรแกรมไว้ช่วงที่ครบรอบการรัฐประหาร 4 ปี เมื่อ พ.ค.ที่ผ่านมา แต่ต้องเผชิญข้อหา ขัดคำสั่ง คสช.ตั้งโต๊ะแถลงข่าว-ชุมนุมเกิน 5 คน
ตามด้วยข้อครหา-ตั้งต้นนำสืบคดี “ยุบพรรคเพื่อไทย” จากปฐมเหตุวิดีโอคอล-สายตรงจากทักษิณ “สั่งการ” จัดเขตเลือกตั้งใหม่-คนใหม่ ในเขตนครราชสีมา และจังหวัดเลย
แต่เมื่อทั้ง “สามมิตร+มหามิตร คสช.” รุกล่าหัว-ซื้อตัว สถานการณ์คับขันยิ่งขึ้น ทั้ง “ปรีชา” ยกทั้งทีม ส.ส.เลย ผนึกกับกลุ่ม “สุพล ฟองงาม” อดีต รมช.มหาดไทย พาพวกพ้องอดีต ส.ส.อุบลราชธานีไปอีก 1 คน พร้อมออปชั่นซูเปอร์ไวเซอร์-ดูแลพื้นที่อีสานใต้
ขณะที่ “พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์” อดีตรักษาการนายกรัฐมนตรี เพื่อนร่วมรุ่น “ทักษิณ” เข้าคั่วตำแหน่งในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ลงมือทำพื้นที่อีสานใต้ รัศมี จ.อุบลราชธานี มา 4-5 ปี ก็ไมตรีกับกลุ่ม “สามมิตร”
พื้นที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทั้งแคบ-ทั้งแหลมคม ทั้งโดดเดี่ยว หนาวพอ ๆ กับพื้นที่ทางการเมืองในเขตอีสาน
ชื่อ-ชั้น “สมชาย วงค์สวัสดิ์” ก็ไม่แน่ว่าจะเอาอยู่