นายกฯยัน “MOU แรร์เอิร์ท” ไม่ใช่สัมปทานให้รายเดียว-ยกเลิกได้ ไม่กังวลบาลานซ์มหาอำนาจ รับคุยกับจีนแล้ว ปัดถูกกดดันเซ็นแลกซื้อเครื่องบิน 80 ลำ “ศุภจี” ปัดข่าว สหรัฐไฟเขียวภาษีนำเข้า 0% ชี้ยังอยู่ขั้นตอนเจรจา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังเดินทางกลับมาประเทศไทย ถึงการเซ็น MOU แร่แรร์เอิร์ทไทย-สหรัฐ เป็นอย่างไรบ้างว่า เป็นการลงนาม ถ้าในอนาคตวันหนึ่งเรามีแร่ในประเทศไทย สิ่งเหล่านี้สามารถทำให้เกิดประโยชน์กับประเทศได้
เราจะศึกษาร่วมกัน แสวงหาความร่วมมือร่วมกับสหรัฐ กรณีที่เขามีเทคโนโลยีที่ดีกว่า มีช่องทางตลาดที่มากกว่า แต่ไม่ใช่หมายความเราจะเซ็นกับเขาฝ่ายเดียว ไม่ได้อยู่ภายใต้เรื่องการให้สัมปทานถึงได้ออกมาเป็น MOU นี้ ฉะนั้นถ้ามีขึ้นมาแล้วใช้ประโยชน์ได้อาจต้องมีการแปรรูปในอนาคต ก็เปิดโอกาสให้มีการศึกษาความร่วมมือด้วยกัน
“ยืนยันไม่ใช่สัมปทาน ไม่ให้รายเดียว และไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย หากประเทศไทยทำได้เอง มีช่องทางการตลาดเอง มีการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาเอง เราก็ยกเลิก MOU แล้วมาทำเอง”
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ไม่มีปี่ตีกลองการโฆษณาหรือให้ข่าว นายอนุทินบอกว่า มีการพูดคุยทำความตกลงกันผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ถ้าเราแสดงท่าทีที่เป็นมิตรก็จะได้ประโยชน์ต่อการร่วมมือต่าง ๆ จากสหรัฐ
ตอนนี้มีหลายเรื่องที่เรากำลังเจรจา ถ้ามีท่าทีเป็นมิตรและประเทศไทยไม่มีการเสียเปรียบ อาจจะทำให้การเจรจาเรื่องการค้าภาษี และเรื่องอื่นอาจเป็นผลบวก
“ยืนยันว่า ไม่ใช่การลักไก่ หากลักไก่จะผ่านมติ ครม.ได้อย่างไร และไม่ได้ถูกกดดันใด ๆ จากสหรัฐ”
ส่วนจะเป็นการกระทบกับการรักษาเสถียรภาพกับประเทศมหาอำนาจหรือไม่นั้น นายอนุทินยืนยันว่า ไม่ได้กังวล เจอจีนก็อธิบายให้เข้าฟัง
ส่วนกรณีที่บางสื่อพูดว่า การเซ็น MOU รอบนี้จะซื้อเครื่องบิน 80 ลำ ใช่หรือไม่นั้น นายอนุทินกล่าวว่า คงไม่ทันสมัยตน ทำไมต้องทำอย่างนั้น ไม่เกี่ยวกันคนละเรื่อง ถ้าซื้อเครื่องบิน 80 ลำ ทำไมต้องเซ็นให้เขา ในเมื่อเราเป็นผู้ซื้อ อันนี้เป็นของการแสดงท่าทีที่เป็นมิตรต่อกัน
เมื่อถามว่า เหมือนเป็นซูเปอร์ดีลกับสหรัฐในการแลกภาษีทรัมป์ นายอนุทินตอบกลับมาทันทีว่า ก็แล้วแต่เขาจะคิด

ขณะที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ถึงกระแสข่าวที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา อนุมัติมาตรการภาษีนำเข้า 0% สำหรับสินค้าบางประเภท จาก 3 ชาติในอาเซียน หลังจากที่มาตรการเรียกเก็บภาษีตอบโต้กัน ในอัตรา 19% ได้แก่ มาเลเซีย กัมพูชา และไทย ว่า อัตราภาษียังคงอยู่ที่ 19% เท่าเดิม และยังไม่มีข้อตกลงเพิ่มเติม
ส่วนจะสามารถลดอัตราภาษีลงได้มากกว่านี้หรือไม่ หลังจากได้ผูกมิตรกันมากขึ้น นางศุภจีกล่าวว่า ก็กำลังเจรจากันอยู่ขณะนี้ยังไม่มีข้อตกลง