Skip to content

เกมยาว สหรัฐ-อังกฤษ ร่วมมือตำรวจสิงคโปร์ บุกยึดทรัพย์ “เฉิน จื้อ”

31 ต.ค. 2568 | 15:42น.
เกมยาว สหรัฐ-อังกฤษ ร่วมมือตำรวจสิงคโปร์ บุกยึดทรัพย์ “เฉิน จื้อ”

ตำรวจสิงคโปร์ร่วมกับสหรัฐและอังกฤษ เข้ายึดบ้าน ที่ดิน เรือยอชต์ รถหรู และทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่าร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ จากผู้ก่อตั้งกลุ่มทุนยักษ์ของกัมพูชา หลังพบพัวพันคดีฟอกเงินและปลอมแปลงเอกสารข้ามพรมแดน

ทางการสิงคโปร์เข้ายึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 115 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ของกัมพูชา “Prince Holding Group” และผู้ก่อตั้งบริษัท “เฉิน จื้อ (Chen Zhi)” หลังพบพัวพันคดีฟอกเงินและปลอมแปลงเอกสารข้ามพรมแดน

การเข้ายึดทรัพย์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยตำรวจสิงคโปร์แถลงว่า ได้เข้าค้นและอายัดทรัพย์สินของเครือข่าย “เฉิน จื้อ” รวมมูลค่ากว่า 150 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ประกอบด้วยบ้าน ที่ดิน และทรัพย์สินทางการเงิน เช่น บัญชีธนาคาร หลักทรัพย์ และเงินสด

ในคำสั่งอายัดยังรวมถึงเรือยอชต์หรู 1 ลำ รถยนต์ 11 คัน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวนมาก ซึ่งเชื่อมโยงกับเครือข่ายการฟอกเงินข้ามชาติ โดยตำรวจได้ออกคำสั่งห้ามโอน ขาย หรือใช้ทรัพย์สินทั้งหมดในระหว่างการสอบสวน

ผู้ต้องสงสัยหลบหนีออกนอกประเทศ

ตำรวจสิงคโปร์เปิดเผยว่า “เฉิน จื้อ” และผู้ร่วมขบวนการไม่ได้อยู่ในประเทศแล้ว โดยหน่วยงาน Suspicious Transaction Reporting Office (STRO) เคยส่งข้อมูลข่าวกรองทางการเงินตั้งแต่ปี 2024 ที่ชี้ถึงธุรกรรมต้องสงสัยของกลุ่มดังกล่าว

คดีนี้ถูกจัดเป็นอาชญากรรมข้ามพรมแดน (Transnational Crime) ซึ่งเกี่ยวพันกับหลายประเทศ ทำให้ตำรวจสิงคโปร์ต้องเปิดการสอบสวนร่วมกับหน่วยงานต่างประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและหลักฐานเพิ่มเติม

สหรัฐ-อังกฤษเข้าร่วมประสานงาน

หลังได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากการแถลงข่าวของหน่วยงานในสหรัฐ และสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ตำรวจสิงคโปร์จึงเปิดปฏิบัติการร่วมในวันที่ 30 ตุลาคม ภายใต้กรอบความร่วมมือของเครือข่าย Anti-Money Laundering Coordination and Cooperation Network (AC3N) เพื่อขยายผลการสอบสวนเส้นทางการเงินของกลุ่มทุนดังกล่าว

โทษสูงสุดจำคุก 10 ปี ปรับไม่เกินครึ่งล้านดอลลาร์

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมร้ายแรงอื่น (CDSA) ปี 1992 มาตรา 54 มีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนการปลอมแปลงเอกสารเพื่อฉ้อโกง เข้าข่ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 468 (ปี 1871) ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับเพิ่มเติม

ชี้เป็น “เครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติซับซ้อน”

เดวิด ชิว (David Chu) ผู้อำนวยการกองอาชญากรรมเศรษฐกิจ (Commercial Affairs Department : CAD) ของตำรวจสิงคโปร์ เปิดเผยว่า

“คดีนี้เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมขนาดใหญ่ที่ซับซ้อน ใช้ระบบโครงสร้างทางการเงินและเทคโนโลยีดิจิทัลของหลายประเทศเพื่ออำพรางเส้นทางการเงิน การสอบสวนต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ เนื่องจากหลักฐานและทรัพย์สินกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วโลก”

เดวิดระบุเพิ่มเติมว่า “ตำรวจสิงคโปร์จะเดินหน้าทำงานร่วมกับหน่วยงานตำรวจต่างประเทศ หน่วยข่าวกรองทางการเงิน และพันธมิตรภายในประเทศ เพื่อรื้อถอนเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติและองค์กรอาชญากรรมระดับภูมิภาคให้หมดไป”