กระทรวงการคลังแจ้งผู้ได้รับสิทธิ ‘คนละครึ่งพลัส’ ต้องเริ่มใช้สิทธิครั้งแรกภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 มิฉะนั้นสิทธิจะถูกริบคืน พร้อมยืนยันวงเงินรัฐร่วมจ่ายวันละ 200 บาท หากใช้ไม่ครบยอดจะไม่หาย สามารถสะสมใช้ได้ถึงสิ้นปี ขณะเดียวกัน ‘โลตัส’ และ ‘แม็คโคร’ เปิดพื้นที่กว่า 10,000 ร้านทั่วประเทศ ให้ประชาชนใช้สิทธิได้แล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2568
โครงการ ‘คนละครึ่งพลัส’ เริ่มเปิดให้ใช้สิทธิแล้วตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป หลังประชาชนลงทะเบียนผ่านแอป “เป๋าตัง” และได้รับวงเงินร่วมจ่ายจากรัฐ 2,000-2,400 บาท ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังย้ำว่า ผู้ได้รับสิทธิต้องเริ่มใช้สิทธิครั้งแรกภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 หากเลยกำหนดดังกล่าวโดยยังไม่ใช้สิทธิ สิทธิจะถูกริบคืน และนำกลับไปเปิดให้ลงทะเบียนใหม่ในรอบถัดไป
ใช้ไม่ครบวันละ 200 บาท เงินหายไหม
ผู้ใช้สิทธิสามารถใช้จ่ายได้สูงสุดวันละ 400 บาท โดยรัฐช่วยจ่าย 50% หรือไม่เกิน 200 บาทต่อวัน ส่วนอีก 200 บาทผู้ใช้ต้องออกเอง
หากวันใดใช้ไม่ครบ หรือไม่ได้ใช้เลย เงินส่วนที่เหลือจะไม่หายและไม่ถูกตัดทิ้ง โดยยอดเงินจะยังคงสะสมอยู่ภายในวงเงินรวม 2,000-2,400 บาท ที่สามารถใช้ได้ตลอดโครงการ ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2568
ระวัง ต้องกดพ็อปอัพ ‘คนละครึ่งพลัส’ ก่อนสแกนจ่าย
ก่อนชำระเงินผ่านแอป ‘เป๋าตัง’ ผู้ใช้สิทธิต้องกดเข้าแถบหรือแบนเนอร์โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ก่อนทุกครั้ง เพื่อให้ระบบหักเงินร่วมจ่ายจากรัฐโดยอัตโนมัติ หากสแกนจ่ายโดยไม่เข้าผ่านพ็อปอัพ จะต้องจ่ายเต็มจำนวนเอง
ใช้สิทธิได้ที่โลตัส-แม็คโคร กว่า 10,000 ร้านทั่วประเทศ
ล่าสุดห้างค้าปลีก โลตัส (Lotus’s) และแม็คโคร (Makro) เปิดพื้นที่รองรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกว่า 10,000 ร้านทั่วประเทศ โดยสามารถใช้สิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ได้ภายในร้านค้า Mall และ Food Court ของสาขาที่ร่วมรายการ
สำหรับโลตัสได้จัดกิจกรรม ‘ตลาดนัดคนละครึ่งที่โลตัส’ เชิญชวนประชาชนมาเลือกซื้ออาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไปจากร้านค้าที่ร่วมโครงการ
ตรวจสอบรายชื่อสาขาได้ที่ https://l.lotuss.com/orw9u
สรุปยอดใช้จ่ายล่าสุด
- ข้อมูลจากกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 เวลา 23.00 น. พบว่า
- มีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 799,205 ร้านทั่วประเทศ
- ยอดใช้จ่ายสะสมรวม 11,236.43 ล้านบาท
- ภาครัฐร่วมจ่าย 5,546.68 ล้านบาท
- ประชาชนจ่ายเอง 5,689.76 ล้านบาท
