กรมอุตุฯอัพเดตพายุ “คัลแมกี” จากทะเลจีนใต้ เตรียมเคลื่อนเข้าสู่ไทยช่วง 7-9 พ.ย.นี้ ส่งผลให้หลายจังหวัดภาคเหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก รวมถึง กทม. มีฝนตกหนักถึงหนักมาก เตือนประชาชนเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
พายุคัลแมกี (KALMAEGI) พายุลูกใหม่ล่าสุดที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศของประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ตอนบนของประเทศ ประชาชาติธุรกิจอัพเดตข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเส้นทางพายุ วันเข้าไทย และคำเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา พร้อมแนวทางเตรียมรับมือฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน
พายุคัลแมกี แปลว่าอะไร
ชื่อ “คัลแมกี” (KALMAEGI) ตั้งโดยสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ) แปลว่า “นกนางนวล”
โดยชื่อพายุแต่ละลูกในภูมิภาคนี้จะมาจากภาษาท้องถิ่นของ 14 ประเทศสมาชิก เช่น ไทย จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์
พายุคัลแมกี เข้าไทยวันไหน ถึงเมื่อไร
พายุคัลแมกีเกิดจากบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันออกของฟิลิปปินส์ และเคลื่อนตัวเข้าสู่ทะเลจีนใต้ คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามช่วงวันที่ 6-7 พฤศจิกายน 2568
จากนั้นอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนและดีเปรสชั่น เคลื่อนผ่านประเทศลาว เข้าสู่จังหวัดอุบลราชธานี วันที่ 7 พฤศจิกายน
ส่งผลให้ช่วง 7-9 พฤศจิกายน ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกเพิ่มขึ้นและตกหนักในหลายพื้นที่ ทั้งภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมถึงกรุงเทพฯและปริมณฑล
เส้นทางพายุคัลแมกีล่าสุด
ณ เวลา 04.00 น. วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ศูนย์อุตุนิยมวิทยารายงานว่า พายุอยู่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ใกล้เมืองกวีเญิณ ประเทศเวียดนาม และเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนเหนือเล็กน้อย
กรมอุตุฯเตือนว่า พายุลูกนี้จะส่งผลให้หลายจังหวัดมีฝนตกหนักถึงหนักมาก (35-90 มม.) โดยเฉพาะ
ภาคอีสานตอนล่าง ได้แก่ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ และนครราชสีมา
ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคใต้ และกรุงเทพมหานคร-ปริมณฑล มีฝนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปภ.เตือน 10 จังหวัดภาคกลาง-กทม. รับมือน้ำเหนือ
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตือน 10 จังหวัดภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพฯ เฝ้าระวังน้ำเหนือ หลังกรมชลประทานเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 2,700 ลูกบาศก์เมตร/วินาที
อาจทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้นอีก 0.6-0.9 เมตร โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำในจังหวัดอ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี และชัยนาท
กทม.เฝ้าระวัง 3 ปัจจัยเสี่ยง “น้ำท่วมซ้ำซ้อน”
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า สัปดาห์นี้กรุงเทพฯจะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากเจอปัจจัยน้ำ 3 ด้านพร้อมกัน ได้แก่
1.น้ำทะเลหนุนสูงสุดของรอบเดือน
2.อิทธิพลของพายุคัลแมกี ทำให้ระดับน้ำทะเลและแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น
3.การระบายน้ำเหนือจากเขื่อน
โดยสั่งการให้ทุกเขตตรวจแนวกระสอบทรายและจุดเสี่ยงน้ำรั่วซึม เพื่อป้องกันน้ำท่วมซ้ำในหลายพื้นที่
กรมอุตุฯชี้ พ.ย.นี้ยังมีฝนเพิ่มต่อเนื่อง
- 7 พ.ย. ฝนตกหนักหลายจังหวัดภาคอีสาน
- 8-9 พ.ย. กระทบภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และกรุงเทพฯ
- 11-12 พ.ย. ฝนเริ่มลดลง แต่ภาคใต้ยังมีฝนหนักบางแห่ง โดยเฉพาะฝั่งอันดามัน เช่น เพชรบุรี ประจวบฯ ชุมพร ระนอง และพังงา
กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดทาง www.tmd.go.th หรือสายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และคลื่นลมแรง
ข้อมูล กรมอุตุนิยมวิทยา