นายกฯสั่งหยุดทุกข้อตกลงกัมพูชา หลังทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดขาขาด ไฟเขียว ‘กลาโหม-กต.’ ย้ำทำตามสิ่งที่ประเทศไทยต้องการเท่านั้น ลั่น “ส่งตัวเชลยศึก ไม่ใช่แค่ชะลอ แต่ต้องหยุด” พร้อมบินด่วนอุบลฯ-ศรีสะเกษ ประชุมความมั่นคง-เยี่ยมทหารพรุ่งนี้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีที่มีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดบริเวณห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ขณะที่ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวน ส่งผลให้มีทหารบาดเจ็บ 2 นาย ว่าได้รับทราบแล้ว และเห็นด้วยกับการดำเนินการของกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ ซึ่งสิ่งที่เราดำเนินการมาโดยตลอดจะหยุดจนกว่ามีความชัดเจน ซึ่งตนจะแจ้งไปยังกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศ ว่าต้องทำตามสิ่งที่ประเทศไทยต้องการเท่านั้น
นายกฯกล่าวต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เราคิดว่าความเป็นปฏิปักษ์ต่อประเทศไทย ต่อภัยความมั่นคงจะลดลงไปนั้น มันไม่ได้ลด เมื่อไม่ได้ลด เราจะดำเนินการอะไรนอกเหนือจากนี้ไม่ได้ พร้อมยืนยันว่าทุกอย่างจะต้องหยุดการดำเนินการ
ส่วนรายละเอียดจะให้ รมว.กลาโหมและกองทัพออกมาชี้แจง สิ่งที่ตนยืนยันกับท่านถือว่าท่านว่าไปเลย ตนอยู่กับท่าน ตนตามท่านทุกอย่าง
จากนั้นผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่าพรุ่งนี้ (11 พ.ย.) จะลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ใช่หรือไม่ นายกฯหันกลับมาตอบว่า “ต้องไป ทหารของเราถึงขั้นขาขาด”
ผู้สื่อข่าวถามเพิ่มเติมว่า เรื่องส่งตัวเชลยศึก 18 คนจะต้องชะลอใช่หรือไม่ นายกฯตอบเพียงว่า “หยุดเลย”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 15.30 น. นายอนุทินจะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 4/2568 ที่กระทรวงการคลัง หลังจากนั้นเวลาประมาณ 16.00 น. นายกฯจะเป็นประธานการประชุมด่วนเพื่อรับมือและติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่อยู่ในช่วงวิกฤตหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางขณะนี้
โดยนายกฯได้เรียกนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกรมชลประทาน เข้าหารือเพื่อแก้ไขปัญหาก่อนที่วันพุธที่ 12 พ.ย. นายกฯจะลงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี ชัยนาท และอ่างทอง เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำด้วยตัวเอง
ส่วนวันพรุ่งนี้ (11 พ.ย.) หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายกฯจะเดินทางด่วนไปเยี่ยมทหารที่ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี และจะเดินทางไปที่ห้วยตามาเรีย ตรงข้ามปราสาทพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ รวมทั้งเป็นประธานการประชุมหาแนวทางหยุดปฏิญญาสันติภาพที่ได้ลงนาม Joint Declaration ที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย