กรมการท่องเที่ยวเผยเดือนตุลาคม 2568 มีต่างชาติถ่ายทำภาพยนตร์ในไทย 56 เรื่อง มูลค่าการลงทุนสูงสุดของปีรวม 2,586 ล้านบาท ดันยอดรวม 10 เดือนแรกแตะ 6,786 ล้านบาท ตอกย้ำศักยภาพไทยในฐานะ “ศูนย์กลางการถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลก” พร้อมแรงหนุนจากมาตรการคืนเงินกองถ่ายสูงสุด 30%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมการท่องเที่ยว โดยกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ เปิดเผยสถิติการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ประจำเดือนตุลาคม 2568 พบว่ามีภาพยนตร์ต่างประเทศได้รับอนุญาตให้ถ่ายทำในประเทศไทยจำนวน 56 เรื่อง คิดเป็นมูลค่าการลงทุนกว่า 2,586 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นมูลค่าการลงทุนสูงสุดของปี 2568
ส่วนภาพรวมตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2568 มีกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยแล้วรวม 451 เรื่อง สร้างรายได้จากการใช้จ่ายในการถ่ายทำรวมกว่า 6,786 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้สร้างภาพยนตร์นานาชาติที่มีต่อศักยภาพของประเทศไทย
หากพิจารณาตามจำนวนกองถ่ายในปี 2568 (มกราคม-ตุลาคม) พบว่า ประเทศที่เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีนจำนวน 51 เรื่อง สาธารณรัฐอินเดียจำนวน 49 เรื่อง และสาธารณรัฐเกาหลีจำนวน 46 เรื่อง ตามลำดับ

ขณะที่ในด้านมูลค่าการลงทุนสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา มูลค่าการลงทุนกว่า 3,912 ล้านบาท สาธารณรัฐประชาชนจีน มูลค่าการลงทุนกว่า 348 ล้านบาท และสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มูลค่าการลงทุนกว่า 344 ล้านบาท
นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยวกล่าวว่า ตัวเลขในเดือนตุลาคมที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุดของปี เป็นสัญญาณที่ดีว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของกองถ่ายทำภาพยนตร์จากทั่วโลก ทั้งในแง่ของสถานที่ถ่ายทำที่สวยงามและหลากหลาย ทีมงานมืออาชีพ และมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำของภาครัฐ โดยเฉพาะมาตรการคืนเงินกองถ่ายต่างประเทศ (Cash Rebate) สูงสุดถึง 30% ซึ่งเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง
กรมการท่องเที่ยวจะยังคงเดินหน้าส่งเสริม สนับสนุน และอำนวยความสะดวกแก่กองถ่ายทำต่างประเทศ เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลก (World-Class Film Destination) ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างรายได้จากการลงทุนโดยตรงแล้ว ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ เกิดการจ้างงานทีมงานชาวไทยในหลากหลายสาขา และสามารถต่อยอดสู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทยในระยะยาว