รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ลงพื้นที่ติดตามน้ำท่วมจังหวัดสิงห์บุรีและจังหวัดอ่างทอง พร้อมสนับสนุนเครื่องจักร อุปกรณ์ และกำลังคนต่อเนื่อง คาดสัปดาห์หน้ากลับสู่ภาวะปกติ
นายโอภาส ถาวร รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ลงพื้นที่จังหวัดอ่างทองและจังหวัดสิงห์บุรี ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วมต่อเนื่อง พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ด่านหน้า หลังหลายชุมชนได้รับผลกระทบจากมวลน้ำหลากที่ท่วมบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรเสียหายเป็นบริเวณกว้าง
สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 2 (สทน.2) ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ ได้ระดมสรรพกำลังทั้งบุคลากร เครื่องสูบน้ำ และรถบรรทุกน้ำลงพื้นที่ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม พร้อมได้รับการเสริมกำลังจาก สทน.1, 3, 5, 6 และ 9 เพื่อสนับสนุนภารกิจเร่งช่วยเหลือประชาชนในจุดวิกฤตให้เร็วที่สุด
นอกจากนี้ ยังเป็นการทำงานแบบ “ทส. หนึ่งเดียว” ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสิงห์บุรี (ทสจ.สิงห์บุรี) ทสจ.อ่างทอง และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ที่ร่วมบูรณาการกำลังคน เครื่องจักร และการสนับสนุนด้านต่าง ๆ ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ปฏิบัติการช่วยเหลือต่อเนื่องกว่า 45 วัน สามารถระบายน้ำแล้วกว่า 6.8 ล้าน ลบ.ม.
ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 14 พฤศจิกายน 2568 สทน.2 และหน่วยสนับสนุนทั้งหมดสามารถเร่งระบายน้ำรวมกว่า 6.8 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยเหลือประชาชนแล้วกว่า 7,746 ครัวเรือน หรือ 23,510 คน ดูแลพื้นที่เกษตรที่ได้รับผลกระทบกว่า 5,266 ไร่ พร้อม แจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภคกว่า 1,500 ขวด ให้ชุมชนที่เผชิญสถานการณ์หนักที่สุด
ขณะที่จังหวัดอ่างทอง เจ้าหน้าที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 12–24 นิ้วในหลายพื้นที่ อาทิ ต.จำปาหล่อ ต.ป่างิ้ว และ ต.บ้านพรหม พร้อมเดินเครื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งมีน้ำท่วมขังเป็นเวลาหลายสัปดาห์
ส่วนจังหวัดสิงห์บุรียังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ทีมปฏิบัติการลงติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดสำคัญ เช่น หมู่ 3 ต.หัวไผ่ ต.โพทะเล ต.ท่างาม และหลายชุมชนริมแม่น้ำที่เป็นคอขวด ส่งผลให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างล่าช้า ส่งผลกระทบต่อชุมชนและแปลงเกษตรจำนวนมาก
นายโอภาส ถาวร ระบุว่า การช่วยเหลือครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือของทุกหน่วยในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ทั้งกรมทรัพยากรน้ำ ทสจ. ทั้ง 2 จังหวัด และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล รวมถึง สทน.1, 3, 5, 6 และ 9 ที่ร่วมลงพื้นที่สนับสนุนภารกิจอย่างเต็มที่ พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทุ่มเททำงานทั้งกลางวันและกลางคืนเพื่อให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลือเร็วที่สุด
กรมทรัพยากรน้ำยืนยันว่าจะสนับสนุนเครื่องจักร อุปกรณ์ และกำลังคนอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยขณะนี้สามารถควบคุมภาวะน้ำท่วมได้ในระดับหนึ่ง และคาดว่า ภายในสัปดาห์หน้าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ