ธอส.ชูคอนโดคนจนต่ำล้าน ประเดิมหมื่นยูนิตพร้อมอยู่
ธอส.ชงบอร์ดเดือน ส.ค.คลอดโครงการบ้าน-คอนโดฯราคาต่ำไม่เกิน 1 ล้านบาท สนองนโยบายรัฐหนุนคนไทย 3 กลุ่มมีบ้าน ดึงดีเวลอปเปอร์ 2-3 รายประเดิมเฟสแรกขายคอนโดฯ 1 หมื่นยูนิต พร้อมอยู่ตามแนวรถไฟฟ้าเริ่มปลายปีนี้ ส่วนปล่อยกู้คาดเริ่มได้ต้นปีหน้า ยันสภาพคล่องเพียบ อุบดอกเบี้ยกู้ต่ำ
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าดำเนินการนโยบายทำให้คนไทย 3 กลุ่มหลักมีบ้านของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้ประธานคณะกรรมการ ธอส.ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานดูแลเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้มีการประชุมหารือร่วมกัน โดยมีแผนระยะสั้นภายในปีนี้จะมีการรวบรวมคอนโดมิเนียม/บ้านราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทพร้อมเข้าอยู่ ซึ่งคาดว่าจะมีร่วมโครงการราว 10 แบรนด์ จากที่ได้หารือร่วมกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประมาณ 2-3 ราย ที่พร้อมเข้าร่วมโครงการ
ทั้งนี้ สำหรับเฟสแรกคาดว่าจะมีประมาณ 2-3 หมื่นยูนิตที่จะดำเนินการในช่วง 2-3 ปีนี้ ซึ่งจะเสนอแนวทางรายละเอียดพร้อมกำหนดอัตราดอกเบี้ยให้บอร์ดพิจารณาในเดือน ส.ค.นี้ โดยคอนโดฯราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทดังกล่าวจะมีพื้นที่ 28 ตารางเมตร และใกล้รถไฟฟ้า (ส่วนต่อขยาย) ซึ่งทำให้สามารถเดินทางได้สะดวก
“พันธมิตรของ ธอส.ที่เป็นผู้ประกอบการมีราว 1,000 แบรนด์ที่มีคอนโดฯราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้มี 2-3 ราย รวมแล้วราว 10 แบรนด์ที่มียูนิตจำนวนมาก พร้อมขายให้เข้าอยู่ได้ประมาณ 1 หมื่นยูนิต ซึ่งคาดว่าจะเริ่มส่วนนี้ได้ในปลายปีนี้ และ เริ่มปล่อยกู้ได้ต้นปีหน้า ส่วนที่เหลือจะเป็นโครงการที่พร้อมสร้างในปีหน้า (ปี 2562) ส่วนดอกเบี้ยเท่าไหร่จะบอกอีกที แต่จะอยู่ภายใต้กรอบว่าผ่อนงวดละไม่เกิน 4,000 บาท/เดือน อายุกู้ 40 ปี ซึ่งเราก็เตรียมวงเงินสินเชื่อไว้ปล่อยหลายหมื่นล้านบาท” นายฉัตรชัยกล่าว
นายฉัตรชัยกล่าวว่า ตอนนี้ ธอส.มีสภาพคล่องสูงถึง 1 แสนล้านบาท มีเงินฝาก 7 แสนล้านบาท ดังนั้น จึงมีความพร้อมรองรับการปล่อยสินเชื่อ ทั้งสินเชื่อโครงการ (พรีไฟแนนซ์) และสินเชื่อลูกค้ารายย่อยที่กู้ซื้อบ้าน (โพสต์ไฟแนนซ์) ได้
สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่จะซื้อบ้านในโครงการนี้ได้จะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้มีรายได้ไม่เกิน 20,000 บาท/เดือน จะซื้อบ้านได้ในราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท, กลุ่มผู้ที่เริ่มสร้างครอบครัว และกลุ่มผู้สูงวัย โดยในกรณีของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยก็จะแบ่งเป็น 2 กลุ่มอีก ได้แก่ กลุ่มที่มีรายได้ประจำ ซึ่งสามารถทำเรื่องขอกู้ได้เลย กับอีกกลุ่มที่มีรายได้ เช่น กลุ่มแม่ค้า ฯลฯ แต่ไม่มีเอกสารพิสูจน์ทางการเงิน กลุ่มนี้จะต้องเข้าโครงการเงินฝากเพื่อเดินบัญชีเป็นระยะเวลา 9 เดือน โดยเดือนที่ 9 ต้องมีเงินคงค้างเหลือ 8,000 บาท เพื่อให้ธนาคารพิสูจน์ได้ว่า ผู้กู้มีความสามารถผ่อนชำระหนี้ได้ 2 เท่าของภาระผ่อนงวดละ 4,000 บาท เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์การพิจารณาปล่อยกู้ของ ธอส.
นอกจากนี้ ยังมีเกณฑ์สัดส่วนหนี้สินต่อรายได้ หรือ DSR ที่กำหนดสัดส่วนที่ 1/3 ของรายได้รวมผู้กู้ เพื่อให้ยังมีรายได้เหลือดำรงชีพได้ถึง 2/3 ส่วนอัตราส่วนการให้สินเชื่อเพื่อซื้อบ้านเทียบกับมูลค่าบ้าน หรือ LTV ของ ธอส.อยู่ที่ 85%
นายฉัตรชัยกล่าวอีกว่า สำหรับแผนระยะยาวเนื่องจากโครงการนี้กำหนดเป้าหมายไว้ที่จำนวน 100,000 ยูนิต ดังนั้น การวางแผนกำหนดแนวทางดำเนินการต่อไป เพื่อทำให้ได้ตามเป้าหมายดังกล่าว