เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

กรมอุตุนิยมวิทยา 7 วันข้างหน้า ภาคใต้ฝนตกหนัก จับตาพายุดีเปรสชันลูกใหม่

24 พ.ย. 2568 | 20:15น.
แผนที่อากาศผิวพื้น : บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ และ มีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณประเทศมาเลเซีย

แผนที่อากาศผิวพื้น : บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ และ มีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณประเทศมาเลเซีย

กรมอุตุนิยมวิทยา 7 วันข้างหน้า เตือนช่วง 24-25 พ.ย.นี้ภาคใต้ฝนยังตกหนัก 70-80% ของพื้นที่ หลัง 26-30 พ.ย.ฝนจะลดลงเหลือ 30% ของพื้นที่ ขณะที่ตอนบนรวมกทม.และปริมณฑลอากาศจะกลับมาเย็นอีกรอบช่วง 26-29 พ.ย. อุณหภูมิลดลง 5-8 องศาเซลเซียส จับตาพายุดีเปรสชันลูกใหม่บริเวณประเทศฟิลิปปินส์ ส่งผลทำให้ลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายอากาศทั่วไป 7 วันข้างหน้า หรือระหว่างวันที่ 24 – 30 พฤศจิกายน 2568 ว่า สำหรับภาคใต้ในช่วงวันที่ 24 – 25 พ.ย. มีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่งบริเวณตอนล่างของภาค ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทย และห่างฝั่งของทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร เนื่องจากมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมภาคใต้ตอนล่างและประเทศมาเลเซีย ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยตอนบน ภาคใต้ตอนบน และทะเลอันดามันตอนบน

ส่วนในช่วงวันที่ 26 – 30 พ.ย. ภาคใต้จะมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทย และห่างฝั่งของทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังอ่อนลง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลอันดามันตอนล่างเคลื่อนไปปกคลุมบริเวณเกาะสุมาตรา และอ่าวเบงกอลตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบน

ส่วนประเทศไทยตอนบน ในช่วงวันที่ 24 – 25 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น กับมีหมอกในตอนเช้า แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนมีอากาศเย็นในตอนเช้า

โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอุณหภูมิจะสูงขึ้น 2 – 4 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1 – 3 องศาเซลเซียส เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ภาคใต้ตอนบน และทะเลจีนใต้จะมีกำลังอ่อนลงเป็นกำลังปานกลาง

หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 26 – 29 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลง และมีอากาศเย็นถึงหนาว กับมีลมแรง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 5 – 8 องศาเซลเซียส ภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 3 – 5 องศาเซลเซียส

ส่วนภาคใต้ตอนบนอุณหภูมิจะลดลง 2 – 4 องศาเซลเซียส เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้

อนึ่ง “พายุดีเปรสชันบริเวณประเทศฟิลิปปินส์” มีแนวโน้มจะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลางในช่วงวันที่ 25 – 26 พ.ย. หลังจากนั้นจะมีกำลังแรงขึ้น และเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนใต้ ในช่วงวันที่ 28 – 30 พ.ย. ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้พายุนี้จะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วตามลำดับ โดยไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่จะส่งผลให้ลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยา 7 วันข้างหน้า พยากรณ์ฝนสะสมวันที่ 27 พ.ย. 2568
พยากรณ์ฝนสะสมวันที่ 27 พ.ย. 2568

ช่วง 26 พ.ย. – 3 ธ.ค. 68

  • มวลอากาศเย็นเริ่มอ่อนลง แต่ยังเสริมเข้ามาเป็นระลอก อากาศเช้ายังเย็น อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้นช่วงปลายเดือน
  • ภาคใต้ฝนหนักจะค่อยๆ ลดลง คลื่นลมเบาลง แต่ยังต้องระวังน้ำฝนสะสมในลุ่มน้ำต่างๆ

ช่วง 27–30 พ.ย. 68

  • หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ อาจพัฒนาเป็นพายุ แต่จะอ่อนกำลังลงเร็วเมื่อเข้าปะทะมวลอากาศเย็น
  • อาจส่งผลให้ภาคใต้ตอนบน (เพชรบุรี–ประจวบฯ) มีฝนเล็กน้อย
  • ภาคกลางตอนล่าง / ตะวันออก / กทม.–ปริมณฑล มีเมฆเพิ่ม ความชื้นสูงขึ้น
กรมอุตุนิยมวิทยา 7 วันข้างหน้า พยากรณ์ฝนสะสมวันที่ 28 พ.ย. 2568
พยากรณ์ฝนสะสมวันที่ 28 พ.ย. 2568

(ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรติดตามอัปเดตอย่างใกล้ชิด )

กรมอุตุฯ : ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 24 – 25 พ.ย. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ตอนล่างระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง ส่วนเรือเล็กบริเวณอ่าวไทย และห่างฝั่งของทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 25 พ.ย.

ส่วนในช่วงวันที่ 26 – 30 พ.ย. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมถึงให้ระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจจะเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง นี้ไว้ด้วย

บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ และมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณประเทศมาเลเซีย
บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ และมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณประเทศมาเลเซีย

คาดหมายอากาศรายภาค
วันที่ 24 – 30 พ.ย. 2568

ภาคเหนือ

ในช่วงวันที่ 24 – 25 พ.ย. อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1 – 3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 15 – 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27 – 33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6 – 15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 26 – 30 พ.ย. อากาศเย็นถึงหนาว และอุณหภูมิจะลดลง 3 – 5 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 12 – 20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 24 – 29 องศาเซลเซียส

บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3 – 12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในช่วงวันที่ 24 – 25 พ.ย. อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 2 – 4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 15 – 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10 – 18 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 25 กม./ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 26 – 30 พ.ย. อากาศเย็นถึงหนาว และอุณหภูมิจะลดลง 5 – 8 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 10 – 19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 24 – 29 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6 – 15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 – 40 กม./ชม.

ภาคกลาง

ในช่วงวันที่ 24 – 25 พ.ย. อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1 – 3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 19 – 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 26 – 30 พ.ย. อากาศเย็น และอุณหภูมิจะลดลง 3 – 5 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง
อุณหภูมิต่ำสุด 16 – 21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27 – 30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

ในช่วงวันที่ 24 – 25 พ.ย. อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1 – 3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 21 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 – 40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2 – 3 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 26 – 30 พ.ย. อากาศเย็น และอุณหภูมิจะลดลง 3 – 5 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง
อุณหภูมิต่ำสุด 17 – 22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27 – 30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 – 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก ภาคใต้ตอนล่าง 24-25 พ.ย. 2568
พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก ภาคใต้ตอนล่าง 24-25 พ.ย. 2568

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)

ในช่วงวันที่ 24 – 25 พ.ย. ตอนบนของภาค: อากาศเย็น และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1 – 3 องศาเซลเซียส ตอนล่างของภาค: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 – 40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 26 – 30 พ.ย. ตอนบนของภาค: อากาศเย็น และอุณหภูมิจะลดลง 2 – 4 องศาเซลเซียส ตอนล่างของภาค: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 18 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25 – 33 องศาเซลเซียส

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)

ในช่วงวันที่ 24 – 25 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 26 – 30 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่

ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ขึ้นมา : ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ตั้งแต่จังหวัดตรังลงไป : ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26 – 32 องศาเซลเซียส

กรุงเทพและปริมณฑล

ในช่วงวันที่ 24 – 25 พ.ย. มีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1 – 3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 26 – 30 พ.ย. อากาศเย็น และอุณหภูมิจะลดลง 3 – 5 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง
อุณหภูมิต่ำสุด 17 – 22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27 – 30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม.

กรมอุตุนิยมวิทยา : พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า 24-30 พ.ย. 2568
พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า 24-30 พ.ย. 2568

(ออกประกาศ 24 พฤศจิกายน 2568)