เสียงวิจารณ์จากหลายศิลปิน “ร้องเพี้ยน” พลิกเป็นคำถามถึงมาตรฐานโปรดักชั่นงานระดับชาติ หลังศิลปินเผยถูกบรีฟให้ลิปซิงก์ 100% แต่วันจริงระบบกลับเปิดไมค์สดเฉพาะไลฟ์ ทำให้ภาพลักษณ์อาชีพศิลปินถูกกระทบหนัก
จากกรณีที่มีกระแสดราม่าหลังจบพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2025 (SEA Games 2025) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยเฉพาะโชว์ไฮไลต์ในเพลงประจำการแข่งขันอย่าง ‘1%’ ที่ได้ 3 ศิลปินชื่อดัง วี วิโอเลต, โต้ง ทูพี และกอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ มาร่วมโชว์ ‘ชวนคนไทย เชียร์คนไทย’
มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เรื่องคุณภาพเสียงร้อง โดยเฉพาะวี วิโอเลต ที่ผู้ชมผ่าน Live ถ่ายทอดสด หลายคนต่างคอมเมนต์ไปในทิศทางเดียวกันกันว่า “เสียงร้องเพี้ยน” จนนำมาสู่การตั้งคำถามถึงมาตรฐานของศิลปินระดับประเทศ
ไม่นานหลังจากนั้น เธอได้ออกมาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก Violette Wautier เผยรู้สึกเสียใจและถูกทำลายภาพลักษณ์ในฐานะศิลปิน พร้อมขอโอกาสปกป้องตัวเองและอธิบายความจริงต่อสาธารณะ ดังนี้
…จากโชว์พิธีเปิด Sea Games 2025 วันนี้ที่เกิดขึ้น หลายคนน่าจะเห็นถึงการร้องเพลงที่เพี้ยนมาก ๆ ของวีในทาง Live สด บอกตรง ๆ ว่า เสียใจมาก ๆ และเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการทำงานที่ผิดพลาดจริง ๆ
ตามที่รับแจ้งมา คือทางงานแจ้งมาว่าให้วี พี่โต้ง และพี่กอล์ฟ “Lip Sync 100%” ในการแสดงครั้งนี้ ด้วยเหตุผลทางด้านเทคนิคหลายประการ ทำให้การ Lip Sync เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ซึ่งวีก็เข้าใจและยินยอมตามนั้น และในตอนโชว์จริง ในหูฟัง Ear Monitor ของวีไม่มีเสียงร้องสดวีเลย ทำให้วี “ไม่ได้ยินเสียงร้องตัวเอง” แต่เพราะเข้าใจว่า Sync วีก็ทำเต็มที่เพื่อให้ภาพมันออกมาดีที่สุด
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ไม่รู้ว่าเกิดการประสานงานที่ผิดพลาดตรงไหน เพราะมีการ “เปิดไมค์สดของวีใน Live” บอกตรง ๆ ว่ารู้สึกถูกทำลายชื่อเสียง ภาพลักษณ์ ศักดิ์ศรี อาชีพ และความฝันเราทิ้งเลย ณ ตอนนี้วีอาจจะทำอะไรไม่ได้แล้วเพราะการแสดงจบลงแล้ว แต่อย่างน้อยวีขอโอกาสใช้พื้นที่ของวีได้แก้ต่างให้ตัวเอง ปกป้องตัวเอง เท่าที่พอจะทำได้…
ตลอดชีวิตการเป็นศิลปินของวี วีแทบไม่เคย Lip Sync เลย วีเลยรู้สึกเสียใจที่อย่างน้อย ถ้าให้โอกาสเราร้องสด แม้จะออกมาแย่ คงจะยังรู้สึกดีกว่านี้ เพราะมันคือความสามารถเรา นี่เราไม่ได้มีโอกาสทำสิ่งนั้นด้วยซ้ำ ให้เรา Sync แต่สุดท้ายเปิดไมค์เราแต่ปิดหู โอกาสที่จะร้องเป๊ะมันน้อยมาก อย่างน้อยถ้ารู้ว่าสด แล้วหูไม่ได้ยินคงจะถอดหูตัวเองมาฟัง หรือได้พยายามทำอะไรซักอย่าง เพื่อการร้องเพลงที่ดีที่สุด แต่เราไม่มีโอกาสนั้นเลยด้วยซ้ำ
ไม่ได้มีเจตนาจะโทษใครนะคะ แต่ขอโอกาสปกป้องตัวเองค่ะ

ขณะที่กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ ได้ออกมาชี้แจงว่า เพิ่งมาเห็นในไลฟ์ว่าในโชว์เพลง 1% มีการเปิดไมโครโฟนออกไลฟ์นะครับ ทั้งที่ตอนซ้อมพวกเราได้รับการบรีฟว่าเนื่องจากข้อจำกัดหลายอย่าง โชว์นี้จะเป็นการลิปซิงก์ 100%
ดังนั้นเหตุการบนเวทีคือศิลปินจะไม่ได้ยินเสียงตัวเองในเอียร์มอนิเตอร์เลย เพราะเราปิดเสียงไมโครโฟนไป นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียงของ Violette Wautier ที่ได้ยินในการถ่ายทอดสดร้องไม่ตรง เพราะน้องไม่ได้ยินเสียงตัวเองในหูฟัง รวมถึงเสียงของ TWOPEE ก็มีบางช่วงที่ Delay เพราะโต้งก็ไม่ได้ยินเสียงตัวเองเช่นกัน
แต่หากท่านเป็นผู้ชมในสนาม ท่านจะได้ยินเสียงร้องทุกอย่างเป็นปกติ เพราะในสนามเราไม่ได้เปิดเสียงไมโครโฟนและลิปซิงก์เหมือนตอนที่เราได้รับบรีฟมา
ทั้งหมดเกิดจากความผิดพลาดส่วนไหนผมเองก็ไม่อาจทราบได้ ที่การแสดงสดในสนามไม่ได้รับสื่อสารกับทีม OB จนทำให้การแสดงที่ควรจะลิปซิงก์ทั้งหมดตามที่ถูกกำหนดไว้ถูกเปิดเสียงไมโครโฟนเฉพาะการถ่ายทอดสด แต่ ณ ขณะนี้เห็นใจวีกับโต้งมากที่ความตั้งใจการมาแสดงเพื่อชาติ บ้านเมืองของน้องสุดท้ายแล้วเกิดความผิดพลาดที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์วิชาชีพ
น้องทั้งสองคนตั้งใจมากจริง ๆ ครับ โปรดอย่ากล่าวโทษน้องในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ผมในฐานะพี่ที่พาน้องมาแสดงต้องขออภัยน้องจากใจ และขออภัยผู้ชมทุกท่านหากสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ท่านผิดหวัง
พวกเราทุกคน ทำเต็มที่แล้วจริง ๆ

จากนั้น ทางค่าย Universal Music Thailand ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ตามที่ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการแสดงของศิลปิน Violette Wautier ในพิธีเปิดการแข่งขัน SEA GAMES 2025 เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งมีผู้ชมบางส่วนสังเกตว่าเสียงร้องของศิลปินมีความไม่สมบูรณ์ระหว่างการออกอากาศนั้น
Universal Music Thailand ในฐานะต้นสังกัดของศิลปิน จากการตรวจสอบข้อมูลภายในอย่างละเอียด ขอชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากความผิดพลาดจากการประสานงานของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดงาน ส่งผลให้การแสดงของศิลปิน ไม่เป็นไปตามที่มีการพูดคุยกันเบื้องต้น
ทางค่ายและศิลปินรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจ รวมถึงทุกกำลังใจจากแฟนเพลงที่มีให้กับศิลปินเสมอมา

ล่าสุดวันนี้ ‘คชภัค ผลธนโชติ’ หรือ ‘พล วงแคลช’ โปรดิวเซอร์ฝ่ายบริหาร ค่ายบ็อกซ์มิวสิก ได้โพสต์ข้อความผ่าน PonClash Chodchapak ว่า
เขาไม่รู้หรอกว่าการยืนบนเวทีใหญ่ ๆ หรือกลางสนามใหญ่ ๆ แล้วไม่ได้ยินเสียงในหูตัวเอง มันเคว้งคว้างแค่ไหน
ผมแอบนึกแบบง่าย ๆ ว่า เกมที่ใส่หูฟังเพื่อกันเสียง แล้วเราพูดประโยคหนึ่งให้เพื่อนเราได้อ่านปากและส่งต่อข้อความไปให้ครบ แบบไม่มีโน้ตใด ๆ ข้อความยังเพี้ยนได้เลยครับ
แล้วถ้ามีโน้ตใส่เข้าไปในคำต่าง ๆ ล่ะ บอกได้เลยว่าหลุดไปอยู่อีกโลกได้ไม่ยากครับ
ซึ่งทางงานเขาตกลงกับศิลปินแบบหนึ่ง ตอนแสดงจริงอีกแบบหนึ่ง มันใช่หรือ ???
สุดท้ายพี่ส่งกำลังใจให้น้องวี & ทีมน้องนะครับ ร่วมงานกับน้องมาหลายครั้ง บอกได้ว่าผู้หญิงคนนี้คือศิลปินคุณภาพ ของจริงตัวจริงวงการเพลงไทยครับ

รวมถึง ปรียวิศว์ นิลจุลกะ หรือปาล์มนักร้องนำวง Instinct ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่าน Preyawit Nilachulaka ว่า
สำหรับคนที่ไม่รู้ว่าการที่ไม่ได้ยิน Ear Monitor ระหว่างโชว์เวทีใหญ่มาก ๆ แบบราชมังฯนี่แย่ขนาดไหน
ถ้าวัดระดับภัยพิบัติแบบ One Punch Man ก็ระดับ “มังกร” นะครับ (ถ้าระดับพระเจ้าคือระเบิดลงตายกันทั้งสนาม)
คือคุณจะอยู่ท่ามกลางความเวิ้งว้างของอวกาศ ไม่ได้ยินเสียงดนตรี ไม่ได้ยินเสียงคนดู ไม่ได้ยินเสียงตัวเอง ไม่ได้ยินห่านไรเลย
สาเหตุนี้มาจาก Wireless ชนกัน บนเวทีมีไมค์ไร้สาย, IEM, Intercom, อุปกรณ์กล้อง, ระบบถ่ายทอดสด ทุกอย่างแย่งความถี่กันหมด วิธีแก้ที่ค่อยยังชั่วสุดคือหันไปมองมือกลองตอนไม้ตีกระทบกลองและก็ร้องจับจังหวะเอาเองโดยพึ่งสัญชาตญาณตัวเองด้วยว่าคงไม่เพี้ยนเเหละสาธุ เพราะไม่ได้ยิน และปัญหานี้เป็นปัญหาสากล เป็นกันทั่วโลก และมันจะเกิดเฉพาะวันจริงด้วยเพราะวันซ้อมคนน้อยสัญญาณไม่เยอะ เลยย่ามใจกัน
แต่ที่สงสัยคือ ทีมจัดเขารู้มาก่อนมั้ยว่ามันจะมีปัญหางี้เกิดขึ้น ถ้าไม่รู้ก็ถือว่าอ่อนด้อยทางประสบการณ์มากคับ