ปชน. จัดปิกนิก ขอโทษปม รธน.ไม่สำเร็จ ชวนเปิดอกเลือกตั้งหน้าต้อง รบ.พรรคเดียว
“พรรคประชาชน” เปิดเวที “ปิกนิก พรรคประชาชนพบประชาชน ขอโทษจากใจขอไปต่อด้วยกัน” “ณัฐพงษ์” หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน ยอมรับความรับผิดชอบทุกความผิดหวังปมกระบวนการทำรัฐธรรมนูญล่ม-การตัดสินใจที่ผ่านมา ประกาศเหลือทางเลือกเดียวต้อง “อิงกับเสียงของประชาชน” เท่านั้น ชี้บทเรียนถูก “ฉีก MOA” ต้องไม่ซ้ำรอย ย้ำชัดหากจะเปลี่ยนประเทศได้จริงต้อง “ชนะ 300 เสียง เป็นรัฐบาลพรรคเดียว” ขณะที่ “ชัยธวัช” อดีตหัวหน้าฯ สรุปปรากฏการณ์ 11 ธ.ค. สะท้อน “พลังเดิม” ที่ระแวงการเปลี่ยนแปลง ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว…โจทย์ใหญ่ที่ทุกคนต้องมาช่วยกันหาคำตอบ
วันที่ 13 ธันวาคม 2568 พรรคประชาชน จัดกิจกรรม ปิกนิก พรรคประชาชนพบประชาชน ขอโทษจากใจขอไปต่อด้วยกัน” ณ สนามหญ้า มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร โดยมี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตพรรคอนาคตใหม่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และนายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ร่วมเวทีด้วย
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอบคุณที่ทุกคนมาเป็นแรงใจช่วยสนับสนุนกัน ขอส่งคำขอโทษถึงทุกคน ไม่ว่าแต่ละคนจะมีความรู้สึกต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จะเป็นความรู้สึกผิดหวังในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญไม่สำเร็จ หรือความรู้สึกอื่น ๆ ในการตัดสินของพรรคที่เราเดินทางมาร่วมกันไม่ว่าจะเกิดจากความรู้สึกใดก็ตาม ตนเองในฐานะหัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นความรับผิดชอบของตนเองและเป็นความรับผิดชอบของผู้นำพรรคคนปัจจุบัน
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ซึ่งตนเองไม่อยากให้ตกอยู่ในบรรยากาศโศกเศร้า ตั้งใจจะส่งคำขอโทษถึงทุกคน แต่อยากชวนทุกคนมาพูดคุยแลกเปลี่ยนเพราะไม่นานจะมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้งช่วงต้นเดือน กุมภาพันธ์ 2569 แม้รัฐบาลจะไม่ให้ความชัดเจน มีสถานการณ์บางอย่างที่ยังไม่ได้เคาะวันเลือกตั้ง แต่เหลือเวลาอีกไม่นานที่พวกเราจะต้องชี้ชะตาตัดสินอนาคตของประเทศ จึงหวังว่า เวทีวันนี้จะเป็นการพูดคุยกันแบบเปิดอก เปิดให้สมาชิกพรรคทุกคนรวมถึงประชาชนทุกคนที่เป็นเจ้าของประเทศตัวจริงมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันอย่างเปิดกว้าง
“วันนี้เป็นเวทีแรกที่มีหัวหน้าพรรคและอดีตหัวหน้าพรรค 4 คนอยู่ในเวทีเดียวกัน เพราะฉะนั้นทุกคำถามมีคำตอบ รวมถึงการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้าจะทำอย่างไรให้พรรคประชาชนโดยเสียงของประชาชนมีความเข้มแข็งพอที่จะเปลี่ยนอนาคตของประเทศได้จริง”นายณัฐพงษ์ กล่าว
จากนั้นได้เปิดเวทีให้ ส.ส.พรรคประชาชน อาทิ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร นายรังสิมันต์ โรม นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล รวมถึงนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชนร่วมตอบคำถามประชาชน ด้วย
โดยช่วงหนึ่งที่เปิดให้ประชาชนได้ตั้งถามคำถาม ว่า อยากให้พรรคประชาชนชนะ 300 เสียง เป็นรัฐบาลพรรคเดียว และ ให้นายณัฐพงศ์เป็นนายกรัฐมนตรี และไม่เห็นด้วยกับการเลือกพรรคภูมิใจไทย แต่เห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านทำอยู่ ตอนนี้มีเสียงเย้ยหยันว่า เราโง่ซ้ำซากเราถูกหลอกแต่ตนเองอยากให้กำลังใจ เราจะเป็นหมาหางด้วนเหมือนเขาหรือไม่
ขณะที่ นายณัฐพงศ์ เชื่อว่าการตัดสินใจที่ผ่านมา การตัดสินใจได้มีการสอบถามสมาชิกพรรค ผ่านกระบวนการที่เปิดกว้าง เราทำดีที่สุด สอบถามสมาชิกผู้เป็นเจ้าของพรรคอย่างรอบด้าน หากมองไปข้างหน้า คือจะทำพรรคมวลชนที่ซื่อตรงกับประชาชนตรงไปตรงมา มีดีลอะไรเอามาเซ็นในเอ็มโอเอ กลางบนโต๊ะให้ประชาชนทุกคนเห็น การทำตรงไปตรงมาแล้วถูกฉีกเอ็มโอเอ เสียงสะท้อนบอกว่าตกลงแล้วพรรคนี้ เป็นเด็กน้อยโดนเค้าหลอกอีกหรือไม่ ตนเองไม่เชื่อในการเมืองแบบนั้น เพราะ ถ้าเราบอกว่าเราจะดีลแบบลับๆ มีอะไรจะได้รู้สึกว่าไม่โดนหักหลัง คุยกันหลังบ้านแบบนั้น คงไม่ใช่ตัวตนของเรา ที่เริ่มมาตั้งแต่สมัยนายธนาธรนายพิธา นายชัยธวัช สิ่งสำคัญเรามีการประเมินสถานการณ์ รู้ว่ามีความเสี่ยงว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่คำตอบคือเราจะป้องกันตัวเองอย่างไร ในอนาคตไม่ให้ถูกหักหลังแบบนี้อีก สำหรับตนเองมีทางเลือกเดียว ในระบบการเมืองไทยที่มีอยู่ ไม่มีทางอื่นนอกจากเอาพลังของเราอิงกับเสียงของประชาชนเท่านั้น
ทั้งนี้ตนเชื่อมั่นในตัวทีมงานในตัวของพวกเราโจทย์การเลือกตั้ง นอกจากจะมาแลกเปลี่ยนความรู้สึกอีกหนึ่งอย่างคือเรามีเรื่องอีกเยอะว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะทำอย่างไรให้เราสามารถเป็นรัฐบาลพรรคเดียวให้ได้
ด้านนายรังสิมันต์ บอกไม่รู้ล่วงหน้ามาก่อน ว่าจะมีการยุบสภา ยอมรับสปิริตไม่อยากให้เรื่องรัฐธรรมนูญจบลงแค่นี้ อยากให้ใช้เวลาจนสุดท้ายของสภาชุดนี้ ยืนยันว่าพรรคประชาชนทำดีที่สุดแล้ว พูดคุยกับทุกฝ่ายแล้ว งานการเมืองไม่ว่าเราจะชอบใครหรือไม่ชอบใคร แต่ถ้าเค้ามีเสียงเราก็ต้องพูดคุย แต่เมื่อพยายามทำอย่างเต็มที่ณ จุดนี้ ต้องนำไปสู่การเลือกตั้งหรือหาทางออก ให้ได้ ขอโทษพี่น้องทุกคนที่เราจะไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่เราตั้งความหวังไว้

ด้ายนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล อดีต ประธานวิปฝ่ายค้าน บอกว่าตั้งใจเป็นอย่างยิ่ง อยากมาส่งคำขอโทษถึงทุกคนไม่ว่าแต่ละคน จะรู้สึกอย่างไร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จะรู้สึกผิดหวัง ต่อขบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ เรื่องความรู้สึกอื่นๆในการตัดสินใจที่เกิดขึ้นของพรรค ไม่ว่าจะเกิดความรู้สึกใด ก็ตาม ในฐานะผู้นำของพรรคในปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้แน่นอนเป็นความรับผิดชอบของตน ของผู้นำพรรค ในยุคปัจจุบัน ไม่อยากให้ทุกคนตกอยู่ในโศกเศร้าวันนี้ตั้งใจจะมาส่งคำขอโทษทุกคน
ขณะ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เด็กน้อยถูกเค้าหลอกอีกหรือไม่จึงนำขึ้นมาตกลงว่าสิ่งที่สำคัญตอนนั้นเรา และสิ่งที่สำคัญเรารู้เราประเมินความเสี่ยงว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้แต่ถามว่าคำตอบแล้วเราจะเรียกว่าป้องกันตัวเองอย่างไรในอนาคตไม่ให้เราหักหลังแบบนี้อีกสำหรับผมเหลือทางเลือกเดียวด้วยระบบการเมืองไทยฮ่องกงคนบางคนที่ฉุนรั้งของประเทศลาวต้องเอาพลังเราอิงกับเสียงประชาชนเท่านั้น สิ่งที่เราจะต้องมาคุยกันคือทำอย่างไรจะให้เป็นรัฐบาลพรรคเดียวให้ได้

ด้านนายชัยธวัช บอกไม่รู้จะตอบยังไงอาจจะไม่ได้พูดเรื่องหมา หางด้วน แต่ว่าบทเรียนมีหลายเรื่อง นอกจากเรื่องการตัดสินใจทางการเมือง ของพรรคประชาชนในอนาคต ที่จะทำอย่างไรไม่ผิดพลาด หรือทำให้ผู้สนับสนุนประชาชนที่ให้เสียง มาสูญเสียความไว้วางใจตนคงตอบแทนไม่ได้ เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา สะท้อนว่าตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล จนมาถึงพรรคประชาชนทมีสิ่งหนึ่งที่ทำอยากให้เกิดขึ้นตั้งแต่หลังรัฐประหาร อยากให้สังคมไทยมีฉันทามติ ใหม่ ในทางการเมืองเราพูดถึงกฎกติกาที่พอจะยอมรับร่วมกันได้ในกติกาเดียวกันที่ไม่มีใครได้ทั้งหมด ไม่มีใครเสียทั้งหมด แต่ตนคิดว่าสัญญาณที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม เป็นการส่งสัญญาณว่ามีพลังทางการเมือง พลังทางสังคม แบบของเดิม ที่ระแวงต่อการเปลี่ยนแปลง หรือไม่ การที่ไม่ถอยแม้ซักก้าวเดียว ต้องใช้ราคาแค่ไหนที่ต้องจ่ายร่วมกัน ไม่ใช่แค่เป็นบทเรียนแต่เป็นโจทย์ที่เกิดขึ้นในใจ
ด้านสมาชิกพรรคบอกว่า พรรคประชาชนไม่ไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นทางรอดของประเทศไทย แต่ที่ผจญอยู่ทุกวันนี้ เกิดจากรัฐประหารบิดเบี้ยวและเหมือนกรงขัง พวกเราวิ่งชนกำแพงในแต่ละวัน คือไม่มีโอกาสที่จะให้พวกเราออกไปข้างนอก จากการรัฐประหาร ยึดอำนาจ ต่อยอดมาถึงพรรคเพื่อไทย พรรคอนุทิน พรรคเพื่อเทา พวกเราเจ็บปวดจากรัฐประหารและยังมาถูกพรรคที่เราคิดว่าจะเป็นพันธมิตรหักหลัง ตนเป็นเสื้อแดงที่มาเชียร์พรรคส้มเพราะคิดว่านี่คือทางรอดเดียว ของสังคมไทยขอฝากความหวังไว้กับพรรคส้มพรรคประชาชน

