เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อุตฯ ยานยนต์ ‘รักษาฐานเดิม ต่อยอดฐานใหม่’
Automotive อุตฯ ยานยนต์ ‘รักษาฐานเดิม ต่อยอดฐานใหม่’
แบงก์ชาติ หัวหอกสกัดทุนเทา จับมือ 11 องค์กรปิดทาง “ฟอกเงิน”  
Finance แบงก์ชาติ หัวหอกสกัดทุนเทา จับมือ 11 องค์กรปิดทาง “ฟอกเงิน”  
วิกฤตกำลังซื้อ-ธุรกิจดิ้นสู้ รายได้ 3 หมื่น ‘เปราะบางยุคใหม่’
Economic วิกฤตกำลังซื้อ-ธุรกิจดิ้นสู้ รายได้ 3 หมื่น ‘เปราะบางยุคใหม่’
นายกชี้ขาดแอร์พอร์ตลิงก์-EEC CP เดินรถต่อ-ลงนาม MOU ใหม่ 
Economic นายกชี้ขาดแอร์พอร์ตลิงก์-EEC CP เดินรถต่อ-ลงนาม MOU ใหม่ 
โต้ง-บรรจง แท็กทีม 4 หนุ่ม BUS–9214KIDS แชร์มุมมอง ชวนดูภาพยนตร์ “HOPE”
Biz Movement โต้ง-บรรจง แท็กทีม 4 หนุ่ม BUS–9214KIDS แชร์มุมมอง ชวนดูภาพยนตร์ “HOPE”
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.65% อยู่ที่ 77,140 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.65% อยู่ที่ 77,140 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (12 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (12 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
Biz Movement เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
News กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
World ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
ดูทั้งหมด

‘สามารถ’เชียร์ประมูลรถไฟเร็วสูงเชื่อม3สนามบิน ชี้ข้อดีเอกชนเก่งหลายรายร่วมแข่ง

25 ก.ค. 2561 | 15:43น.

วันนี้ (25 ก.ค.) นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่ากทม.และอดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊กแสดงความเห็นสนับสนุนการแข่งขันประมูล รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

ในที่สุดการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ประกาศเชิญชวนให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ประกอบด้วยสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี โดยเอกชนมีหน้าที่ (1) ออกแบบ ก่อสร้าง บริการเดินรถ และซ่อมบำรุงรักษารถไฟความเร็วสูงรวมทั้งงานที่เกี่ยวข้อง และ (2) พัฒนาพื้นที่สถานีมักกะสันและสถานีศรีราชาให้เป็นพื้นที่สนับสนุนการเดินรถไฟความเร็วสูง ทั้งนี้ รฟท.กำหนดระยะเวลาให้เอกชนก่อสร้างและบริหารโครงการเป็นเวลา 50 ปี

ในส่วนของรถไฟความเร็วสูงคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1.7 แสนล้านบาท โดยรัฐจะร่วมลงทุนไม่เกิน 1.2 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 70% และจะแบ่งจ่ายเท่ากันทุกปีเป็นระยะเวลา 10 ปี นับตั้งแต่เปิดให้บริการเดินรถ ทั้งนี้ ในช่วงระยะเวลา 10 ปีดังกล่าว เอกชนจะต้องให้ผลตอบแทนแก่รัฐในจำนวนที่เท่ากันทุกปีด้วย เอกชนรายใดยื่นข้อเสนอให้รัฐลงทุนต่ำที่สุด (หลังจากหักผลตอบแทนที่เอกชนเสนอให้แก่รัฐ) ก็จะมีโอกาสได้รับเลือก

สำหรับการพัฒนาพื้นที่มักกะสันบริเวณสถานีแอร์พอร์ตลิงก์ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 150 ไร่ รฟท.กำหนดให้เอกชนก่อสร้างอาคารมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 850,000 ตารางเมตร และมีมูลค่าการลงทุนไม่น้อยกว่า 42,000 ล้านบาท ส่วนการพัฒนาพื้นที่สถานีศรีราชาประมาณ 25 ไร่ รฟท.กำหนดให้เอกชนก่อสร้างอาคารมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 20,000 ตารางเมตร และมีมูลค่าการลงทุนไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท

มีบางคนตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเงื่อนไขการลงทุนหลายประการ อาทิ

1. ในส่วนของรถไฟความเร็วสูง เหตุใดรัฐจึงต้องลงทุนถึง 1.2 แสนล้านบาท เอกชนลงทุนประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ทั้งๆ ที่ รัฐยกที่ดินมักกะสันและศรีราชาให้เอกชนไปพัฒนาฟรีๆ

2. เหตุใดรัฐจึงให้เอกชนก่อสร้างและบริหารโครงการนานถึง 50 ปี ในขณะที่โครงการอื่นเอกชนได้รับเวลาไม่เกิน 30 ปี

ข้อสังเกตเหล่านี้จำเป็นที่รัฐจะต้องชี้แจงให้กระจ่าง สำหรับผมนั้นมีความเห็นต่อข้อสังเกตดังกล่าวดังนี้

1. ในส่วนของรถไฟความเร็วสูงนั้นรัฐลงทุนไม่เกิน 1.2 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 70% ถือว่าน้อยกว่าโครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ที่รัฐลงทุนประมาณ 80-85% ของมูลค่าโครงการ เอกชนลงทุนประมาณ 15-20% เท่านั้น บางโครงการ เช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-บางใหญ่ รัฐต้องลงทุนเองทั้งหมด 100% แล้วจ้างเอกชนให้บริหารจัดการเดินรถ สำหรับโครงการนี้ เอกชนลงทุนประมาณ 5 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 30% นับว่าเป็นสัดส่วนที่มากกว่าการลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ

เงินลงทุนประมาณ 5 หมื่นล้านบาทนั้น เป็นการลงทุนเฉพาะงานก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเท่านั้น แต่เอกชนไม่ได้ลงทุนเพียงแค่นี้ ยังจะต้องลงทุนพัฒนาพื้นที่สถานีมักกะสันและสถานีศรีราชาเป็นเงินไม่น้อยกว่า 42,300 ล้านบาทอีกด้วย พร้อมทั้งจะต้องเสียค่าเช่าที่ดินให้แก่ รฟท.ด้วย เป็นเงินประมาณ 14,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าในปัจจุบัน หรือ Present Value นั่นหมายความว่า รฟท.ไม่ได้ยกที่ดินให้เอกชนไปพัฒนาฟรีๆ นอกจากนี้ เอกชนยังจะต้องจ่ายค่าได้สิทธิในการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์อีกประมาณ 1 หมื่นล้านบาท

โดยสรุป โครงการนี้จะต้องใช้เงินลงทุนทั้งหมดประมาณ 236,300 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินลงทุนจากรัฐไม่เกิน 1.2 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 50% ที่เหลืออีก 50% เป็นการลงทุนโดยเอกชน เมื่อเปรียบเทียบกับสัดส่วนเงินลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลืองซึ่งมีเงื่อนไขการลงทุนใกล้เคียงกันพบว่า รัฐลงทุนเป็นสัดส่วนประมาณ 62% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่า

การพัฒนารถไฟความเร็วสูงให้สำเร็จจะมุ่งเฉพาะการก่อสร้างเส้นทางรถไฟและสถานีเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่จะต้องพัฒนาที่ดินควบคู่กันไปด้วย เช่น พัฒนาให้เป็นเมืองอัจฉริยะ เมืองใหม่ เมืองราชการ สถาบันการศึกษา สถานพยาบาล เมืองอุตสาหกรรม แหล่งท่องเที่ยว และแหล่งพาณิชยกรรม เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อทำให้มีผู้โดยสารรถไฟความเร็วสูงมากพอสมควร ตัวอย่างการพัฒนารถไฟความเร็วสูงประสบผลสำเร็จอย่างดีมีให้ดูได้ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีการพัฒนาที่ดินควบคู่ไปด้วย ส่งผลให้มีผู้โดยสารรถไฟความเร็วสูงจำนวนมาก พูดได้ว่ารถไฟความเร็วสูงกับการพัฒนาที่ดินจะต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน ด้วยเหตุนี้ การพัฒนาที่ดินบริเวณสถานีรถไฟความเร็วสูงจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

2. การให้ระยะเวลาการก่อสร้างและบริหารโครงการนานถึง 50 ปี เป็นเพราะรัฐไม่ต้องการลงทุนเป็นเงินจำนวนมากกว่านี้ จึงต้องให้เวลาแทนเงิน เพื่อช่วยให้เอกชนมีระยะเวลาเพียงพอที่จะเก็บเกี่ยวรายได้ให้คุ้มกับเงินลงทุน มิฉะนั้น คงไม่สามารถจูงใจให้เอกชนมาร่วมลงทุนด้วยได้ เขาอาจนำเงินไปลงทุนในโครงการอื่นที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า หรือมีโอกาสทำกำไรได้มากกว่า

อนึ่ง ในช่วงตลอดระยะเวลาก่อสร้างและบริหารโครงการ 50 ปี รัฐก็จะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นประโยชน์ทางอ้อม อาทิ มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น มีการซื้อขายเพิ่มขึ้น รัฐเก็บภาษีได้มากขึ้น การเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงลดลง ประหยัดเวลาการเดินทาง ลดอุบัติเหตุจราจร และลดมลภาวะ เป็นต้น

ผมอยากให้โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ประสบความสำเร็จ และรู้สึกดีใจที่ทราบว่ามีเอกชนที่มีศักยภาพหลายรายซื้อเอกสารประกวดราคา เพื่อหวังคว้าชัยชนะเข้าร่วมลงทุนในโครงการนี้

ขอเอาใจช่วยให้รัฐเร่งดำเนินโครงการนี้ให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งมวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนในพื้นที่อีอีซีซึ่งประกอบด้วยจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง

 

 

ที่มา มติชนออนไลน์