รัฐมนตรีมาเลเซีย ตอบ เครียด-ทำงานหนัก ทำให้คนเป็นเกย์
รัฐมนตรีกระทรวงศาสนาของมาเลเซีย ดร.ซุลกิฟลี ซาฮัน ออกมาแสดงความเห็นว่า ความเครียดจากการทำงานหนัก เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้บางคนหันไปใช้ชีวิตแบบ LGBT ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ คำกล่าวของเขาถูกเผยแพร่ผ่านรายการโทรทัศน์ จนถูกนำเสนอผ่านคำตอบลายลักษณ์อักษรต่อรัฐสภา จากนั่นก็เกิดกระแสหนักบนโซเชียลทั้งในและนอกประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่ม LGBTQ+ และนักสิทธิมนุษยชน
South China Morning Post รายงานว่า รัฐมนตรีกระทรวงศาสนามาเลเซีย ดาโต๊ะ ซุลกิฟลี ฮาซัน (Zulkifli Hasan) ให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ถึงสาเหตุที่คนหันไปใช้วิถีชีวิต LGBT (LGBT Lifestyle) เกิดจากปัจจัยหลัก 4 ประการ ได้แก่ ความเครียดจากการทำงานหนัก แรงกดดันทางสังคม ประสบการณ์ทางเพศ การปฏิบัติศาสนกิจไม่เพียงพอ
เขากล่าวเสริมว่า
“เมื่อคนเหนื่อยล้า ทำงานหนักเกินไป สมองและจิตใจถูกครอบงำด้วยความเครียด จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรสนิยมทางเพศ” และ “หากคนที่ยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักคำสอนอย่างเคร่งครัด ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้น”
คำพูดนี้ถูกนำไปแชร์และวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโซเชียลมีเดียทั้งในและนอกมาเลเซีย โดยเฉพาะในกลุ่ม LGBTQ+ และนักกิจกรรมสิทธิพลเมือง ซึ่งมองว่าเป็นการกล่าวอ้างที่ ไร้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ‘เหมารวม’ และ ‘ลดทอนความเป็นมนุษย์’ ของคนกลุ่มนี้ให้กลายเป็นแค่ “ผลข้างเคียงของความเหนื่อยล้า” หรือการไม่ยึดมั่นในศาสนา
คำพูดของ ซุลกิฟลี ฮาซัน ถูกนำไปล้อเลียนอย่างกว้างขวาง เช่น “พรุ่งนี้ลางานทั้งชาติเลยดีกว่า จะได้ไม่เกย์กันหมด” ซึ่งกลายเป็นมีมใน X และ TikTok มาเลเซีย
คำกล่าวของเขาที่เคยพูดไว้ผ่านรายการโทรทัศน์ถูกนำเสนอเป็นคำตอบอีกครั้งในรัฐสภา และเป็นคำตอบลายลักษณ์อักษรต่อคำถามในรัฐสภา ที่ตั้งโดย ซิติ ไซละห์ โมฮัด ยูซุฟฟ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคอิสลามฝ่ายค้าน PAS
คำกล่าวของรัฐมนตรีเกิดขึ้นท่ามกลางการสอบถามในรัฐสภาเกี่ยวกับแนวโน้มของ LGBT ซึ่งครอบคลุมข้อมูลด้านอายุ เชื้อชาติ และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่า ระหว่างปี 2022-2025 มีการบันทึกคดีที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของ LGBT รวมทั้งหมด 135 คดี (ความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกันยังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมายในมาเลเซีย)
เขากล่าวตัวเลขอ้างอิงจากสถิติของหน่วยงานศาสนาประจำรัฐต่าง ๆ
“คดีลักษณะนี้อยู่ภายใต้เขตอำนาจของรัฐ ตามบทบัญญัติของรายการที่ 1 บัญชีที่สอง (บัญชีของรัฐ) ในตารางที่เก้า ของรัฐธรรมนูญแห่งสหพันธรัฐ” เพื่อตอบคำถามของ ดาโต๊ะ โรซอล วาฮิด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคอิสลามมาเลเซีย
ทั้งนี้ โรซอลได้ตั้งคำถามถึงจำนวนการจับกุมที่เกี่ยวข้องกับ LGBT ตลอดช่วง 4 ปี รวมถึงมาตรการหรือการดำเนินการต่อเนื่องที่หน่วยงานรัฐได้ดำเนินการภายหลังการจับกุม
ดร.ซุลกิฟลี ระบุว่า รัฐบาลยังคงเฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมายอาญาตามหลักชะรีอะฮ์ อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมหลายมิติ ไม่เพียงแต่คดีที่เกี่ยวข้องกับ LGBT เท่านั้น แต่ยังรวมถึงความผิดอื่น ๆ เช่น
มุซาฮากอฮ์ (Musyahaqah : การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิง)
การร่วมประเวณีทางทวารหนัก (Sodomy)
และกรณีผู้ชายแต่งกายหรือแสดงตนเป็นผู้หญิง กล่าวต่อ “การบังคับใช้กฎหมายไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การจับกุมเท่านั้น”
ยังมีการดำเนินการในกรณีที่ มีข้อสงสัยว่าบุคคลอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรม LGBT แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ ในกรณีดังกล่าว ทางการจะดำเนินมาตรการอื่นแทน เช่น
-
การให้คำแนะนำและการให้คำปรึกษา
-
หรือการออกคำสั่งให้เข้าร่วม หลักสูตรสร้างความตระหนักรู้และฟื้นฟูพฤติกรรม เกี่ยวกับความผิดที่ขัดต่อศีลธรรมและหลักคำสอนของศาสนาอิสลาม
ดร.ซุลกิฟลี กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลยังมี โครงการเผยแผ่ศาสนาและหลักสูตรเฉพาะทางหลายรูปแบบ เพื่อชี้แนะแนวทางให้แก่ประชาชน นอกจากนี้ ยังมีการให้การสนับสนุนเพื่อช่วยให้บุคคลเหล่านี้ สามารถหางานที่ดีกว่า หรือเข้าสู่ภาคธุรกิจได้