Skip to content

4 ปัจจัยส่ง ‘ครม.หนู 2’ สส.เกือบ 200 “อังเคิล-ทหารมีไว้ทำไม” วลีสะกดแดง-ส้ม

10 ก.พ. 2569 | 07:00น.
4 ปัจจัยส่ง ‘ครม.หนู 2’ สส.เกือบ 200 “อังเคิล-ทหารมีไว้ทำไม” วลีสะกดแดง-ส้ม

บิ๊กภูมิใจไทย ชี้ 4 ปัจจัยส่ง ‘ครม.อนุทิน 2’ สส.พุ่งทะยานเกือบแตะ 200 วิเคราะห์วลีกดค่ายแดง-ส้ม สูตรตั้งรัฐบาล เล็งช่วง เม.ย.นี้

เลือกตั้ง 2569 สร้างปรากฏการณ์ดัน “ภูมิใจไทย” จากพรรค สส.หลักสิบ พุ่งทะยาน 193 ที่นั่ง และอาจแตะเกือบ 200 หรือไม่ต้องรอผล กกต. แต่สามารถชนะแชมป์เก่าอย่างพรรคประชาชนและเพื่อไทย ได้รับหน้าที่ไม้หนึ่งจัดตั้งรัฐบาล

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสนทนากับ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เพื่อประเมินถึงปัจจัยทำให้ค่ายการเมืองสีน้ำเงิน จากพรรคหลักสิบ คะแนนก้าวกระโดดหลายช่วงตัว รวมถึงทิศทางจัดตั้งรัฐบาล “ครม.อนุทิน 2”

4 ปัจจัยดันพรรคน้ำเงินเกือบแตะ 200

ถาม : ผลเลือกตั้ง 2569 ทำไม ? ภูมิใจไทยจากพรรค 51 – 71 สส. วันนี้เกือบแตะ 200

แกนนำภูมิใจไทย : จริงๆ จะเรียกว่าแลนด์สไลด์ก็ได้ เพราะประชาชนให้เรามามากเกินกว่าที่คาดไว้เดิม 150 – 170 ที่นั่ง โดยอิงจากกระแสความนิยมที่เพิ่มขึ้นและผลโพลก่อนเลือกตั้ง

อดีตเป็นพรรคไม่มีกระแส แต่การเลือกตั้งรอบนี้ได้มากกว่า 190 ที่นั่ง และอาจทะลุ 200 ที่นั่ง ซึ่งต้องรอผลสุดท้ายที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรอง

“ผลออกเพราะแบบนี้ยอมรับว่าตื่นเต้น ดีใจที่จะได้ทำงานเต็มที่ อะไรสมัยเป็นพรรคร่วมทำไม่ได้ วันนี้จะได้ทำงานเต็มที่ แต่ยอมรับว่าเมื่อขึ้นมาแนวทางการทำงานรัฐบาลจากนี้ ก็คงต้องปรับ”

.

ถาม : ปัจจัยอะไรทำให้ภูมิใจไทย คะแนนถล่มทลาย

แกนนำภูมิใจไทย : จาก 4 ปัจจัยหลักๆ นอกเหนืออาศัยฝีมือบ้านใหญ่ ประกอบด้วย 1.) ท่าทีรัฐบาลอนุทิน ช่วงที่ผ่านมาต่อการดำเนินมาตรการกับกัมพูชา ช่วงสองเดือนผลงานเรื่องชายแดนมีผลเป็นรูปธรรม มากกว่ารัฐบาลเดิมที่ทำงานมาสองปี

2.) นโยบายแก้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตร สินค้าเกษตรหลายชนิดโดยเฉพาะราคาข้าวสูงขึ้น 3.) นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส 4.) เชื่อว่าประชาชนชื่นชอบและมั่นใจทีมบริหารชุดใหม่ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง (อนุทิน ชาญวีรกูล, สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, ศุภจี สุธรรมพันธ์)

.

ถาม : ถูกวิจารณ์ว่าสาเหตุที่ได้ชัยเพราะเป็นพรรคบ้านใหญ่

แกนนำภูมิใจไทย : บ้านใหญ่ไม่ได้ทุกเขต รอบนี้มีทั้งคนใหม่คนเก่าผสมกัน ผมคิดว่าสิ่งสำคัญมันอยู่ที่คนทำงาน เพราะบ้านใหญ่สอบตกก็เยอะ รวมถึงบริบทแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน

“รอบนี้พิสูจน์แล้วว่า ผู้สมัคร สส.ที่ได้มีทั้งเก่าและใหม่ผสมกัน ไม่ใช่ สส.เก่าทุกคน ส่วนคนที่พูดว่าบ้านใหญ่ คือคุณไม่เอาบ้านใหญ่ของตัวเองมาพูด”

.

ถาม : หากวิเคราะห์แบ่งรายภาคพื้นที่ใดเป็นฐานภูมิใจไทย

แกนนำภูมิใจไทย : อับดับหนึ่ง ภาคอีสานโดยเฉพาะอีสานตอนล่าง ได้ยกจังหวัดหลายเป็นพื้นที่ อันดับที่สองและสาม ภาคใต้และภาคกลางพอๆกัน ถือว่าทั้ง 3 ภาคเป็นไปตามเป้า ส่วนกรุงเทพมหานคร ต่ำกว่าเป้านิดหน่อย เดิมคาดว่าจะได้ประมาณ 2 ที่นั่ง

วลีกดความนิยม “แดง-ส้ม”

ถาม : ปรากฏการณ์อะไรทำให้พรรคสีน้ำเงิน คะแนนทิ้งห่างแชมป์เก่าในอดีตอย่างสีส้มและสีแดง

แกนนำภูมิใจไทย : ขอย้ำว่าที่คะแนนสูงขึ้นไม่ได้เฉพาะ สส.เขต แต่คะแนน สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ก็สูงขึ้นด้วย ยกตัวอย่างบางพื้นที่ไม่เคยได้เลย แต่การเลือกตั้งรอบนี้ได้ ส่วนตัวคิดว่าเพราะชาวบ้านให้โอกาสมากขึ้น

ส่วนที่สีส้มและสีแดงคะแนนตก มองว่าผลส่วนหนึ่งคือท่าทีของสองพรรคต่อสถานการณ์กัมพูชา เช่นวลี “อังเคิล” หรือ “ทหารมีไว้ทำไม” หลายอย่างที่เคยพูดในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 และ 2566 วันนี้มันย้อนกลับมาทำร้ายเค้าเอง

และสิ่งที่น้ำเงินพูดมาตลอดว่า มันมีทั้ง ออนไลน์-ออนกราวด์  คำว่าออนไลน์เมื่อมีการพูดถึงและถูกแชร์เยอะๆ แต่มันก็ไม่ได้หมายถึงสังคมทั่วไป

ไล่เช็กบิลคดีการเมือง ?

ถาม : ภูมิใจไทยถูกมองคุมองค์กรอิสระไว้เยอะ จากนี้จะไล่เช็กบิลคู่กรณีหรือไม่

แกนนำภูมิใจไทย : คงไม่ เรื่องนี้ผมก็ไม่รู้ว่าจะทำไปทำไม ที่ผ่านมาพวกเรา(ภูมิใจไทย)ถูกกระทำด้วยซ้ำ สิ่งที่ต้องทำจากนี้ต้องแก้คือเรื่องทุนเทา สแกมเมอร์ ยาเสพติดและปัญหาชาวบ้านมากขึ้น

.

ถาม : ทิศทางรัฐบาลภูมิใจไทย “คดีเขากระโดง – คดีฮั้ว สว.”

แกนนำภูมิใจไทย : ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ ถูกก็ถูก ผิดก็ผิด ที่ผ่านมาเราถูกกล่าวหาและโดนนำมาปั่นกระแสเป็นการดิสเครดิตทางการเมือง ขอย้ำว่าให้เป็นไปตามกระบวนการ ภูมิใจไทยจะไม่แทรกแซงและทำความจริงให้ปรากฏ

“ถ้าเป็นพวกคุณ คุณก็ว่าดีหมด ถ้าไม่ใช่พวกคุณก็ว่าแย่หมด”

เล็งตั้ง “ครม.อนุทิน 2” เม.ย.

ถาม : ขั้นตอนตั้งรัฐบาลจากนี้

แกนนำภูมิใจไทย : เชื่อว่าประมาณ 30 วัน กกต.น่าจะรับรองผลทั้งหมด จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการถวายสัตย์ปฏิญาณตน สส. และไปสู่การเลือกประธานสภา จากนั้นที่ประชุมสภาจะนัดโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

“คิดว่ารอบนี้น่าจะเร็ว หากรับรอง สส. ทั้งหมดภายในเดือนมีนาคม คาดว่าไม่เกินเดือนเมษายน น่าจะตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ”

.

ถาม : สูตรตั้งรัฐบาลภูมิใจไทย ?

แกนนำภูมิใจไทย : ขณะนี้พรรคส้มประกาศว่าไม่เอาภูมิใจไทย แต่ส่วนตัวคิดว่าการทำงานกับสีส้ม น่าจะร่วมงานกันได้ เพราะมีแนวคิดหลายอย่างไปด้วยกันได้ เช่น การปฏิรูปในหลายประเด็น อย่างเรื่องโครงสร้างราชการ ส่วนจะไปง้อหรือไม่นั้นยังไม่ทราบ แต่ยังมีเวลา

ส่วนถ้าเลือกพรรคสีแดง ได้ยินมาว่าบางส่วนไม่อยากให้จับมือกัน แต่ถ้าหากต้องจับมือกันจริงๆ เชื่อว่าก็สามารถเป็นไปได้ เพราะไม่เคยทะเลาะกันฝังรากลึก ปัญหาที่ผ่านมามีแต่เรื่องการทำงาน แม้มุมมองต่างกัน ส่วนถ้าจับมือกับพรรคสีเขียว เชื่อว่าจะถูกโจมตีเรื่องสีเทาเยอะ แต่ถ้าหากต้องจับจริงๆ จับกับฝ่ายไหนก็จะถูกมองไปมุมนั้นๆ

.

ถาม : สมการตั้งรัฐบาล “น้ำเงิน เขียว แดง”

แกนนำภูมิใจไทย : ตอนนี้ขั้นตอนยังไปไม่ถึงขนาดนั้น ส่วนจะมีโอกาสหรือไม่เป็นไปได้หมด เพราะยังมีเวลา และประเด็นปัญหาที่ผ่านมาอย่างกรณีคดีเขากระโดง ฮั้ว สว. ที่ผ่านมาสีน้ำเงินก็ไม่ได้แทรกแซงอะไร หากทำความจริงปรากฏก็แค่นั้น

ส่วนสีเขียว “ก็ต้องทำความจริงให้ปรากฏ ถ้าเทาก็โดน เพราะแนวทางที่ดำเนินการมาคือ ปิดชื่อดูพฤติกรรม“

ยาแรงลุยทันที “คนละครึ่งพลัส – บัตรสวัสดิการฯ – โซลาร์ชุมชน”

ถาม : รัฐบาลอนุทิน 2 จะดำเนินโปรเจ็กต์อะไรบ้างหากเริ่มงาน

แกนนำภูมิใจไทย : ยาแรงอันดับต้นๆ ดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส, โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, โซลาร์ชุมชน รวมถึงปรับโครงสร้างการค้า การพาณิชย์ การคลัง แต่ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่ได้มีการหาเสียงนโยบายเรื่องแจก

ส่วนโครงการเมกะโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่ เช่น แลนด์บริดจ์ สร้างสนามบินเพิ่ม คิดว่าหากจะดำเนินโครงการใหญ่ๆ เร็วๆนี้คงไม่ทันต้องรอดูการจัดทำงบประมาณปี 2570 หรือรอความชัดเจนหลังแถลงนโยบายรัฐบาลอนุทิน 2

.

ถาม : ภูมิใจไทย เป็นพรรคอนุรักษ์นิยมระดับไหน

แกนนำภูมิใจไทย : ภูมิใจไทยมีหลายแบบ ถ้าเรื่องสถาบันฯ เราสุดโต่ง เรื่องอื่นเราไม่ได้อนุรักษ์นิยมแบบสุดโต่ง แต่ทั่วไปๆ เราเป็นอนุรักษ์นิยมสมัยใหม่ เพราะหลายนโยบายภูมิไทยก็ก้าวหน้า เช่นการเรียนที่ยืดหยุ่น

“เฉพาะเรื่องสถาบันเรื่องเดียว ที่เราบอกว่า ใครอย่ามายุ่ง”

.

ถาม : ภาพจำ ครม.อนุทิน 2 จะเป็นอย่างไร

แกนนำภูมิใจไทย : สิ่งที่เราอยากเห็นคือการเป็นรัฐบาลที่ยังมีความหวังได้ อยากเห็น ครม.ที่จะหลุดจากภาพคนเพียงไม่กี่คนมานั่งเป็นรัฐมนตรี มีมืออาชีพมากขึ้น มีคนที่สังคมยอมรับมากขึ้น