Skip to content

‘ไม่เทรวม’ กทม. นำร่องแยกขยะคอนโด จ่อขยายผล 50 เขตทั่วกรุงฯ

13 ก.พ. 2569 | 15:49น.
‘ไม่เทรวม’ กทม. นำร่องแยกขยะคอนโด จ่อขยายผล 50 เขตทั่วกรุงฯ

ประเทศไทยเผชิญปัญหาขยะ 27-28 ล้านตันต่อปี แต่สามารถกำจัดอย่างถูกต้องได้เพียง 50% โดยใช้งบประมาณจัดการขยะมากกว่างบฯการศึกษาและงบฯสาธารณสุขรวมกัน

ขณะที่ 50% ของขยะเป็นขยะเปียก (เศษอาหาร) ที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้หากไม่มีการแยก แต่หากแยกออกมาจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มาก เช่น ผลิตเป็นเชื้อเพลิง RDF

กรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อม ร่วมกับองค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งเดนมาร์ก (DEPA) สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์ก ประจำประเทศไทย และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย จัดแถลงข่าว “โครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานคร”

เพื่อสร้างต้นแบบระบบการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ สอดคล้องนโยบาย “ไม่เทรวม” และข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมการจัดการขยะฉบับใหม่ โดยมีเป้าหมายขยายผลไปยัง 50 เขตของกรุงเทพมหานครและพื้นที่อื่น ๆ รวมถึงภูมิภาคอาเซียน

นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้บริหารด้านความยั่งยืน กทม. เปิดเผยว่า ปัจจุบัน กทม. ต้องแบกรับภาระจัดการมูลฝอยกว่า 9,000 ตันต่อวัน ซึ่งกว่า 50% เป็นขยะเศษอาหารที่ต้องแยกออกมาตั้งแต่ต้นทาง กทม. จึงขับเคลื่อนนโยบาย “ไม่เทรวม” อย่างจริงจัง

โดยยกระดับสู่การบังคับใช้ข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยฉบับใหม่ พ.ศ. 2568 ที่ยึดหลัก “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” (Polluter Pays Principle) เพื่อใช้กลไกทางเศรษฐศาสตร์สร้างแรงจูงใจ โดยครัวเรือนที่คัดแยกขยะจะเสียค่าธรรมเนียมเพียง 20 บาท ส่วนผู้ที่ไม่คัดแยกจะต้องชำระในอัตราที่สูงขึ้น

พรพรหม วิกิตเศรษฐ์
พรพรหม วิกิตเศรษฐ์

นายพรพรหมกล่าวต่อว่า ตอนนี้มีคอนโดฯเข้าร่วมโครงการ 1,659 แห่ง จากทั้งหมดประมาณ 3,700 แห่ง โดยได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียม แต่ กทม. ต้องเข้าไปตรวจสอบว่าไม่ใช่แค่ลงทะเบียนแล้วจบ ต้องมีการแยกขยะจริง

ล่าสุดผู้ว่าฯ กทม. ได้เยือนคอนโดฯตัวอย่างที่เขตบางซื่อ ซึ่งแยกขยะในห้องขยะได้อย่างดี โดยเศษอาหารที่แยกได้จะมีเกษตรกรมารับไปใช้แทนอาหารสัตว์ ถ้าทุกห้องให้ความร่วมมือแยกขยะ ปริมาณจะมากพอให้เกษตรกรสนใจมารับ นอกจากคอนโดฯแล้ว ยังมีครัวเรือนรวมทั้งบ้านเดี่ยวและกลุ่มอื่น ๆ เข้าร่วมแล้ว 8 ล้านครัวเรือน เทียบกับจดทะเบียนใน กทม. ประมาณ 3 ล้านกว่าครัวเรือน

ไม่รวมขยะ-ปรับระบบรถเก็บ

นโยบายสำคัญคือต้อง “ไม่รวม” คือไม่ใช่แยกมาแล้วรถขยะมาเอาไปรวมกัน ปัจจุบันคอนโดฯที่เข้าร่วมจะมีรถของสำนักงานเขตเฉพาะไปเก็บเศษอาหาร หรือหากปริมาณไม่มากก็ฝากไปกับรถขยะปกติได้ โดยจะมีช่องเฉพาะสำหรับเศษอาหาร นายพรพรหมอธิบายว่า กทม. กำลังปรับระบบรถขยะให้มีช่องสำหรับเศษอาหาร และเนื่องจากผู้ที่ลงทะเบียน 20 บาทจะมีพิกัด จึงรู้ว่าบ้านไหนแยกขยะ สามารถออกแบบเส้นทางเก็บได้

ภาคเอกชน ห้างสรรพสินค้า โรงแรม มีการลดขยะค่อนข้างมาก จากเกือบหมื่นตันลดลงมาเหลือ 9,000 กว่าตัน โดยตั้งเป้าลดให้แตะ 9,000 ตันต้น ๆ ให้ได้

“ซึ่งจะประหยัดงบประมาณไปได้ประมาณหลายร้อยล้านบาท เพราะขยะ 1 ตันมีค่าใช้จ่าย 2,300 บาท เราประหยัดได้วันละเกือบพันตัน สำหรับภาคเอกชนที่ไม่แยกขยะ จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 8,000 บาทต่อ 1 ลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้นจากเดิมที่จ่ายอยู่ 2,000 บาท

ต้องมีระบบดี-บริหารดี ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า ขยะถือว่าเป็นปัญหาที่สะสมมานาน หลายรัฐบาลประกาศขยะเป็นวาระแห่งชาติ โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะขับเคลื่อนให้เกิดผล

โดยเมื่อพูดถึงดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ไทยอยู่อันดับ 116 ได้ 33 คะแนน ปัญหาพื้นฐานคือเรื่องคอร์รัปชั่น ขยะก็เช่นเดียวกัน กว่าจะมาเคลียร์ก็ใช้เวลานาน นี่คือปัญหาที่ต้องก้าวข้าม ถ้ามีระบบที่ดี บริหารที่ดี เทคโนโลยีเรื่องขยะไม่ต้องพูดถึง เพียงแต่ทำให้มันโปร่งใสและตรวจสอบได้

ดร.วิจารย์กล่าวต่อว่า เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อนำขยะกลับมาเป็นทรัพยากรอีกครั้ง มันต้องเริ่มตั้งแต่การออกแบบให้รีไซเคิลได้

ซึ่งตอนนี้กำลังทำกฎหมาย EPR (Extended Producer Responsibility) ให้ผู้ผลิตผู้จำหน่ายต้องเอาซากบรรจุภัณฑ์กลับไปเป็นวัตถุดิบอีกครั้ง โดยยึดหลักการ Polluter Pays Principle ที่ผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้จ่ายด้วยในส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ที่จะนำมาใช้

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา
ดร.วิจารย์ สิมาฉายา

สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในฐานะที่ปรึกษาได้ลงสำรวจพื้นที่เก็บรวบรวมข้อมูลรูปแบบการบริหารจัดการขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการวางแผนพัฒนาการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับนโยบายไม่เทรวม

ผลการศึกษาพบว่าขยะมูลฝอยที่พบมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ขยะอาหาร กระดาษเลอะหรือเปื้อน พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง พลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้ และแก้ว เมื่อแยกประเภทพบว่า ขยะทั่วไป 41% ขยะเศษอาหาร 35% ขยะรีไซเคิล 21% และขยะอันตราย 3%

ดร.วิจารย์ระบุว่า การจัดการขยะของคอนโดฯให้มีประสิทธิภาพนอกจากแนวทางการพัฒนาระบบที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละแห่งแล้ว อีกหนึ่งกลไกสำคัญคือ “การสื่อสารประชาสัมพันธ์” เพื่อให้ลูกบ้านและผู้พักอาศัยได้รับรู้ถึงแนวทางการพัฒนาระบบและสร้างความรู้ความเข้าใจการคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง รวมถึงสร้างจิตสำนึกและส่งเสริมความร่วมมือ

โครงการได้จัดทำแนวทางการพัฒนาระบบการจัดการขยะครัวเรือนในคอนโดฯกรุงเทพมหานครอย่างเป็นระบบควบคู่กับการสร้างความรู้ความเข้าใจผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะที่ต้นทาง เพิ่มปริมาณวัสดุกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ลดปริมาณขยะที่ต้องส่งกำจัดปลายทาง และสร้างสิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน

โครงการนี้ได้คัดเลือกคอนโดมิเนียมในพื้นที่เขตคลองเตยและเขตวัฒนา จำนวน 10 แห่ง มาสร้างโมเดลต้นแบบการจัดการขยะที่หลากหลายและยืดหยุ่น ให้คอนโดมิเนียมอื่น ๆ ทั่วกรุงเทพฯ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ง่าย ทำให้สามารถขยายผลให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขต

และเป็นมาตรฐานที่สามารถขยายต่อไปยังพื้นที่อื่น ๆ รวมถึงภูมิภาคอาเซียน เพื่อร่วมกันฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม สร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน และคืนสมดุลให้โลกอย่างยั่งยืน​​​​​​​​​​​​​​​​