เตือนวิกฤต PM 2.5 ปีนี้ลากยาวถึง พ.ค. หวั่นผู้ป่วยพุ่งสะสม
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เตือนสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 หลังพบค่าฝุ่นพุ่งสูงต่อเนื่องในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา คาดการณ์ปีนี้วิกฤตฝุ่นจะลากยาวกว่าปีก่อนถึง 3 เดือน เนื่องจากสภาวะฝนทิ้งช่วงที่อาจล่าช้าไปจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม
รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า PM 2.5 ไม่ได้ทำร้ายแค่ปอด แต่สามารถแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือด ก่อให้เกิดการอักเสบในอวัยวะสำคัญคือ 1.ปอด จะมีอาการอักเสบและระคายเคืองรุนแรง 2.หัวใจ เสี่ยงต่ออาการกำเริบเฉียบพลันในกลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจ 3.
สมอง กระตุ้นการอักเสบของเส้นเลือดในสมอง ส่งผลเสียต่อผู้ป่วยที่มีภาวะทางสมอง
ทั้งนี้ จากการประเมินสถานการณ์ฝุ่นในปีนี้คาดว่าจะยืดเยื้อไปจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม (ซึ่งนานกว่าปีที่ผ่านมาที่ฝนมาเร็วช่วงเมษายน) คณะแพทยศาสตร์จึงได้เตรียมความพร้อมทั้งห้องฉุกเฉิน (ER) และแผนกผู้ป่วยนอก (OPD) เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยที่จะสะสมเพิ่มมากขึ้นตลอดช่วงวิกฤตหมอกควันนี้
รศ.นพ.นเรนทร์ กล่าวว่า 3 สิ่งสำคัญในการป้องกันตัวจากภัยฝุ่นคือ 1.สวมหน้ากากกันฝุ่น ใช้หน้ากากที่ป้องกัน PM 2.5 ได้จริงเมื่อต้องออกนอกอาคาร 2.งดกิจกรรมกลางแจ้ง หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหรือทำงานหนักในที่โล่งแจ้งหากค่าฝุ่นสูง 3.พื้นที่ปลอดภัย โดยอยู่ในบ้านหรืออาคารที่มีระบบกรองอากาศที่เหมาะสม
