Skip to content

รับสร้างบ้าน เตือนรับแรงระแทกสงครามอาหรับลุกลาม ต้นทุนพุ่ง หวั่นวิกฤตถึงขั้นปิดตัว

16 มี.ค. 2569 | 18:18น.
รับสร้างบ้าน เตือนรับแรงระแทกสงครามอาหรับลุกลาม ต้นทุนพุ่ง หวั่นวิกฤตถึงขั้นปิดตัว

สมาคมไทยรับสร้างบ้าน เตือน หลังแรงกระแทกความขัดแย้งตะวันออกกลางลุกลามเร็วกว่าที่คาด เผยต้นทุนวัสดุก่อสร้าง-ค่าขนส่งพุ่ง ห่วงโซ่อุปทานชะงัก หวั่นสถานการณ์ไม่คลี่คลายอาจวิกฤตถึงขั้นปิดตัว

นายนิรัญ โพธิ์ศรี นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน (THBA) เปิดเผยว่า ภาคธุรกิจรับสร้างบ้านกำลังเผชิญกับภาวะ ช็อก จากผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงคือ ต้นทุนการผลิตวัสดุก่อสร้างที่พุ่งสูงขึ้น มีสาเหตุสำคัญ 2 ประการ คือ 1.การขาดแคลนวัตถุดิบ (Raw Material Shortage) ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างหลายรายเริ่มอ้างถึงข้อจำกัดในการนำเข้าวัตถุดิบต้นน้ำจากต่างประเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบจากเส้นทางการขนส่งในพื้นที่ขัดแย้ง

และต้นทุนค่าขนส่งในประเทศที่ปรับขึ้นจากผลของปริมาณน้ำมันที่มีจำกัดซึ่งไม่เพียงพอต่อการขนส่ง รวมถึงการฉวยโอกาสของผู้ประกอบการค้าน้ำมัน และ 2.ค่าขนส่งโลจิสติกส์พุ่ง (Logistics Surge) ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์ความไม่มั่นคงในตะวันออกกลาง ทำให้ต้นทุนแฝงในการขนส่งวัสดุจากโรงงานสู่หน้างานก่อสร้างขยับตัวขึ้นอย่างรุนแรง

“คาดไม่ถึงว่าแรงกระแทกจะมาถึงเร็วขนาดนี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่มันกำลังแทรกซึมเข้ามาอยู่ในทุกอิฐ หิน ปูน ทราย ที่เรากำลังใช้ก่อสร้าง” นายกสมาคมฯ ระบุ

หวั่นโดมิโนพ่นพิษ กระทบทั้งวงการ

นายกสมาคมฯ กล่าวว่า หากความขัดแย้งครั้งนี้ลากยาวเกินกว่าที่ประเมินไว้ จะเกิดปรากฏการณ์โดมิโนในอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรับสร้างบ้านที่แบกรับต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) สูง หรือกลุ่มที่ทำสัญญาจ้างเหมาในราคาเดิมไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการรายเล็ก อาจประสบปัญหาขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง เนื่องจากไม่มีอำนาจต่อรองราคาวัสดุกับซัพพลายเออร์ สำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่แม้จะมีสั่งซื้อวัสดุไว้ล่วงหน้า แต่หากราคาวัสดุใหม่พุ่งสูงขึ้นไม่หยุด จะส่งผลต่อกำไรสุทธิและแผนการขยายตัวในอนาคต

อย่างไรก็ตามเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดในสภาวะวิกฤต สมาคมไทยรับสร้างบ้านจึงขอเน้นย้ำให้สมาชิกและผู้ประกอบการทั่วไป อันได้แก่

1.บริหารจัดการสั่งซื้อวัสดุล่วงหน้า ที่จำเป็นสำหรับการก่อสร้างในระยะ 1-3 เดือนข้างหน้า

2.ทบทวนสัญญาจ้าง ให้มีความยืดหยุ่นต่อความผันผวนของราคาวัสดุ (Escalation Clause)

3.สื่อสารกับลูกค้าอย่างตรงไปตรงมา ถึงความจำเป็นในการปรับแผนหรือราคาตามสถานการณ์โลก

“หากสถานการณ์ยังไม่มีทีท่าจะยุติ และรัฐบาลไม่มีมาตรการเข้ามาช่วยพยุงราคาพลังงานหรือบริหารจัดการต้นทุนวัสดุก่อสร้าง คาดว่าอาจเห็นภาพผู้ประกอบการทยอยปิดตัวลง ซึ่งจะส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในระยะยาว” นายกสมาคมฯ กล่าวทิ้งท้าย