พิษน้ำมันแพงลาม “เจ้าของรถบรรทุก” ประกาศแบนปั๊มยักษ์ใหญ่ หลังแบกต้นทุนเพิ่มเที่ยวละ 5,000 บาท แฉปมปิดหัวจ่ายหนีราคาใหม่ช่วงข้ามคืน พร้อมโต้กลับวลีรัฐบาล “รวยไม่ไหว” ชี้ผู้ประกอบการจำใจขายทรัพย์สินแบกภาระจนหลังพิงฝา รุกหันซบปั๊มรายย่อยพยุงรายเล็กสู้ศึกพลังงาน
ข่าวสดรายงาน จากกรณี ผู้ใช้Facebook รายหนึ่ง โพสต์รูปภาพบัตรฟลีตการ์ดของปั๊มน้ำมัน พร้อมระบุข้อความว่า “ให้พนักงานขับรถบริษัทผมทุกท่าน งดเติมน้ำมัน PT งดใช้บริการใดๆของ PT และให้นำบัตรฟีดการ์ด PT ที่เหลือมาคืน ดูรายการสรยุทธเมื่อวานรับไม่ได้ครับ” #รวยไม่ไหวแล้ว รวยแต่พวกXXX #งดเติมน้ำมันPT
ต่อมาวันที่ 31 มี.ค. 2569 คุณบ๊อบ อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง ในจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่า จากกรณีที่คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ไปให้สัมภาษณ์ในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ของคุณสรยุทธ ทำให้ตนเองรู้สึกน้อยใจ ว่าทำไมหลายครั้งบางคำพูดฟังดูเหมือนโทษว่าประชาชนเป็นคนผิด ประกอบกับเมื่อคืนหลังทราบว่าน้ำมันจะขึ้น ก็ให้ลูกน้องไปหาเติมปรากฎปั๊มปิดหมด
ตนจึงให้ลูกน้องเอาบัตรฟลีตการ์ดมาคืน และหลังจากนี้จะให้ลูกน้องไปเติมปั๊มเล็ก ซึ่งเป็นปั๊มไม่มีแบรนด์ ถึงแม้จะมีราคาน้ำมันแพงกว่าลิตรละ 1 บาทก็ตาม ให้ลูกน้องเติมเงินสดกับปั๊มน้ำมันไม่มีแบรนด์ ที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐตอนที่น้ำมันขึ้น เพราะตนรู้สึกสงสารปั๊มเล็กที่ต้องแบก บางปั๊มก็ต้องปิดปั๊ม และปั๊มที่เปิด ก็เหมือนถูกต่อว่าว่าขายแพง ตอนนี้เลยขอไม่สนับสนุนปั๊มใหญ่ โดยตนมีรถบรรทุก 15 คัน แต่ตอนนี้วิ่งอยู่ประมาณ 7 คัน
ตนยอมรับว่ากรณีที่ คุณพิพัฒน์ ให้สัมภาษณ์ในหลายๆ ครั้ง ตนเองรู้สึกไม่โอเค เรื่องช่วงเวลาจะขึ้นราคาน้ำมัน ทำไมต้องขึ้นช่วงเวลากลางคืน ทำให้รถเติมน้ำมันไม่ทัน อย่างเมื่อคืนพอทราบข่าวว่าน้ำมันจะปรับขึ้นราคา ก็ให้ลูกน้องไปเติมน้ำมันที่ปั๊มค่ายดังที่ตนเป็นสมาชิก ซึ่งก็ช่วงเวลาประมาณสามทุ่มถึงสี่ทุ่ม แต่พอไปถึงที่ปั๊มน้ำมัน กลับปิดแล้ว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าปั๊มปิดเวลานี้หรืออย่างไร
ตอนนี้ตนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จากปกติช่วงก่อนเกิดวิกฤต รถของตนเองใช้ถังขนาด 400 ลิตร จะเติมน้ำมันอยู่อยู่ที่ประมาณ 12,000 บาท แต่ปัจจุบันต้องเติมอยู่ที่ประมาณ 16,000 ถึง 17,000 บาท เท่ากับมีค่าใช้จ่ายต้นทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 4000 ถึง 5000 บาท
ส่วนวลีของนายกฯ ที่บอกว่ารวยไม่ไหวแล้ว ก็ต้องบอกว่าตอนนี้รวยมาก เพราะต้องขายทุกอย่าง เพื่อจะมาแบกภาระ รวยไม่ไหวแล้ว
ทั้งนี้ ส่วนตัวยอมรับว่าหลังจากที่โพสต์ไปก็รู้สึกกังวลเพราะตนเองไม่เคยโพสต์ลักษณะแบบนี้ และไม่ได้คิดว่าจะถูกแชร์ไปเยอะขนาดนี้ และตนมองว่าแบรนด์ใหญ่รวยแล้ว เขารวยพอแล้วมั้ง
