สเตราส์ เซลนิก (Strauss Zelnick) คือชายผู้กุมชะตา “Grand Theft Auto” หรือ GTA เกมที่ขึ้นชื่อเรื่องความดิบเถื่อนและอบายมุขทั้งมวลที่ทำเงินได้มหาศาล แต่ตัวจริงเขาตรงข้ามกับโลกในเกมอย่างสิ้นเชิง
ในวัย 68 ปี เซลนิกใช้ชีวิตระเบียบจัด เหล้าไม่ดื่ม บุหรี่ไม่สูบ อาวุธไม่สะสม และรักการออกกำลังกายเข้าเส้น จนบางวันต้องเข้ายิมถึง 2 รอบ
ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ เขาแทบไม่เคยจับจอยเกมเพื่อเล่นเองเลย โดยให้เหตุผลว่า การเป็นซีอีโอที่มีประสิทธิภาพไม่จำเป็นต้องสวมบทบาทเป็นผู้เล่นตัวยง แต่สิ่งสำคัญคือการมองภาพรวมให้ขาด ซึ่งเขาเลือกที่จะนั่งดูผู้อื่นเล่นเพื่อวิเคราะห์ตัวผลิตภัณฑ์แทน
ในฐานะกุนซือของ Take-Two Interactive ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตการทำงาน กำลังจะมาถึง คือเพราะเป็นวันเปิดตัว GTA VI ที่ทิ้งช่วงห่างจากภาคก่อนหน้าถึง 13 ปี และจะมาในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2026
ก่อนหน้าเคยมีกระแสข่าวว่า ทุนสร้างของภาคดังกล่าว อาจพุ่งสูงถึง 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือราว …. บาท) มากกว่าทุนสร้างภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของฮอลลีวูดหลายเท่าตัวเสียอีก
แม้ภาคที่แล้วจะทำสถิติกวาดรายได้พันล้านดอลลาร์ได้ภายใน 3 วัน แต่ปัจจุบันบริบทโลกเปลี่ยนไป ทั้งค่าครองชีพที่สูงขึ้นและสงครามราคาสินค้าไอที ทำให้สเตราส์มีโจทย์ใหญ่ ว่าภาคใหม่นี้จะยังคงสร้างปรากฏการณ์ได้เหมือนเดิมหรือไม่
นอกจากเรื่องตัวเลข สเตราส์ยังเดินหน้าผลักดันพนักงานกว่าหมื่นคนให้ใช้เครื่องมือ AI อย่างเต็มตัว
เขามองว่า AI คือกุญแจที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงานสร้างสรรค์ แม้จะสวนทางกับความกังวลของเหล่านักเล่นเกมและคนในอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ที่มองว่า AI อาจทำลายเสน่ห์ของงานศิลปะ
แต่สำหรับสเตราส์กลับเชื่อว่าเทคโนโลยีจะช่วยให้ทีมงานก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ไปสู่สิ่งที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
กุนซือผู้นี้มีกฏเหล็กประจำใจ คือการเลี่ยงวัฒนธรรม “ปั่นงานหามรุ่งหามค่ำ” เขาเปรียบเทียบว่า เหมือนการทำการบ้านสมัยเรียน ถ้าเราจัดการเวลาได้ดีและสม่ำเสมอ ก็ไม่จำเป็นต้องอดนอนเพื่อเร่งงานในช่วงสุดท้าย
เส้นทางนักธุรกิจของสเตราส์เริ่มต้นจากการเป็นเด็กหนุ่มที่ดิ้นรนทำสารพัดอาชีพตั้งแต่รับจ้างเลี้ยงเด็กไปจนถึงตัวตลกในงานวันเกิด
ทั้งนี้ ก่อนจะก้าวเข้าสู่ Take-Two เขาเคยผ่านงานระดับบริหารในบริษัทชั้นนำอย่าง BMG Entertainment, Crystal Dynamics และ Twentieth Century Fox มาก่อน
ซึ่งภายใต้การนำของเขา Take-Two เติบโตจนมีมูลค่าบริษัทเกือบ 40,000 ล้านดอลลาร์
นอกเหนือจากบทบาทในอุตสาหกรรมเกมแล้ว สเตราส์ยังบริหาร ZMC ซึ่งเป็นบริษัทไพรเวทอิควิตี้ (Private Equity) ของเขาเองด้วย
และแม้ว่าในปัจจุบันเหล่าผู้บริหารระดับสูงในแวดวงเทคโนโลยีจะเริ่มหันมาให้ความสนใจกับการบำบัดเพื่อชะลอวัยกันมากขึ้น แต่เขายังคงยืนยันจะระมัดระวังต่อกระแสสุขภาพที่ยังไม่มีการพิสูจน์แน่ชัด
“ผมให้ความสนใจกับเรื่องนี้มากนะ เพราะมันน่าสนใจดี แต่ผมแพ้ทางพวกวิทยาศาสตร์แบบอุปโลกน์ (Bro science)” เขากล่าว
“ผมรับไม่ได้จริงๆ กับการเอาอะไรก็ตามใส่เข้าไปในร่างกาย โดยที่สิ่งนั้นยังไม่ผ่านการทดสอบแบบ Double-blind tested หรือ ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าปลอดภัยและมีประสิทธิภาพจริง และยังไม่ได้รับการรับรองจาก FDA (องค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ)”
แม้ว่า Take-Two จะประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามจากแฟรนไชส์เกมต่างๆ เช่น Red Dead Redemption, NBA 2K และ Borderlands แต่สเตราส์กล่าวว่าบริษัทไม่สามารถยอมปล่อยให้ตัวเองชะล่าใจได้เลย
เขาทิ้งท้ายว่า “ความหยิ่งผยอง คือศัตรูตัวฉกาจของความสำเร็จ”