นักวิชาการ ชี้รถยนต์สันดาปไฟไหม้บ่อยกว่า รถ EV ถึง 60 เท่า กางอินไซต์ทำไมถึงดับยาก
ดร.สนธิ คชวัฒน์ เปิดสถิติทั่วโลกพบรถยนต์สันดาปดีเซลมีอัตราเกิดไฟไหม้สูงกว่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) 20-60 เท่า ชี้ปมท่อน้ำมันรั่ว-ชนแล้วหยดใส่ท่อไอเสียติดไฟง่าย ทว่าย้ำชัดบทเรียนราคาสูงหากแบตเตอรี่ EV ไหม้ คุมยากกว่าหลายเท่าตัวจากเอฟเฟ็กต์ “ความร้อนสะสมเกินควบคุม” ผลิตออกซิเจนเลี้ยงไฟเองได้ เตือนสติชนหนัก-จอดตากแดดจัด-ลุยน้ำเค็ม เสี่ยงแลกตั๋วปฏิกิริยาลูกโซ่ปะทุซ้ำ 48 ชั่วโมง
ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ โพสต์ข้อความเรื่องการเกิดไฟไหม้รถ โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า ที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยในเวลานี้ว่า จากสถิติพบว่า รถยนต์ดีเซลมีโอกาสเกิดไฟไหม้มากกว่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV)อย่างเห็นได้ชัด
จากสถิติทั่วโลก พบว่า รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) มีอัตราการเกิดไฟไหม้สูงกว่ารถยนต์ไฟฟ้าประมาณ 20 ถึง 60 เท่า แต่เมื่อรถยนต์ไฟฟ้าเกิดไฟไหม้ขึ้นมา มักจะมีความรุนแรงกว่ามากและควบคุมเพลิงได้ยากกว่า
สาเหตุที่รถยนต์ดีเซลจึงเกิดไฟไหม้ เกิดจาก สาเหตุต่อไปนี้
1.เชื้อเพลิงติดไฟง่ายเมื่อท่อส่งน้ำมันแรงดันสูงเสื่อมสภาพ เครื่องยนต์ดีเซลทำงานด้วยระบบอัดแรงดันน้ำมันเชื้อเพลิงสูงมาก หากเกิดท่อยางหรือข้อต่อแตกหักหรือหลวม น้ำมันจะรั่วออกมาเป็นฝอยและติดไฟได้ทันทีเมื่อสัมผัสกับความร้อนของเครื่องยนต์
2.ปั๊มเชื้อเพลิงรั่ว หากซีลปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงเสื่อมสภาพ ทำให้น้ำมันหยดลงบนท่อไอเสียโดยตรง
3.สาเหตุหลักที่รถเครื่องยนต์ดีเซลเกิดไฟไหม้เมื่อถูกชน เกิดจากน้ำมันเชื้อเพลิงรั่วซึมไปสัมผัสกับชิ้นส่วนที่มีอุณหภูมิสูงจัด เช่น ท่อไอเสีย ร่วมกับการเกิดประกายไฟจากการเสียดสีของตัวถังโดยน้ำมันดีเซลสามารถติดไฟได้เองเมื่อเจอกับความร้อนสูง
4.เมื่อรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลเกิดไฟไหม้ ให้ใช้ถังดับเพลิงประเภท ผงเคมีแห้ง (Dry Chemical), ก๊าซคาร์บอนได ออกไซด์ (CO2) หรือ โฟมดับเพลิง ในการระงับเหตุเบื้องต้น ห้ามใช้น้ำฉีดเด็ดขาดเพราะน้ำมันดีเซลลอยน้ำและจะทำให้ไฟลุกลาม

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าเกิดไฟไหม้ มีสาเหตุต่อไปนี้ คือ 1.เกิดจากภาวะความร้อนสูงเกินควบคุม (Thermal Runaway) หากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแรงดันสูงได้รับความเสียหายอย่างหนักโดยถูกเจาะ หรือทำงานผิดปกติอาจทำให้เกิดการลัดวงจรและปฏิกิริยาลูกโซ่ทางเคมีที่เรียกว่า “Thermal Runaway” หรือสภาวะความร้อนสะสมจนควบคุมไม่ได้ เกิดการกระแทกอย่างรุนแรง เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุชนจนเกราะป้องกันแบตเตอรี่ทะลุ แรงกระแทกจะทำให้แผ่นกั้นภายในเซลล์เสียหาย ส่งผลให้เกิดการลัดวงจรภายในโดยตรง และปล่อยพลังงานออกมาเป็นความร้อนมหาศาลทันที
นอกจากนี้การจอดรถทิ้งไว้ในพื้น ที่อุณหภูมิสูงจัดติดต่อกันเป็นเวลานานส่งผลให้สารเคมีในแบตเตอรี่สลายตัวเร็วขึ้นรวมถึง การขับผ่านพื้นที่น้ำท่วมโดยเฉพาะน้ำเค็มอาจกัดกร่อนระบบไฟฟ้าและทำให้เกิดการลัดวงจรภาย นอกจนนำไปสู่ประกายไฟ และเมื่อเกิดไฟไหม้ จะดับไฟได้ยาก เพราะ แบตเตอรี่รถยนต์ไฟ ฟ้าสามารถผลิตก๊าซออกซิเจนได้เองในขณะที่เกิดการเผาไหม้ทำให้ไม่ใช้สารดับเพลิงเพื่อตัดก๊าซออกซิเจนเพื่อดับไฟเหมือนเพลิงไหม้ทั่วไปได้ เปลวไฟจะมีความร้อนสูงมากและสามารถปะทุขึ้นมาใหม่ได้อีกหลายชั่วโมงหรือหลายวันหลังจากเกิดเหตุครั้งแรก
การดับไฟแบตเตอรี่ EVอาจต้องใช้น้ำฉีดระบายความร้อนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน (บางกรณีใช้เวลานานหลายชั่วโมงและใช้น้ำหลายหมื่นลิตร) เพื่อลดอุณหภูมิภายในเซลล์แบตเตอรี่ให้ต่ำลงจนหยุดปฏิกิริยาเคมีหรือใช้สารเคมีหรือโฟมพิเศษ เช่น โฟมที่มีสาร F- 500 เพื่อช่วยลดความร้อนและควบคุมปฏิกิริยาเคมีของลิเธียมไอออนได้เร็วขึ้น
หลังจากดับไฟจนสนิทแล้ว ต้องจอดรถทิ้งไว้ในพื้นที่โล่งและกั้นอาณาเขตห้ามเข้าใกล้เป็นเวลาอย่างน้อย 24- 48 ชั่วโมง เนื่องจากแบตเตอรี่รถ EV ที่เสียหายสามารถเกิดปฏิกิริยาความร้อนและกลับมาปะทุไฟไหม้ซ้ำเองได้อีก
อย่างไรก็ตาม รถยนต์ไฟฟ้าจะมีการออกแบบเพื่อความปลอดภัย โดยรถยนต์ไฟฟ้าจะมีโครงสร้างที่เสริมความแข็งแกร่งและมีระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) ขั้นสูงเพื่อป้องกันความเสียหายเหล่านี้ เช่นระบบตัดไฟ ระบบควบคุมอุณหภูมิ เป็นต้น