“ซัมซุง” ปรับกลยุทธ์สู้ยิบตา ดึงดาต้าลุยศึกสมาร์ทโฟน
ปีที่ผ่านมาถือว่าตลาดสมาร์ทโฟนในไทยคึกคักอย่างมาก ด้วยสารพัดแบรนด์น้องใหม่ลุยเข้าตลาด ขณะแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากจีนก็เร่งทำตลาดดุเดือด
“ซัมซุง” หนึ่งในแบรนด์แถวหน้าก็สู้ไม่ถอย “วรรณา สวัสดิกูล” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดสมาร์ทโฟนในไทยแข่งขันกันดุเดือดมากขึ้น จากการที่แบรนด์จีนทุ่มงบประมาณการตลาดอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้น ซัมซุงจึงเร่งปรับกลยุทธ์มาร์เก็ตติ้งด้วยการใช้ดาต้าช่วยวางแผน โดยได้แบ่งกลุ่มสินค้าตามพฤติกรรม ได้แก่ 1.กลุ่มเครื่องราคาระดับต่ำ 1 หมื่นบาท 2.กลุ่มราคา 1 หมื่นถึง 2 หมื่น และ 3.กลุ่ม 2 หมื่นขึ้นไป พร้อมจัดกลุ่มสินค้ารุกแต่ละตลาด ได้แก่ 1.ซีรีส์ เอ สำหรับลูกค้ากลุ่มต่ำหมื่น ไม่คิดเยอะในการเลือกซื้อ เน้นใช้เอ็นเตอร์เทน 2.ซีรีส์ เจ กลุ่มที่มีกำลังซื้อ แต่ชอบความคุ้มค่า 3.ซีรีส์ เอส และ 4.ซีรีส์โน้ต ที่เป็นกลุ่มมีกำลังซื้อ เลือกสินค้าที่ชอบไม่สนใจราคา
“สงครามราคาสมาร์ทโฟน เรามองว่ามันเป็นการตลาดแบบยุคเก่า การทำราคาแข่งไม่ใช่เป้าหมายเรา เพราะซัมซุงมี value มากกว่านั้น แต่เราไม่ยอมที่อยู่เฉย ภายในสิ้นปีจะพยายามแอ็กทีฟให้ครบทุกเซ็กเมนต์ ไม่มองทุกตลาดเป็นตลาดเดียว และในเชิงกลยุทธ์ต้องเลือกเล่นตลาดไหน และจะชนะด้วยตลาดไหน เพราะไม่มีใครชนะทุกตลาด ใครจะมาก็ตามเราสู้ยิบตา”
ล่าสุดเพิ่งเปิดตัว “Samsung Galaxy Note 9” ซึ่งเป็นไฮไลต์ในปีนี้ หลังจากเพิ่งเปิดตัว Galaxy J8 ที่ดึงเกิร์ลกรุ๊ปสุดฮิตอย่าง BNK48 มาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ พ่วงด้วยการสร้างคอนเทนต์เอ็กคลูซีฟร่วมกันแต่ Galaxy Note 9 ไม่ได้ใช้พรีเซ็นเตอร์ ที่ผ่านมาตระกูล Note เคยมีแค่ตอนเปิดตัว Note 2 ที่ใช้ “โน้ส อุดม แต้พานิช” มาช่วยสร้างการรับรู้ ขณะที่รุ่นอื่นๆ มักมีพรีเซ็นเตอร์มาตลอด
“Galaxy Note โดดเด่นด้วยตัวเองอยู่แล้ว ใช้งบฯการตลาดมากกว่าทุกรุ่น และการตลาดจะหวือหวาขึ้นแอ็กทีฟขึ้น ใช้กลยุทธ์คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง และใช้ key opinion leader แทนพรีเซ็นเตอร์ เพื่อจะเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ Young Achievers ที่ใช้ชีวิตและทำงานรวมกัน และมองหาความสำเร็จ ซึ่งมีช่วงอายุ 28-35 ปี จากเดิมที่อายุผู้ใช้โน้ตจะอยู่ที่ 35 ปีขึ้นไป อีกทั้งจะแยกย่อยลงเป็น 8-9 เซ็กเมนต์ให้ลึกขึ้น เช่น กลุ่มที่เปลี่ยนทุกครั้งที่โน้ตออกใหม่, กลุ่มพรีเมี่ยมสมาร์ทโฟน, กลุ่มที่เคยใช้โน้ต เป็นต้น โดยจะทำการตลาดเต็มที่ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งตลาดโน้ตในประเทศไทยถือว่าใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของภูมิภาค ดังนั้นต้อง win”
สำหรับกลุ่มแฟลกชิปตลาดบนตอนนี้ยังมองว่าเติบโตได้ มีกำลังซื้อทั้งต้องการเป็นกลุ่มแรกที่ได้ใช้เทคโนโลยีใหม่ ทำให้เปลี่ยนเครื่องเร็วกว่าค่าเฉลี่ยที่อยู่ 24 – 36 เดือน แต่ยังมีสัดส่วนตลาดไม่เกิน 20%
“วิชัย พรพระตั้ง” รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที ไทยซัมซุง กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศกลุ่มแรกที่เปิดตัว Note 9 ด้วยมีแฟนคลับหลายแสนคน และผลสำรวจพบว่ากว่า 85% พร้อมที่จะแนะนำให้คนอื่นมาใช้งาน 83% พบว่าเมื่อหันมาใช้งานโน้ต แล้วทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และ 76% ให้ความสนใจที่จะเปลี่ยนมาใช้รุ่นใหม่ที่มีความสามารถมากกว่าเดิม
“ปัจจุบันสมาร์ทโฟนไม่ใช่แค่โซเชียล การแข่งขันจึงอยู่ที่เทคโนโลยี โดยเฉพาะเพย์เมนต์ที่จะกลายเป็นพื้นฐาน รวมทั้งระบบซีเคียวริตี้ที่ต้องมี ฉะนั้นต้องมีนวัตกรรมเสริมส่วนนี้”