เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าครองชีพให้แล้วเอาคืนได้ไหม
Columns ค่าครองชีพให้แล้วเอาคืนได้ไหม
รัฐบาลย้ำมีเสถียรภาพ สั่งทุกกระทรวงไม่แยกทำงาน กำชับทีมดีลการค้าอย่าเสียเปรียบ 
Politics รัฐบาลย้ำมีเสถียรภาพ สั่งทุกกระทรวงไม่แยกทำงาน กำชับทีมดีลการค้าอย่าเสียเปรียบ 
นายกฯ ถก มิตซูบิชิ จ่อลงทุนเพิ่ม 1.6 หมื่นล้าน ศึกษาตั้งฐานผลิตรถไฟฟ้าในไทย
Politics นายกฯ ถก มิตซูบิชิ จ่อลงทุนเพิ่ม 1.6 หมื่นล้าน ศึกษาตั้งฐานผลิตรถไฟฟ้าในไทย
ส.อ.ท. จับตาภาษีสหรัฐฯ มาตรา 301 ประสานพาณิชย์ประเมินผลกระทบรายสินค้า หนุนเจรจา ART รักษาขีดแข่งขันส่งออกไทย
Economic ส.อ.ท. จับตาภาษีสหรัฐฯ มาตรา 301 ประสานพาณิชย์ประเมินผลกระทบรายสินค้า หนุนเจรจา ART รักษาขีดแข่งขันส่งออกไทย
‘ศุภจี’ ย้ำดีลสหรัฐไม่แลกผลประโยชน์ชาติ รับภาษี 301 ไทย 12.5% เร่งปิด ART-อุ้มผู้ส่งออก
Economic ‘ศุภจี’ ย้ำดีลสหรัฐไม่แลกผลประโยชน์ชาติ รับภาษี 301 ไทย 12.5% เร่งปิด ART-อุ้มผู้ส่งออก
ราคาทองวันนี้ (24 ก.ค. 69) ร่วงลง 1,000 บาท ทองรูปพรรณ 65,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ก.ค. 69) ร่วงลง 1,000 บาท ทองรูปพรรณ 65,300 บาท
Honda Civic e:HEV เร้าใจ ด้วย S+ Shift
Automotive Honda Civic e:HEV เร้าใจ ด้วย S+ Shift
ชง กทม. เดินหน้าเพิ่ม ‘อัตราภาษีที่ดิน’ แก้ปมแลนด์ลอร์ดปลูกกล้วย
Real Estate ชง กทม. เดินหน้าเพิ่ม ‘อัตราภาษีที่ดิน’ แก้ปมแลนด์ลอร์ดปลูกกล้วย
ส่งออก มิ.ย. โต 20.8% สูงสุดรอบ 24 เดือน ‘อิเล็กทรอนิกส์’ นำทัพ ลุ้นครึ่งปีหลังฝ่าภาษีสหรัฐ
Economic ส่งออก มิ.ย. โต 20.8% สูงสุดรอบ 24 เดือน ‘อิเล็กทรอนิกส์’ นำทัพ ลุ้นครึ่งปีหลังฝ่าภาษีสหรัฐ
กล้องคอมแพ็กต์คืนชีพ
Columns กล้องคอมแพ็กต์คืนชีพ
ดูทั้งหมด

ขุนคลังชี้คล้ายวิกฤตต้มยำกุ้ง ศก.อินโดฯทรุดฉุดส่งออกไทย

08 ก.ย. 2561 | 21:38น.

ขุนคลังชี้วิกฤตค่าเงินตลาดเกิดใหม่ จุดเริ่มต้นคล้ายวิกฤต “ต้มยำกุ้ง”มีสิทธิ์ลามขยายวงฉุดเศรษฐกิจไปทั่วโลก ชี้สถานะการเงินไทยแข็งแกร่งเชื่อกระทบไม่มาก ดร.อมรเทพชี้หากอินโดนีเซียทรุด กระทบส่งออกไทยเต็ม ๆ โดยเฉพาะกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงสถานการณ์วิกฤตค่าเงินในประเทศตลาดเกิดใหม่ขณะนี้ว่า ประเทศไทยฐานะการคลังและฐานะเงินทุนต่างประเทศยังเข้มแข็งมาก ขณะที่ตลาดเกิดใหม่ หลาย ๆ ประเทศค่าเงินอ่อนลง แต่ไทยกลับทรงตัวหรือแข็งค่าขึ้นด้วยบางครั้ง เพราะฉะนั้น ผลกระทบโดยตรงไม่น่าจะมี แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นในตลาดโลกเป็นสิ่งซึ่งมีโอกาสที่จะทำให้เศรษฐกิจโลกไม่ดี ซึ่งเริ่มต้นคล้าย ๆ วิกฤต “ต้มยำกุ้ง” ของไทย ณ วันนั้น ที่ทั่วโลกมองว่าเป็นประเทศเล็ก ๆ แต่หลังจากนั้นขยายวงกว้างไปทั่วโลก ซึ่งประเทศที่มีฐานการเงินที่ดี ณ ตอนนั้นก็ไม่กระทบ แต่ประเทศซึ่งมีฐานะไม่ดีก็มีการกระทบค่อนข้างมาก และก็กลายเป็นวงจรไปทั่วโลก

“เราเองก็คงไม่ถูกผลกระทบมาก ด้วยฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ซึ่งจริง ๆ เราเตรียมการไว้พอสมควรอย่างเงินกู้ต่างประเทศที่ค่อนข้างต่ำอยู่ที่ 4% เท่านั้น ประกอบกับยังมีเงินทุนไหลเข้าด้วย”

อินโดฯทรุด-ฉุดส่งออกไทย

ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากภาวะวิกฤตค่าเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่ สัญญาณที่น่าสนใจ คือ วิกฤตดังกล่าวเริ่มลามมาใกล้ไทย อย่างอินโดนีเซีย ทำให้นักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นกลัวสถานการณ์รุนแรงขึ้น จึงเทขายทั้งกระดานในตลาดเกิดใหม่ ขณะที่ไทยได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะอยู่ในกลุ่ม TIP (ไทย-อินโดนีเซีย-ฟิลิปปินส์) ดังนั้นถ้าผลกระทบมากขึ้น แรงเทขายในตลาดเกิดใหม่ยังมีอยู่

ขณะที่หากอินโดนีเซียขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินไหลออก หรือลดการใช้จ่ายภาครัฐ ก็จะทำให้เศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว การนำเข้าก็จะลดลง ซึ่งจะส่งผลต่อไทยในด้านการส่งออกที่อาจชะลอด้วย เพราะไทยส่งออกไปอินโดนีเซียถึง 4% ส่วนใหญ่เป็นชิ้นส่วนยานยนต์ นอกจากนี้ ภูมิภาคอาเซียนเชื่อมกันหมด เช่น สิงคโปร์มีสัดส่วนการส่งออกไปอินโดนีเซีย 8% ก็จะได้รับผลกระทบ และไทยที่พึ่งพาตลาดสิงคโปร์ก็โดนอีกต่อ

ดร.อมรเทพกล่าวว่า หากสถานการณ์รุนแรงลากเศรษฐกิจในภูมิภาคชะลอตัว ก็จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยในอาเซียนชะลอตัวตามไปด้วย และถ้าเศรษฐกิจโลกชะลอ ตลาดเกิดใหม่คนยังกังวล เงินทุนก็ถูกดึงจากตลาดเกิดใหม่ไปประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะไปสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังอยู่ในกลุ่มเกินดุลบัญชีเดินสะพัด และต่างชาติยังมองไทยต่างจากประเทศอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เงินเลยไหลกลับมา

บาทแข็งส่งออกก็เจ็บ

“อย่างไรก็ตาม เราต้องตั้งคำถามว่าประเทศไทยอยากให้ค่าเงินบาทอ่อนหรือเปล่า เพราะถ้าค่าเงินบาทแข็ง ความสามารถในการส่งออกยิ่งหาย ปัญหาคือถึงแม้เพื่อนบ้านเป็นหวัด ไทยไม่เป็นหวัด แต่ก็อาจจะโชคร้ายเพราะค่าเงินบาทแข็ง ทำให้การส่งออกมีปัญหา” ดร.อเมรเทพกล่าว

ด้านนายนริศ สถาผลเดชา ผู้บริหาร TMB Analytics ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ประเทศไทยไม่ได้ถูกมองเป็นคลาสเดียวกับอินโดนีเซีย ดังนั้น ไทยไม่น่าจะเป็นหวัดรอบนี้ เพราะประเทศไทยไม่ได้ขาดดุลทั้งการคลัง และบัญชีเดินสะพัดไทยเกินดุล 8% สิ่งที่กระทบกับไทยแน่ ๆ คือ ตลาดเกิดใหม่ เช่น อาร์เจนตินา อินโดนีเซีย เริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งอาจเป็นผลให้ ธปท.เริ่มทบทวนการขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ ตามภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ

วิกฤตดังกล่าวอาจจะทำให้ค่าเงินบาทผันผวนได้บ้าง แต่ยังรับมือได้โดยให้กรอบ 32.50-33.00 บาท ถึงเฟดขึ้นดอกเบี้ย โดยเชื่อว่าไทยจะขึ้นตามตอนสิ้นปี และเนื่องจากเงินต่างชาติไหลเข้าไทยสุทธิ เพราะขนาดการท่องเที่ยวใหญ่มากกว่ามูลค่าซื้อขายพันธบัตรหรือหุ้นถึง 3 เท่า ดังนั้นถ้านักท่องเที่ยวจีนยังมา และส่งออกดีอยู่ ค่าเงินบาทจะยังแข็ง

“แต่ถ้าวิกฤตค่าเงินตลาดเกิดใหม่ลามไปประเทศอื่นที่ติดหวัดง่ายอีก ถ้าติดกันหมดก็จะดึงเศรษฐกิจโลกชะลอลง การค้าโลกชะลอ กระทบการส่งออกและท่องเที่ยวไทย เศรษฐกิจไทยที่ปีนี้เห็นที่ 4.8% ก็อาจชะลอตัวในปีหน้า”

เงินไหลเข้าบอนด์ 7.5 หมื่นล้าน

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ผลกระทบเงินไหลออกจากกลุ่มประเทศเกิดใหม่ที่กำลังกระแทกตลาดเป็นปัจจัยลบที่ต้องระวัง ขณะนี้กลุ่มประเทศทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ อาร์เจนตินา, ตุรกี, บราซิล, อินเดีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ ที่กำลังถูกโจมตีค่าเงินหลังจากมีความเสี่ยงด้านฐานะทางการเงินสูง (higher risk zone) เนื่องจากเศรษฐกิจเติบโตแบบชะลอตัว ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดแบบเรื้อรัง มีเงินเฟ้อระดับสูง และเงินทุนสำรองระหว่างประเทศต่ำ ขณะที่หนี้สินต่างประเทศค่อนข้างมาก จึงเป็นเป้าในการถูกโจมตี

สำหรับประเทศไทยถือว่าอยู่ในความเสี่ยงด้านฐานะทางการเงินต่ำ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรกเติบโตสูงสุดในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 4.8% และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ส.ค.เพิ่มขึ้นเพียง 1.6% ซึ่งเป็นเงินเฟ้อที่มาจากราคาพลังงาน ทำให้แบงก์ชาติไม่จำเป็นต้องเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย และที่สำคัญ ไทยมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่สูงติดอันดับ 11 ของโลก ขณะที่สัดส่วนหนี้สินต่างประเทศไม่เกิน 30% และมีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดต่อเนื่อง จากกระแสเงินไหลออกจากกลุ่มประเทศเกิดใหม่ในครึ่งปีหลังกระทบมาถึงประเทศไทยค่อนข้างน้อย และคาดว่าปัจจัยเศรษฐกิจภายในประเทศน่าจะเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนตลาดให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีกว่าปัจจัยต่างประเทศ

“ประเทศอื่นในภูมิภาคกำลังพยายามพาเหรดปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่ไทยมีสถานะเศรษฐกิจแข็งแกร่ง จึงมีเอกภาพในการตัดสินใจ และเงินบาทไทยกำลังถูกมองว่าเป็น safe haven ทำให้ตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค.-4 ก.ย. 61 มีเงินไหลเข้าตราสารหนี้กว่า 7.5 หมื่นล้านบาท” นายประกิตกล่าว

แหล่งข่าว บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ขณะนี้ค่าเงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อยที่ระดับ 2% ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ขณะที่อินโดนีเซียค่าเงินอ่อนค่าไปเกือบ 5.3% และฟิลิปปินส์อ่อนลง 6.7% และค่าเงินอินเดียที่อ่อนค่า 7% โดยค่าเงินในกลุ่ม TIP อ่อนค่าแรงกว่าค่าเงินบาทของไทย

เนื่องจากสถานะการเงินของไทยแข็งแกร่ง โดยปัจจุบันเงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในอันดับต้น ๆ ของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา คือ อยู่ที่ 2.49 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่อินโดนีเซียมีอยู่แค่ 1.3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และมาเลเซียมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่แค่ 1.04 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ฟิลิปปินส์มีอยู่ประมาณ 8.14 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

อีกปัจจัยที่ทำให้เม็ดเงินไม่ได้ไหลออกมาก คือ ดุลบัญชีเดินสะพัดที่เป็นบวกกว่า 10.8% ตั้งแต่ต้นปี เทียบกับในกลุ่ม TIP อย่างฟิลิปปินส์บวกแค่ 0.4% และอินโดนีเซียติดลบ -1.7%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ปัจจัยที่ทั่วโลกจับตาคือ การที่สหรัฐประกาศขึ้นภาษีนำเข้าจากจีนรอบ 3 อีก 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ให้มีผลวันที่ 7 กันยายน ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่า สงครามการค้าโลก จะทำให้จีดีพีโลกหดตัว 0.4% ในปี 2019

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงิน วิกฤตเศรษฐกิจ