เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
News เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
World สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
Biz Movement เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
Biz Movement เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
Politics ‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
Real Estate ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
ดูทั้งหมด

แบงก์กรุงศรี เปิดเกมท้ารบ สมรภูมิใหม่ Data Lending

19 ก.ย. 2561 | 19:36น.

หลังจากช่วงที่ผ่านมาสถาบันการเงินต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้หน้าใหม่อย่างกลุ่ม FinTech ทำให้ต้องลุกขึ้นมาปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการทำธุรกิจของตัวเองกันใหม่อย่างขนานใหญ่ ทั้งการทุ่มลงทุนเทคโนโลยี และปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานจนถึงสร้างโมเดลธุรกิจ พร้อมงัด “ไม้เด็ด” ยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอน-จ่าย-เติมเงินผ่านดิจิทัลออกมาสู้

ถึงวันนี้ดูเหมือนภาวะฝุ่นตลบเริ่มจางลง แบงก์เริ่มเห็นทิศทางโมเดลธุรกิจใหม่ของตัวเองชัดมากขึ้น ส่วนภาพหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป “ฐากร ปิยะพันธ์” ประธานกรรมการกรุงศรี คอนซูมเมอร์ และผู้บริหารสายงานดิจิทัลแบงกิ้งและนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ได้มาฉายภาพเหล่านี้ผ่าน “ประชาชาติธุรกิจ” เมื่อเร็ว ๆ นี้

แบงก์พลิกเกมหนี “ฟินเทค”

“ฐากร” เปิดประเด็นว่า ก่อนหน้านี้หลายคนมองว่า FinTech จะมาแข่งและมีโอกาสชนะธนาคารได้ แต่จริง ๆ แล้วน่าจะเป็นการร่วมมือกันมากกว่า และผ่านมา 3 ปีฟินเทคเองก็เริ่มเปลี่ยนมุมมองเพราะการจะชนะได้ต้องเพิ่มขนาดธุรกิจให้เร็ว

“ฟินเทคมีโซลูชั่นแต่ไม่มี scale ส่วนแบงก์มี scale มีฐานลูกค้า แต่ไม่มีนวัตกรรม ถ้าแบงก์ปรับตัวใช้เทคโนโลยีได้เร็วเท่าไหร่ก็จะเปลี่ยนเกมได้ หน้าตาของแบงก์ในอนาคตคือทุกธุรกรรมอยู่บนมือถือ แต่อาลีบาบาเริ่มจากไม่ใช้แบงก์ แล้วปรับตัวมาเป็นธนาคาร ซึ่งเขาสามารถขโมยสิ่งที่เคยเป็นความภาคภูมิใจของธนาคาร คือ เงินในกระเป๋าไป เราจึงต้องเปลี่ยนเกมกลับ คือเรามีเงินอยู่ในกระเป๋า แต่ยังไม่มีนวัตกรรม เราก็ต้องปรับ”

เริ่มจากการสร้าง “ประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า” เพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจ รัก และอยากอยู่กับแบงก์ โดยใช้เทคโนโลยีและดาต้า เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพื่อเป็น “intelligent banking” มากขึ้น ฉลาดมากขึ้น

“แบงก์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีข้อมูลเยอะมาก แต่ปัจจุบันใช้ข้อมูลน้อยมาก เรายังใช้ไม่ถึง 10% ของดาต้าที่มีอยู่เลย”

4 ธุรกรรม “เกมเปลี่ยน”

ธนาคารจำเป็นต้องสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น สร้างเองไม่ได้ก็ต้องยืมเทคโนโลยีคนอื่นมา หรือร่วมมือกับ FinTech โดยจำเป็นต้อง “ปลดตัวเอง” คือ open banking เสียบปลั้กเชื่อมต่อระบบกับพันธมิตรธุรกิจ สุดท้ายธนาคารจะเป็น “banking as a service” ที่ให้คนอื่นนำข้อมูลไปใช้ได้ หรือทำร่วมกัน

“ฐากร” บอกว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมธนาคาร จะเปลี่ยนไปใน 4 ธุรกรรมอย่างเห็นได้ชัดเหมือนกันทุกประเทศ ได้แก่ การชำระเงิน, ปล่อยสินเชื่อ, โอนเงิน และบริหารความมั่งคั่ง (asset management) ซึ่งการแข่งขันจะมากขึ้นและมีผู้เล่นเข้ามามากขึ้น แต่สุดท้ายแต่ละธุรกรรมจะเหลือคู่แข่งแค่ 1-2 ราย เพราะกำลังซื้อในประเทศไทยไม่ได้มาก เทคโนโลยีที่จะมีบทบาทสำคัญของแบงก์ ก็คือ “บล็อกเชน” และ “เอไอ”

และอีกเทคโนโลยีที่จะมีการนำมาใช้มากขึ้น คือ การใช้รูปพรรณสัณฐานของมนุษย์ในการพิสูจน์ตัวตน ซึ่งขณะนี้ธนาคารกำลังทำ “national digital ID” เพื่อเปิดบัญชีธนาคารผ่านมือถือ น่าจะเริ่มต้นเห็นในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนของการแข่งขันธุรกิจธนาคารอีกรอบ

แบงก์ชนะต้องสู้ด้วย “ดาต้า”

นอกจากนี้ มองว่าเกมที่แบงก์จะชนะต้องมี big data กับ AI และธนาคารจะกลายเป็น “data company” ซึ่งส่วนตัวมองว่าจะสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมธนาคารเพื่อที่จะอยู่รอด และแข่งกับคนอื่นได้ต้องไปแนวทางนี้

ประธานกรรมการกรุงศรี คอนซูมเมอร์ บอกว่า ธนาคารกรุงศรีมีการอิมพลีเมนต์ระบบ big data เก็บทุกพฤติกรรมของลูกค้าที่เข้าสู่ธนาคารทุกช่องทาง เช่น การเข้าใช้เฟซบุ๊ก การใช้โมบายแบงกิ้ง การเข้าเว็บไซต์ การโทร.หาคอลเซ็นเตอร์ เป็นต้น พบว่าทุก ๆ 6 เดือนข้อมูลจะเพิ่มอีก 2 เท่า

ขณะเดียวกัน ก็เชื่อมข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต/เดบิต โมบายแบงกิ้งของลูกค้า กับสถานที่ พลอตขึ้นแผนที่ให้เห็นว่าพฤติกรรมการใช้จ่ายของลูกค้าแต่ละวัน แต่ละช่วงเวลา แต่ละสถานเชื่อมโยงกันอย่างไร ทำให้ต่อไปธนาคารจะสามารถทำแคมเปญกับพันธมิตรร้านค้าต่าง ๆ ส่งโปรโมชั่นถึงลูกค้าแบบเฉพาะบุคคลได้

“เช่น ลูกค้าที่มาช็อปปิ้งในห้างสรรพสินค้า แต่ออกไปทานข้าวข้างนอกต่อ ถ้าเราเห็นพฤติกรรมแบบนี้ประจำ ก็อาจส่งโปรโมชั่นร้านอาหารให้ลูกค้าเพื่อให้อยู่ใช้จ่ายในห้างต่อได้”

สมรภูมิใหม่ Data Lending

สำหรับเรื่อง “information based lending” ตอนนี้มีการพูดกันมากถึงการปล่อยกู้ที่ไม่ได้ดูสลิปเงินเดือน ไม่ได้ดูจากหนังสือรับรองรายได้ ดูจากข้อมูล แต่ธนาคารไม่เคยเห็น อาทิ คนขับรถแท็กซี่ หรือจักรยานยนต์ผ่านแอป เมื่อก่อนคนเหล่านี้กู้เงินไม่ได้เพราะไม่มีรายได้ประจำ แต่ต่อไปนี้สามารถเห็นข้อมูลคนเหล่านี้จากการใช้โทรศัพท์มือถือ ใช้แอปให้บริการลูกค้า หรือขายสินค้า แม้กระทั่ง ข้อมูล SMS ใบแจ้งหนี้ค่าน้ำค่าไฟสามารถนำมาวิเคราะห์เครดิตสกอริ่งเพื่อปล่อยกู้ได้ เป็นต้น

“เรื่องนี้เราได้เข้าไปคุยกับ ธปท.แล้ว และได้นำเสนอโมเดลการใช้ข้อมูลต่าง ๆ ให้ดูว่าจะปล่อยกู้ได้อย่างไร”

หลังจากนี้ ธปท.คงหารือภายในว่าหากอนุญาตให้ทำจะต้องมีการปรับหลักเกณฑ์อะไรบ้าง เช่น ปัจจุบันทำบัตรเครดิตต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท ต้องมีหลักฐานที่มารายได้ แต่คนกลุ่มนี้ไม่มี ที่ผ่านมาแบงก์ก็ไม่สามารถปล่อยกู้คนกลุ่มนี้ได้ เพราะไม่รู้จัก ทั้งที่ความจริงมีศักยภาพเพียงแต่แบงก์ไม่เห็นข้อมูล

การทำเรื่อง information based lending จึงเป็นการขยายตลาดใหม่กลุ่มที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อธนาคาร ไปกู้หนี้นอกระบบ อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงข้อมูลลูกค้าเหล่านี้ต้องได้รับความยินยอมจากลูกค้าด้วย ซึ่งโมเดลของกรุงศรีจะให้ลูกค้าดาวน์โหลดแอปตัวหนึ่งเพื่อให้ธนาคารเห็นข้อมูลการใช้โทรศัพท์มือถือ การใช้โซเชียลมีเดียหรือแอปต่าง ๆ เพื่อทำเครดิตสกอริ่ง ซึ่งก็เป็นโจทย์ของแบงก์ต้องอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจว่าถ้าต้องการมีโอกาสเข้าถึงเงินกู้ของธนาคารก็ต้องยินยอมให้เข้าถึงข้อมูล

หัวใจของแบงก์คือ “ความเชื่อมั่น”

สุดท้าย “ฐากร” มองว่า ปัจจุบันภาพการปรับตัวของธุรกิจธนาคารชัดเจนมากขึ้น ปรับตัวเร็วขึ้น มีบรรยากาศของการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นต่อเนื่อง เพราะรู้ดีว่าถ้าไม่ปรับจะมีคนอื่นที่พร้อมเข้ามาและแย่งชิงโอกาสไป และหลังจากนี้คือการแข่งขันกันเรื่องความเร็วหรือสปีด เพราะใครที่เร็วกว่าจะเป็นผู้ชนะ

“จะชนะมีเรื่องเดียว คือ สปีด เพราะเงินและคนมีพอ ๆ กัน ความเก่ง คิดได้ก็พอ ๆ กัน ดังนั้น ใครทำได้เร็วกว่าชนะแน่นอน”

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ท้าทายสำคัญของธนาคารที่สุด ก็คือ “ความปลอดภัยทางไซเบอร์” เพราะไม่รู้ว่าจะมาในรูปแบบไหน จึงต้องเตรียมพร้อมรับมือไว้ทุกช่องทาง และเชื่อว่าทุก ๆ ธนาคารมองเหมือนกันว่า ถ้า “ความเชื่อมั่น” หายไป ทุกอย่างก็จบ

“สิ่งที่ต้องลงทุนสร้างความชัดเจนให้แก่ธนาคาร คือสิ่งเดียวที่ธนาคารยังเหลืออยู่กับการรักษาผู้บริโภคไว้ก็คือ ความเชื่อมั่น ถ้าวันใดสิ่งนี้หายไปธนาคารไม่สามารถรักษาข้อมูลลูกค้าไว้ได้”