เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
ดูทั้งหมด

“เตี่ย” มอง “เสี่ย” ขยายธุรกิจ

28 ก.ย. 2561 | 19:27น.


คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ

โดย สาโรจน์ มณีรัตน์

คงต้องยอมรับกันว่า ปัจจุบันองค์กรธุรกิจต่าง ๆ ขับเคลื่อนด้วยคนรุ่นใหม่ทั้งสิ้น ทั้งนั้น เพราะมุมมอง วิสัยทัศน์ และการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว

ขืนเคลื่อนตัวช้า…ลำบาก

ไม่ว่าจะเป็นการประคับประคองให้ธุรกิจดำรงอยู่ต่อไป หรือการนำองค์กรเข้าไปเจรจากับพันธมิตรในประเทศต่าง ๆ

เพราะลำพังแค่ตลาดในประเทศอาจไม่เพียงพอแล้ว เพราะใคร ๆ ต่างจ้องแต่ตลาดภายในประเทศ เราจึงจำเป็นต้องขยายตลาดไปในภูมิภาคอาเซียนไปในกลุ่ม CLMV หรือรองรับจังหวัดต่าง ๆ ในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี เพื่อหาลูกค้าใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น

แต่กระนั้น การขยายธุรกิจออกไปในวงกว้าง การเตรียมคนเพื่อรองรับกับการลงทุนในอนาคตจึงเป็นเรื่องสำคัญหากเราไม่มีการเตรียมคนดีพอ

หรือคนของเรายังไม่มีความเข้าใจในธุรกิจเพียงพอการเดินทางออกภายนอกประเทศอาจมีปัญหาได้

ฉะนั้น จึงไม่แปลกที่แต่ละองค์กรพยายามเตรียมคนของตัวเองเพื่อรองรับกับการขยายธุรกิจไปในวันข้างหน้า บางองค์กรถึงกับตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อให้คนรุ่นใหม่เหล่านี้เป็นผู้ขับเคลื่อนธุรกิจใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นด้วยการส่งพวกเขาไปเรียนหนังสือต่างประเทศในงบประมาณมหาศาลทีเดียว

เพียงเพื่อหวังว่าพวกเขาจะกลับมาสร้างโอกาสในธุรกิจใหม่ ๆ ที่ต่อไปในอนาคตอาจเป็นธุรกิจหลักขององค์กรต่อไปก็ได้ เพราะอย่างที่ทราบ ๆ กันหลายธุรกิจในปัจจุบันอาจอยู่อย่างไม่ยั่งยืนเสียแล้ว

โดยเฉพาะธุรกิจพลังงาน การเงิน ค้าปลีก รถยนต์ และอื่น ๆ อีกมากมายที่ต่างต้องผจญกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก ดังนั้น หากเขาหยุดอยู่กับที่อาจทำให้องค์กรธุรกิจเหล่านั้นอาจล้มหายตายจากได้แม้อาจจะไม่ใช่เร็ว ๆ นี้ก็ตาม

แต่สักวันหนึ่งต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ถามว่าปรากฏการณ์เหล่านี้ทำให้มองเห็นอะไรบ้าง จริง ๆ ก็มองเห็นหลายอย่าง ตั้งแต่แนวทางการบริหารจากยุค “เตี่ย” มายุค “เสี่ย”

เราต้องยอมรับกันว่า ยุคสมัย “เตี่ย” เป็นการบริหารแบบครอบครัว ค่อยเป็นค่อยไป ธุรกิจค่อย ๆ เติบโต มีเงินมากพอถึงจะขยายธุรกิจ จะไม่กู้หนี้ยืมสิน เน้นความประหยัด มัธยัสถ์ พอตรุษจีนทีจะจ่ายอั้งเปาให้กับพนักงานสักครั้งหนึ่ง

แต่หลังจาก “เสี่ย” เข้ามาบริหาร รูปการบริหารเปลี่ยนแปลงไป เพราะ “เสี่ย” เรียนหนังสือจากโรงเรียนดัง ๆ ในประเทศ ทั้งยังไปเรียนต่อต่างประเทศ มีคอนเน็กชั่นหลากหลายทั้งจากเพื่อนของแผ่นดินแม่ และเพื่อนจากแผ่นดินอื่น ๆ

พวกเขาชอบความท้าทายมองเห็นโอกาสจากธุรกิจใหม่ ๆ ทั้งยังชอบการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น เมื่อเขาขึ้นมาบริหารธุรกิจครอบครัว เขาจึงพยายามผลักธุรกิจของตัวเองให้ก้าวไปสู่ธุรกิจมหาชน ใช้วิธีระดมทุนจากนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯเพื่อนำมาสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ

ขณะเดียวกัน ก็ใช้วิธีปรับทัพองค์กรให้มีประสิทธิภาพ พยายามสร้างทาเลนต์ และพยายามนำเครื่องมือในเรื่องของเอชอาร์มาเป็นตัวขับเคลื่อนองค์กร พร้อม ๆ กับนำกิจกรรมเพื่อสังคมไปสร้างความผูกพันกับพนักงานและชุมชนภายนอก

ผ่านมา “เสี่ย” บางคนทำได้ดีแต่มี “เสี่ย” บางคนถูก “เตี่ย” ด่าอยู่บ่อยครั้ง เพราะสิ่งที่เขาทำล้วนก๊อบปี้มาจากแนวทางการบริหารแบบฝรั่งล้วน ๆ ทุกอย่างใช้เครื่องมือวัดผล ทุกอย่างมองแต่เรื่องผลตอบแทน และทุกอย่างมองแต่เรื่องการลงทุนใหม่ ๆ โดยไม่สนใจความรู้สึกของพนักงานเลย

สำคัญไปกว่านั้น “เสี่ย” บางคนยังใช้เทคโนโลยีเข้ามาทดแทนกำลังคน เพื่อหวังจะปลดคนเหล่านั้นออก และ “เสี่ย” บางคนหัวก้าวหน้ามาก มองเห็นแล้วว่าถ้านำหุ่นยนต์มาใช้ทำงาน จะลดต้นทุนได้มาก ทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสูงด้วย

เพราะหุ่นยนต์ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องหยุดพักเลย ซึ่งแนวโน้มต่อไปของธุรกิจกำลังจะเป็นเช่นนั้น

ถามว่าน่ากลัวมั้ย ?

ไม่น่ากลัวหรอก เป็นเรื่องธรรมดาของการบริหารจัดการ และเป็นเรื่องธรรมดาของการบริหารธุรกิจ ซึ่งจะต้องหาโอกาสใหม่ ๆ ในการลงทุนอยู่เสมอ เพราะยุคสมัยนี้ “เตี่ย” เป็นเพียงผู้เฝ้ามองอยู่เฉย ๆ เลี้ยงลูก เลี้ยงหลานไป หรือไม่ก็ไปเล่นไพ่นกกระจอก, เล่นรัมมี่, ตีกอล์ฟ หรือรำมวยไท้เก๊กอะไรก็ไป

เพราะหน้าที่ต่อไปนี้เป็นหน้าที่ของ “เสี่ย” แล้วที่จะต้องประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ คุยกับทีมงานที่โคเวิร์กกิ้งสเปซ

หรือจะต้องบินไปต่างประเทศทุกเดือนเพื่อเจรจาธุรกิจกับพันธมิตร และอะไรอีกมากมาย เพื่อสร้างอาณาจักรธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในวันข้างหน้า

ผมไม่รู้หรอกว่า “เสี่ย” เหนื่อยแค่ไหน ?

แต่ผมรู้อย่างเข้าใจ “เตี่ย” ว่า…ธุรกิจครอบครัวมันไม่ดีตรงไหน ทำไมจะต้องสร้างอาณาจักรธุรกิจให้เติบโตคับฟ้าด้วย

“ผมไม่เข้าใจจริง ๆ” เตี่ยคนหนึ่งบ่นกับผมในค่ำวันก่อน

จึงนำมาเล่าสู่กันฟัง ?