เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 700 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 700 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,250 บาท
‘อนุทิน’ ตั้ง 3 ผู้ทรงคุณวุฒิ ดึงอดีตปลัด-นักวิชาการนั่งกรรมการ ‘บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์’
Politics ‘อนุทิน’ ตั้ง 3 ผู้ทรงคุณวุฒิ ดึงอดีตปลัด-นักวิชาการนั่งกรรมการ ‘บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์’
ก.ล.ต.รื้อค่าฟีโบรกฯ ขึ้นเพดานใหม่ ที่ปรึกษาลงทุนเพิ่มจ่ายเท่าตัว เริ่มใช้ 1 ม.ค. 70
Finance ก.ล.ต.รื้อค่าฟีโบรกฯ ขึ้นเพดานใหม่ ที่ปรึกษาลงทุนเพิ่มจ่ายเท่าตัว เริ่มใช้ 1 ม.ค. 70
CardX ขยายให้ผู้ถือบัตรเครดิต-บัตรสินเชื่อ ใช้ Google Pay แตะจ่ายได้ทั่วโลก
Finance CardX ขยายให้ผู้ถือบัตรเครดิต-บัตรสินเชื่อ ใช้ Google Pay แตะจ่ายได้ทั่วโลก
ICS Lifestyle Complex ชวนช็อป ชิม รับความคุ้มกับแคมเปญ “HAPPY REWARDS”
Business ICS Lifestyle Complex ชวนช็อป ชิม รับความคุ้มกับแคมเปญ “HAPPY REWARDS”
ดีอี จ่อฟ้อง “GULF-THCOM” บล.กสิกร กังวลต่อธุรกิจบริการดาวเทียม B2G
Tech ดีอี จ่อฟ้อง “GULF-THCOM” บล.กสิกร กังวลต่อธุรกิจบริการดาวเทียม B2G
กรุงศรี คาดค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ 32.75-33.30 บาท/ดอลลาร์ จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ
Finance กรุงศรี คาดค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ 32.75-33.30 บาท/ดอลลาร์ จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ
OR เปิดรับสมัคร CEO คนใหม่ จับตาผู้นำทิศทางธุรกิจน้ำมัน-ค้าปลีก สู่ Energy Solution
Economic OR เปิดรับสมัคร CEO คนใหม่ จับตาผู้นำทิศทางธุรกิจน้ำมัน-ค้าปลีก สู่ Energy Solution
เงินเฟ้อ ส.ค.พุ่ง 2.53% จากน้ำมัน-อาหารแพง สนค.จับตา Q4 อาจแตะ 2.7%
Economic เงินเฟ้อ ส.ค.พุ่ง 2.53% จากน้ำมัน-อาหารแพง สนค.จับตา Q4 อาจแตะ 2.7%
หุ้นไทยทะลุ 1,600 จุด DELTA พุ่ง 7% แรงซื้อหุ้นใหญ่ดัน SET ทะยาน
Finance หุ้นไทยทะลุ 1,600 จุด DELTA พุ่ง 7% แรงซื้อหุ้นใหญ่ดัน SET ทะยาน
ดูทั้งหมด

ใคร “สิง” ประเสริฐ

02 ต.ค. 2561 | 20:44น.

คอลัมน์ MARKET THINK

โดย สรกล อดุลยานนท์

วันก่อนอ่านข่าว “ย้ง” ทรงยศ สุขมากอนันต์ ผู้กำกับละคร “เลือดข้น คนจาง” ทางช่องวันออกมาโอดครวญว่า กระแสละครดีมาก

แต่เรตติ้งไม่แรงเหมือนกระแสอ้อนวอนให้คนไปดูสด ๆ ทางทีวี อย่าดูย้อนหลังทางยูทูบเลย

หลังจากนั้นเรตติ้งก็ขยับสูงขึ้น

แต่ก็ยังน้อยกว่า “กระแส”

เพราะกระแส “ใครฆ่าประเสริฐ” นั้นแรงจริง ๆ

ต้องยอมรับว่า “บอย” ถกลเกียรติ วีรวรรณ ตอนนี้กำลังเข้าฟอร์ม

จากละครเรื่อง “เมีย# 2018” ที่ฮิตติดลมบน

มาต่อด้วย “เลือดข้นคนจาง”

ถ้ารักษาระดับไว้ได้ ปีนี้ช่องวัน

จะเป็นช่องที่น่ากลัวมากช่องหนึ่ง

ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ กลยุทธ์การสร้างกระแสในโซเชียลมีเดียของละครเรื่องนี้

ประเด็นเรื่อง “ใครฆ่าประเสริฐ” ขยายวงไปอย่างกว้างขวาง

ระดับที่คนชื่อ “ประเสริฐ” เริ่มได้รับผลกระทบ

เพราะต้องบอกเพื่อน ๆ ตลอดเวลา

“กูยังไม่ตาย”

“ประเสริฐ” เป็นตัวละครตัวหนึ่ง

ที่ถูกฆาตกรรมอย่างลึกลับ

ทุกคนในวงศ์ตระกูลล้วนน่าสงสัย

ประเด็นที่น่าสนใจพอถูกหย่อนลงไปในโซเชียลมีเดียปั๊บ

เหมือนหย่อนก้อนหินลงไปในน้ำ

เกิดกระแสคลื่นขึ้นมาทันที

เริ่มมีการวิเคราะห์ว่าใครเป็น “ฆาตกร”

ทุกคนทำตัวเป็นนักสืบ

วิเคราะห์กันอย่างจริงจัง

ใครน่าสงสัยตรงไหน เพราะอะไร

นักจิตวิทยา นายแพทย์ก็ลงมาเล่นด้วย

ยิ่งลงมามากเท่าไร ละครก็ได้ประโยชน์มากเท่านั้น

หรือวันก่อนเห็นภาพในเฟซบุ๊ก

เป็นการถ่ายภาพหมู่ของงานเลี้ยงรุ่นที่เปลี่ยนไปจากเดิมที่ยืนถ่ายกันตามปกติ

เปลี่ยนมาเป็นจัดภาพตามโปสเตอร์ละคร “เลือดข้นคนจาง”

มีผู้ใหญ่นั่งกลางเหมือน “นพพล โกมารชุน-ภัทราวดี มีชูธน”

คนอื่น ๆ ก็นั่งและยืนเลียนแบบภาพโปสเตอร์

มันไปไกลได้ถึงขนาดนี้

ในช่วงเวลาเดียวกัน ค่ายจีทีเอช ก็เปิดตัวหนังเรื่องใหม่ HOMESTAY

“เฌอปรางค์” BNK 48 เล่นหนังเป็นเรื่องแรก

เป็นหนังทริลเลอร์-แฟนตาซีครับ

เป็นเรื่องของวิญญานเร่ร่อนที่ต้องมาสิงร่างพระเอกเป็นเวลา 100 วัน เพื่อค้นหาคำตอบให้ได้ว่า ใครฆ่าพระเอก

โชคดีที่พระเอกไม่ได้ชื่อ “ประเสริฐ”

ไม่งั้นกระแสโซเชียลมีเดียคงจะวุ่นวายมากกว่านี้

“เฌอปรางค์” อาจต้องไปพัวพัน “คัทลียา แมคอินทอช”

แค่คิดก็สนุกแล้ว

ผมชอบกลยุทธ์โฆษณาหนังเรื่องนี้ของจีทีเอชมาก

เขานำเรื่อง “ไสยศาสตร์” ไปใช้กับเรื่อง “วิทยาศาสตร์”

เอาเรื่องการสิงร่างในหนังไปใช้กับเพจต่าง ๆ

ขอเข้าไปสิงเป็นแอดมินเพจนั้นชั่วคราว

ใช้ภาษาแบบผีในเรื่อง

สร้างกระแสในโลกโซเชียลมีเดียด้วยกลยุทธ์ที่แปลกใหม่

เป็น “กลยุทธ์” ที่บอกตัวสินค้าได้อย่างกลมกลืน

เพราะอิงกับประเด็นของหนัง คือ เรื่องการสิงร่าง

ถือว่าเป็นการเปิดตัวหนังได้ดีทีเดียว

และที่น่าสนใจก็คือ “เลือดข้นคนจาง”

เป็นละครของค่ายนาดาว

ในขณะที่ “HOMESTAY” เป็นหนังของ “จีทีเอช” บริษัทแม่ของ “นาดาว”

ทั้ง 2 เรื่องใช้กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ผ่านโซเชียลมีเดียเป็นหลัก

ซึ่งประสบความสำเร็จมาก

ตอนนี้เหลือแต่เพียงจะแปร “กระแส” ให้เป็น “เรตติ้ง”

และ “รายได้” ได้หรือไม่

…เท่านั้นเอง