Skip to content

“สนธิรัตน์” ประกาศ พปชร.พร้อมจับมือทุกพรรค ขอเลิกตั้งป้อมด่า แล้วมาเล่นการเมืองแฟร์ๆ

21 ต.ค. 2561 | 14:19น.
“สนธิรัตน์” ประกาศ พปชร.พร้อมจับมือทุกพรรค ขอเลิกตั้งป้อมด่า แล้วมาเล่นการเมืองแฟร์ๆ

“สนธิรัตน์” ประกาศ พปชร.พร้อมจับมือทุกพรรค อย่าโฟกัสแค่สามมิตร ลั่นก้าวข้ามความขัดแย้ง เบื่อ วาทกรรมการเมือง

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่เลมอน มี ฟาร์ม อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ว่าที่เลขาธิการพรรคประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนถึงการเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นนายกฯในนามพรรคว่า ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลา พรรคยังอยู่ในกระบวนการจดจัดตั้ง ยังมีเวลา ยังไม่ถึงตรงนั้นเลย และยังไม่ทราบว่าเมื่อถึงตอนนั้นใครจะยอมรับให้พรรคเสนอชื่อบ้าง ยังมีกระบวนการอีกหลายขั้นตอน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวผู้ใหญ่ในพรรค ไม่อยากได้สามมิตรเข้าร่วมพรรคแล้ว นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุยในเรื่องนี้ กระแสข่าวมีอยู่ทุกวัน สื่อไปให้ความสำคัญกับกลุ่มสามมิตร ความจริงไม่ใช่ ยังมีกลุ่มต่างๆอีกมากมายที่มีการพูดคุยกัน ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเลย เรากำลังรอเป็นพรรคที่สมบูรณ์ถึงจะเริ่มดำเนินการอย่างจริงจังในส่วนนี้ แต่การพูดคุยโดยทั่วไปก็ว่ากันไป เพราะรู้จักกันก็พูดคุย

เมื่อถามอีกว่า กรณีที่นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว่าที่รองหัวหน้าพรรคฯระบุว่า 4 รัฐมนตรีของพรรคจะพิจารณาลาออกเมื่อรับรองความเป็นพรรคการเมืองแล้ว นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เราพูดคุยกันอยู่แล้วเมื่อถึงเวลาที่สมควรอย่างที่เห็นช่วงเวลานี้เราเน้นการทำงาน ส่วนเรื่องจะลาออกจะอยู่หรือไปนั้นต้องถามกลับว่า เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนมากน้อยแค่ไหนอย่างไร ไม่ว่าจะอยู่หรือไปตรงไหนที่เป็นประโยชน์เราเน้นตรงนั้นเป็นหัวใจในการตัดสินใจ จึงไม่อยากให้กังวลใจว่าจะลาออกเมื่อไหร่อย่างไร เรามีคำตอบของเราอยู่แล้วเมื่อถึงเวลาก็จะบอก เรารู้ว่าเมื่อไหร่คือเวลาที่เหมาะสมและสมควรแต่เมื่อยังไม่ถึงเวลานั้นเราทุ่มเทเต็มที่ในการทำหน้าที่ของเรา ทั้งนี้ตอนนี้เราเห็นปัญหาหนักหลายอย่างที่จำเป็นต้องทำงานหนักในช่วงนี้เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ช่วงนี้ขอเวลาทำงานนิดหนึ่ง

ต่อข้อถามว่า กดดันต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ก็น้อมรับเสียงวิจารณ์ ยินดีรับฟังเสมอ ดูธรรมเนียมปฏิบัติที่เหมาะสม และดูพฤตินัยของตัวเราเองด้วย

เมื่อถามว่า การลงพื้นที่ ครม.สัญจร จ.พะเยา-เชียงราย วันที่ 29-30 ต.ค. จะเป็นอุปสรรคเงื่อนไขต่อการทำงานของ 4 รัฐมนตรีหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ก็ถือเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีจะต้องไปร่วมประชุมครม.สัญจร ส่วนการลงพื้นที่ต้องเป็นการทำในหน้าที่จริงๆไม่ได้อยู่ในแนวทางของการหาเสียง ทั้ง 4 รัฐมนตรีก็ต้องเลือกงานที่จะลงพื้นที่และงานนั้นต้องชัดเจนว่าเป็นงานในหน้าที่ งานนั้นๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเราใช้อำนาจหน้าที่ไปทำให้เกิดประโยชน์ต่อพรรคขอให้สบาย ขอให้ติดตามพฤติกรรมของพวกตนเถอะ ที่ผ่านมาหลังจากเปิดตัวพรรคเมื่อวันที่ 29ก.ย.พวกตนได้ทำอะไรที่เป็นการใช้อำนาจหน้าที่เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์กับพรรคหรือไม่ มีแต่เราทำงานหนักขึ้น เพราะทราบดีว่าเป็นที่จับจ้องของสังคม

เมื่อถามว่า พรรค พปชร.จะจับมือกับพรรคของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ด้วยหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า เรายินดีจับมือกับทุกพรรคการเมือง อยู่ที่ว่าพรรคเมืองอื่นต่างๆ จะจับมือกับเราหรือไม่ เพราะถึงอย่างไรการเลือกตั้งครั้งหน้า ก็จะได้รัฐบาลผสมอยู่แล้ว ถ้าบอกว่าไม่จับมือ ก็จะเหมือนกับโกหก การจะจับมือกับพรรคการเมืองใดนั้น เราต้องดูว่าอุดมการณ์ แนวทางการบริหารประเทศ นโยบาย ตรงกันหรือไม่ ตนยินดีจับมือกับทุกพรรค ไม่เคยรังเกียจพรรคใด แต่ก็ไม่ทราบว่านักการเมืองจะมารังเกียจตนทำไม เพราะตนก็เพิ่งเข้ามาในการเมือง

“การพูดคุยกับพรรคต่างๆ ใครอยากคุยอะไรผมพร้อมคุยหมด เราต้องการก้าวข้ามความขัดแย้ง พรรค พปชร.เกิดมาเพื่อจับมือกับทุกพรรค เพื่อก้าวข้ามการแบ่งพวกแบ่งสี การต่อสู้ทางการเมืองก็ต่อสู้กันไป แต่เมื่อยุติแล้ว จะต้องทำงานร่วมกันให้ได้ ประเทศจะได้ไม่บอบช้ำ พรรคที่เราจะไม่สามารถจับมือด้วยนั้น คือพรรคที่นโยบายการบริหารประเทศ การเมือง ไม่ตรงกัน หัวใจของการเลือกตั้งครั้งนี้ คือการสร้างความสามัคคี เลิกวาทกรรมคนนั้นดี คนนี้ไม่ดี ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันทั้งวัน ส่วนตัวอยากเห็นการก้าวข้าม แล้วมาเล่นการเมืองอย่างแฟร์ๆ อยู่บนหลักการที่มีเหตุและผล มีข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์ ไม่ทำร้ายกัน เพราะในสังคมมีทั้งคนดีและไม่ดี สามารถที่จะติติงกันได้ เพื่อให้ประเทศพัฒนาไปได้ นี่คือจุดยืนของพรรค” นายสนธิรัตน์ กล่าว

เมื่อถามว่าพรรค พปชร.สามารถจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคเพื่อไทย ได้หรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ถ้าพรรคต่างๆอยากจับมือกับเรา เราก็ยินดี จุดยืนของเราคือไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง แต่จะเป็นส่วนเชื่อมโยงความขัดแย้ง ตนไม่ได้ชวนใครทะเลาะ ไม่เคยตอบโต้ใคร

เมื่อถามว่าวันหนึ่งถ้ามีการเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯอีก ความขัดแย้งก็อาจเกิดขึ้นอีก นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นหรือไม่ก็ไม่รู้ ต้องไปถาม พล.อ.ประยุทธ์ เพราะวันนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะไปพูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้น ควรรอให้ถึงเวลา จึงค่อยมาพิจารณากันว่าในเวลานั้นๆ ใครจะเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี โดยพรรคจะมาพิจารณาคนที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งเป็นใครก็ได้ ที่มีความน่าเชื่อถือ ประชาชนเชื่อมั่น ว่าจะสามารถนำพาประเทศไปได้ เพราะการเป็นผู้นำประเทศไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี

“คนที่พรรคจะเสนอชื่อเป็นนายกประชาชนต้องยอมรับด้วย ถ้าไม่มีใคร นายอุตตม สาวนายน ว่าที่หัวหน้าพรรค ก็มีความเหมาะสม ส่วนนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นั้น ได้ยืนยันแล้วว่าจะไม่ทำการเมืองต่อ อย่างไรก็ตาม ยังมีเวลาตัดสินใจ เพราะถ้าผมไปเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ แล้วท่านไม่เอา มันก็เป็นไม่ได้ จะไปเดาใจท่านได้อย่างไรว่าท่านจะเอา ไม่คิดว่าท่านจะไม่เอาบ้างเหรอ อย่าคิดกันไปเอง ไม่มีใครอยากเป็นหรอก เหนื่อยจะตาย” นายสนธิรัตน์

นายสนธิรัตน์กล่าวว่า เราตั้งเป้าทำพรรคการเมืองนี้ให้ดีที่สุด หลังการเลือกตั้ง พรรคการเมืองนี้จะใหญ่หรือเล็ก ขึ้นอยู่ที่การตัดสินใจของประชาชน อยู่ที่ประชาชนจะไว้วางใจหรือไม่ ผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไร เราพร้อมน้อมรับ ไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะเป็นพรรคใหญ่ พรรคเล็ก หรือได้เป็นรัฐบาล และยืนยันว่าไม่ใช่พรรคทหาร แต่ตั้งใจจะทำพรรคนี้ให้เป็นสถาบันทางการเมือง และขออย่ามาวิจารณ์พวกตน เพราะคงไม่มีใครเอาชีวิตมาเสี่ยง สำหรับการเลือกตั้ง เราไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ ส.ส.เท่าไหร่ แต่จะทำให้ดีที่สุด ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเราดูดส.ส.นั้น ถามว่าถ้าเราดูด แล้วสอบตก เขาจะมาเหรอ เรื่องแบบนี้ไม่มีแน่นอน เป็นวาทกรรมก็เท่านั้น นอกจากนี้ ขอยืนยันว่าการทำพรรคครั้งนี้ ใช้เงินตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ได้ใช้เป็นหมื่นล้าน อย่างที่มีการวิจารณ์

 

ที่มา : มติชนออนไลน์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์