เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ข่าวหน้า 1 จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ดูทั้งหมด

ความมั่นคง VS สิทธิเสรีภาพ จับตา “ชุด กม.ไซเบอร์” ในมือรัฐ

23 ต.ค. 2561 | 15:39น.

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ

โดย สร้อย ประชาชาติ

 

ปัจจุบัน “อินเทอร์เน็ต” กลายเป็นปัจจัยสำคัญในชีวิตของหลาย ๆ คน มีไม่น้อยที่ลืมตาตื่นปุ๊บก็หยิบสมาร์ทโฟนมาเช็ก ๆ ปั๊บ และมันไม่ใช่แค่ความบันเทิงอีกต่อไป แต่กลายเป็นเครื่องมือในการทำมาหากิน ประกอบธุรกิจของคนทุกชนชั้น

วันนี้ถึงเวลาที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจะต้องตื่นรู้ เมื่อชุดกฎหมายไซเบอร์สำคัญอย่าง (ร่าง) พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ (ร่าง) พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จ่อเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งหมายถึงว่า อีกไม่กี่เดือนก็พร้อมจะคลอดออกมาบังคับใช้ และกระทบกับ “ทุกคน”

แน่นอนว่า ประเด็นเรื่องสิทธิเสรีภาพ กับอำนาจรัฐและความมั่นคง จะต้องถูกหยิบมาพูดถึง พร้อมกับหลายครั้งที่มักจะมีคำพูดลอย ๆ มาว่า “ไม่ได้ทำผิดจะกลัวอะไร”

เอิ่ม…ถ้าสังคมไทยก้าวสู่ยุค “ยูโทเปีย” สังคมที่สมบูรณ์แบบในจินตนาการของ “เซอร์โทมัส มอร์” เมื่อไรคงไม่ต้องมากังวลเพราะกฎหมายที่ประกาศใช้และคน “บังคับใช้” คงจะ “สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ” (ใครไม่รู้จัก “ยูโทเปีย” กูเกิลช่วยคุณได้)

และเมื่อเสียงของ “พลเมืองเน็ต” ทั้งหลายมักถูกผลักให้กลายเป็น “ฝักใฝ่การเมือง” เสียงเล็ก ๆ ของประชาชนมักถูกละเลย วันนี้จึงขอยกเหตุผลของผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์แถวหน้าของประเทศว่าทำไม
พ.ร.บ.ไซเบอร์ถึงน่ากลัว

“พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน” ตำรวจไซเบอร์รุ่นแรก ๆ ของประเทศ และปัจจุบันเป็นหนึ่งในคณะกรรมการเตรียมการด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ระบุว่า เป็นร่างกฎหมายที่ “ไอ้ที่ควรจะมีก็หายไป แล้วก็มีที่ประหลาด ๆ เข้ามาแทน” เปิดช่องละเมิดสิทธิประชาชน โดยให้อำนาจเลขาธิการ กปช. อาทิ มาตรา 46-48, 54-58 เรียกข้อมูล เข้าถึงเคหสถาน ยึดอุปกรณ์ หยุดใช้ระบบได้โดยไม่ต้องมีคำสั่งศาล ผู้ถูกกล่าวหาไม่มีสิทธิอุทธรณ์ นิยามคำว่า “ทรัพย์สินสารสนเทศ” กว้างจนกินความไปถึง “คอนเทนต์” และโทรศัพท์มือถือ IOT

ขณะที่องค์กรที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ “สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ” หรือ กปช. รวมถึงเลขาธิการ มีอำนาจมาก “แค่สงสัย-คาดว่า-ไม่พึงพอใจ” ก็สั่งการใด ๆ ได้ ไม่มีการถ่วงดุลอำนาจ ทั้งกระบวนการสรรหายังถูกกำหนดโดยรัฐมนตรี แต่ไม่มีสถานะเป็นหน่วยงานราชการ แถมยังหารายได้ได้อีก

ด้าน “ปริญญา หอมเอนก” ผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ กรรมการและเลขานุการ สมาคมความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ (TISA) ให้คำแนะนำว่า National Cybersecurity Agency (CSA) หรือ กปช. ที่จะตั้งขึ้น ควรเป็นหน่วยงานรัฐ 100% ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี ไม่หารายได้และไม่แสวงหาผลกำไร เพื่อไม่ให้มีผลประโยชน์ทับซ้อน

มีหน้าที่ประสานสิบทิศ มีการทำ National Threat Information Sharing และ National Threat Intelligence ในระดับประเทศ แต่ไม่ควรเป็นหน่วยที่ใช้อำนาจในการเข้าไปค้น สั่งหยุดการทำงานของระบบ ปรับโทษอาญา หรือทางแพ่ง เพราะมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่เหล่านั้นอยู่แล้ว ไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนและไม่สามารถทำได้จริงในทางปฏิบัติ

ควรมีบทบาทกำหนดนโยบาย กฎระเบียบสำหรับหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญยิ่งยวด (CI : Critical Infrastructure) และมีบทบาทในการพัฒนาบุคลากรทางด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ สร้างความตระหนักด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ให้กับประชาชน เพื่อสร้างความมั่นใจและภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ให้กับประเทศ

“ควรชะลอหรือยกเลิกร่างฉบับนี้ไปก่อน เพราะผิดหลักการพื้นฐาน ไม่เป็นสากล ไม่สามารถนำมาใช้ได้ในทางปฏิบัติจริง หากจะเป็นจุดอ่อนให้ประชาชนเข้าใจและมองไปได้ว่า คสช.และนายกรัฐมนตรี ลุแก่อำนาจในการร่าง พ.ร.บ.ในแนวทางนี้”

ขณะที่ร่างกฎหมาย “คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” ทางสมาคม TISA ก็มีความกังวลและต้องการให้ปรับแก้ก่อนบังคับใช้ เพราะให้อำนาจหน่วยงานใหม่อย่าง “คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” และสำนักงาน ผูกขาดรวบอำนาจทุกอย่างที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตั้งแต่การกำหนดนโยบาย การส่งเสริมและสนับสนุน การเสนอกฎหมาย ให้คำปรึกษา และการบังคับใช้กฎหมาย เป็นการขัดหลักการธรรมาภิบาลอย่างร้ายแรง

แต่กลับไม่ได้มีฐานะเป็นส่วนราชการ ทั้งที่มีอำนาจในการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมาย กับทุกส่วนราชการ ธุรกิจเอกชน และประชาชน สั่งปรับทางปกครองได้เบ็ดเสร็จได้ (ไม่ต้องไปศาล) โดยเป็นอำนาจของเลขาธิการว่า จะสั่งปรับหรือแค่ตักเตือน แต่รายได้จากค่าปรับไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลัง

อีกทั้งยังไม่มีกลไกการตรวจสอบความเหมาะสม-ความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานและเจ้าหน้าที่ เมื่อมีอำนาจมากจึงเปิดโอกาสให้แสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบได้ ทั้งยังไม่ได้กำหนดคุณสมบัติของกรรมการและพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ชัดเจน โดยเฉพาะความรู้และความเข้าใจในเรื่องแนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

“สุธี ทวิรัตน์” กรรมการ TISA ย้ำว่า รายละเอียดในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในร่างฉบับล่าสุด ยังด้อยมาตรฐานกว่ากฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป (GDPR) ในหลายประเด็น จึงต้องเร่งปรับปรุงให้เท่าเทียม มิฉะนั้นจะกระทบต่อประเทศอย่างรุนแรงสาหัสกว่าการที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ให้ธงแดงประเทศไทย หรือสหภาพยุโรปให้ใบเหลืองเรื่องการประมงที่ผิดกฎหมาย เพราะหมายถึงการทำธุรกิจที่เกี่ยวกับพลเมืองยุโรปทั้งหมด

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กม.ไซเบอร์