CommonSense Robotics ศูนย์เก็บสินค้าด้วยหุ่นยนต์
คอลัมน์ สตาร์ทอัพปัญหาทำเงิน
โดย มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ
โลก e-Commerce คาถาศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้ให้บริการต้องจำให้ขึ้นใจ คือ เร็วกว่า ถูกกว่า ดีกว่า
คาถานี้เริ่มฮิตตั้งแต่ยักษ์ใหญ่ Amazon ถือกำเนิด ผู้ประกอบการรายเดิมได้รับผลกระทบทั่วหน้า นั่งหน้าร้านรอให้ลูกค้าเดินเอาเงินมาให้ไม่ได้แล้ว ต่างพากันย้ายมาแข่งกันบนโลกออนไลน์ และถ้าจะให้ดีต้องพ่วง on demand delivery เพราะผู้บริโภคเดี๋ยวนี้สั่งของปุ๊บก็อยากได้ปั๊บทั้งนั้น
ปัญหาคือ ระบบ logistics ดี ๆ ต้องลงทุนมหาศาล ไหนจะต้องมีศูนย์เก็บ/กระจายสินค้า มีกองทัพพนักงานคอยคัดแยก/แพ็กของ/ขนส่งสินค้า ระบบบริหารจัดการหลังร้าน
ทุกอย่างมีต้นทุนทั้งนั้น จึงไม่แปลกที่จะเห็นบรรดาร้านค้าปลีก (แม้กระทั่งรายใหญ่) ทยอยปิดตัวเป็นแถว
สตาร์ตอัพวันนี้มาช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและกระจายสินค้าให้ร้านค้าที่อยากมีบริการ on demand delivery เจ๋ง ๆ บ้าง
“CommonSense Robotics” เป็นสตาร์ตอัพดาวรุ่งจากอิสราเอล มาพร้อมคอนเซ็ปต์สร้างเครือข่ายศูนย์เก็บสินค้าขนาดจิ๋วใจกลางเมือง (micro-fulfilment centers) ช่วยย่นระยะทางและเวลาจัดส่ง พร้อมกองทัพหุ่นยนต์เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและประหยัดค่าแรงไปได้โข
โดยศูนย์เก็บสินค้าออกแบบให้มีขนาดเล็ก ชั้นวางติดตั้งกลไกยก/หย่อนสินค้าลงถาดอัตโนมัติ สแกนบาร์โค้ด
บนถาดและสินค้าทุกชิ้น นำเทคโนโลยี AI มาช่วยควบคุม ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นลานจอดรถหรือชั้นใต้ดินของอาคารสำนักงาน ก็ดัดแปลงให้เป็นที่ตั้งศูนย์เก็บสินค้าอัจฉริยะได้ง่าย ๆ
เมื่อเทียบกับศูนย์เก็บสินค้าขนาดมหึมาหลายแสน (บางแห่งก็หลายล้าน) ตารางเมตรของ Amazon ศูนย์ของ CommonSense Robotics ดูเล็กกระจ้อยร่อย ขนาดเพียง 6,000-10,000 ตารางเมตร แต่เมื่อรวมกันจะกลายเป็นเครือข่ายใยแมงมุมที่เคลื่อนย้ายสินค้าได้รวดเร็ว คล่องตัวและครอบคลุม ที่สำคัญต้นทุนถูกกว่ามาก
ส่วนกองทัพหุ่นยนต์มดงานประจำศูนย์นั้น หน้าตาเหมือนหุ่นยนต์ดูดฝุ่นตามบ้านแต่เป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า
แต่ละศูนย์จะมีเป็นร้อยตัว ทำหน้าที่ต่างกันไป ที่เหมือนกันคือทุกตัวก้มหน้าก้มตาทำงานตามที่เซิร์ฟเวอร์ (หรือสมอง) ส่วนกลางสั่งมา โดยกลุ่มที่ทำหน้าที่หาสินค้าจะหาของ และนำมาส่งเจ้าหน้าที่แพ็กของได้แค่ภายใน 5 นาที แล้วจะมีหุ่นยนต์อีกกลุ่มมีหน้าที่แบกกล่องไปใส่รถ (ดูไปก็น่าเอ็นดู เหมือนกองทัพถาดพาเหรดสวนสนามไปมา)
CommonSense Robotics ทำให้ร้านค้าปลีกมีทางเลือกใหม่ ทั้งยังเห็นผลแน่นอนในเรื่องของความเร็ว เพราะระบบคำนวณเส้นทางการขนส่งจากจุดต่าง ๆ อย่างแม่นยำ ทำให้ส่งของถึงมือลูกค้าภายในเวลาแค่ 1 ชม.
ตอนเริ่มก่อตั้งในปี 2015 ทั้งบริษัทไม่มีอะไรเลยนอกจากคอนเซ็ปต์กับพนักงาน 4 คน ซึ่งก็คือบรรดาผู้ก่อตั้ง แต่วันนี้พนักงานกว่า 50 คน และระดมทุนมาได้ทั้งสิ้น 26 ล้านเหรียญสหรัฐ
และเพิ่งเปิดตัวศูนย์ micro-fulfilment centers แห่งแรกที่เมืองเทลอาวีฟ ในอิสราเอล ไปเมื่อไม่นานนี้ โดยมี SuperPharm ดรักสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดของอิสราเอลเป็นลูกค้ารายแรก และเพิ่งเซ็นสัญญากับ Rami Levy ซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีสาขามากเป็นอันดับ 3 ของประเทศ
ปีหน้าบริษัทมีแผนจะขยายบริการมาที่อเมริกาด้วย เห็นแบบนี้เจ้าของกิจการคงโล่งใจขึ้นหน่อย แต่ที่ชักยิ้มไม่ออกเห็นจะเป็นพนักงานมนุษย์เดินดินกินข้าวแกง ที่อีกไม่นานอาจโดนเจ้าหุ่นยนต์หน้าแบนแย่งงานไปต่อหน้าต่อตา