เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อุตฯ ยานยนต์ ‘รักษาฐานเดิม ต่อยอดฐานใหม่’
Automotive อุตฯ ยานยนต์ ‘รักษาฐานเดิม ต่อยอดฐานใหม่’
แบงก์ชาติ หัวหอกสกัดทุนเทา จับมือ 11 องค์กรปิดทาง “ฟอกเงิน”  
Finance แบงก์ชาติ หัวหอกสกัดทุนเทา จับมือ 11 องค์กรปิดทาง “ฟอกเงิน”  
วิกฤตกำลังซื้อ-ธุรกิจดิ้นสู้ รายได้ 3 หมื่น ‘เปราะบางยุคใหม่’
Economic วิกฤตกำลังซื้อ-ธุรกิจดิ้นสู้ รายได้ 3 หมื่น ‘เปราะบางยุคใหม่’
นายกชี้ขาดแอร์พอร์ตลิงก์-EEC CP เดินรถต่อ-ลงนาม MOU ใหม่ 
Economic นายกชี้ขาดแอร์พอร์ตลิงก์-EEC CP เดินรถต่อ-ลงนาม MOU ใหม่ 
โต้ง-บรรจง แท็กทีม 4 หนุ่ม BUS–9214KIDS แชร์มุมมอง ชวนดูภาพยนตร์ “HOPE”
Biz Movement โต้ง-บรรจง แท็กทีม 4 หนุ่ม BUS–9214KIDS แชร์มุมมอง ชวนดูภาพยนตร์ “HOPE”
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.65% อยู่ที่ 77,140 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.65% อยู่ที่ 77,140 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (12 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (12 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
Biz Movement เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
News กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
World ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
ดูทั้งหมด

ราคาน้ำมันกดดันดัชนีฯ ยืนแดนลบตลอดวัน

14 พ.ย. 2561 | 17:43น.

นายพบชัย ภัทราวิชญ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย “บล.เอเซีย พลัส” เปิดเผยภาวะตลาดหุ้นไทยวันที่ 14 พ.ย.61 ได้รับ Sentiment เชิงลบจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลังมีการปรับลดลงเมื่อวานนี้ รวมถึงราคาน้ำมันที่ปรับลงแรงราว 6-7% เป็นปัจจัยกดดันตลาดวันนี้ ทำให้ดัชนีฯ มีการเคลื่อนไหวอยู่ในแดนลบตลอดทั้งวัน กลุ่มที่กดดันตลาดในวันนี้ ได้แก่ กลุ่มพลังงานที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันโลกปรับลงอย่าง PTT PTTEP และ PTTGC กลุ่มปิโตรเคมี และกลุ่มธนาคารพาณิชย์

ด้านปัจจัยแวดล้อมที่มีผลต่อตลาดยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามา อย่างไรก็ตามยังคงมีปัจจัยลบเดิมที่กดดันตลาด ได้แก่ ความกังวลต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) โดยคาดว่าจะปรับขึ้นอีกครั้งในปลายปีนี้ อย่างไรก็ตามตลาดรับรู้ปัจจัยลบดังกล่าวไปมากแล้วในช่วงที่ผ่านมา แม้จะเป็นปัจจัยเดิม แต่เกิดแรงกดดันตลาดเมื่อมีการยกมาพูดอีกครั้ง ส่วนความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะชะลอตัวลงในปี 2562 รวมถึงข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน การเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ และปัจจัยราคาน้ำมันที่ปรับลงต่อเนื่อง เหล่านี้เป็นปัจจัยที่ยังต้องจับตามอง ด้านปัจจัยบวกคาดว่าประเด็น Brexit จะจบลงได้ค่อนข้างดี แต่ยังไม่ใช้ปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาดเท่าไหร่

โดยมองว่านักลงทุนทยอยลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น จากที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับลงในวันนี้ จากความผันผวนของตลาดหุ้น ทำให้นักลงทุนหันมาซื้อพันธบัตรที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมากกว่าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น

ส่วนแนวโน้มในวันพรุ่งนี้ให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีฯ ที่ 1,645-1,665 จุด โดยคาดว่าการเคลื่อนไหวของดัชนีฯ ในวันพรุ่งนี้จะเป็นการแกว่ง Sideway ข้าง จากที่ไม่มีปัจจัยหนุนใหม่ นักลงทุนไม่กล้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง และมูลค่าของตลาดไม่สามารถดันดัชนีฯ ขึ้นไปได้ อย่างไรก็ตามมองว่าปัจจุบันแม้ Upside ตลาดจะมีไม่มาก แต่ Downside Risk ก็มีไม่มากเช่นกัน

ส่วนกลยุทธ์การลงทุน จากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 3/61 ที่ผ่านมาทยอยประกาศออกมาหมดแล้ว จึงเชื่อว่าการ Sell on Fact จะเริ่มเบาลง แต่ยังมีความเสี่ยงจาก Fund Flow ต่างชาติที่ยังทยอยไหลออกจากตลาดอยู่ รวมถึงด้านสถาบันการเงินในประเทศมีปริมาณการซื้อที่สูงในช่วงที่ผ่านมา จึงคาดว่าต่อจากนี้อาจจะลดปริมาณการซื้อลง คาดว่าต้องจับตาดูในช่วงปลายปีที่จะมีแรงหนุนตลาดจากเม็ดเงินของกองทุน LTF และ RMF เข้ามา รวมถึงกองทุนต่างๆ อาจมีการเตรียมเม็ดเงินที่จะเข้าซื้อหุ้นเพื่อทำ Window Dressing และซื้อกองทุน LTF ด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน ราคาน้ำมัน